atcool / วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ / คุณสมบัติของสารสนเทศมีอะไรบ้าง

คุณสมบัติของสารสนเทศมีอะไรบ้าง

ในการจัดการเพื่อให้องค์การบรรลุถึงประสิทธิผลและประสิทธิภาพที่องค์การตั้งไว้นั้น  ดังที่กล่าวมาแล้วว่าข้อมูลและสารสนเทศเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อทุกองค์การ ทั้งนี้สารสนเทศที่ดีควรมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

     1.  ความเที่ยงตรง (Accuracy) สารสนเทศขององค์การที่ดีจะต้องมีความเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ โดยไม่ให้มีความคลาดเคลื่อนหรือมีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด ดังนั้นประสิทธิผลของการตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับความถูกต้องหรือความเที่ยงตรง ย่อมส่งผลกระทบทำให้การตัดสินใจมีความผิดพลาดตามไปด้วย

     2. ทันต่อความต้องการใช้ (Timeliness) นอกเหนือจากสารสนเทศขององค์การจะต้องมีความเที่ยงตรงหรือความถูกต้องแล้ว ยังจะต้องมีคุณสมบัติของการที่สามารถนำสารสนเทศมาใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการใช้ข้อมูล หรือเพื่อการตัดสินใจ ทั้งนี้เนื่องจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางการบริหารทั้งภายในและภายนอกองค์การมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสารสนเทศด้านการขาย การผลิต ตลอดจนด้านการเงิน ถ้าผู้บริหารได้รับมาล่าช้า ก็จะส่งผลกระทบต่อ        ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการตัดสินใจ หรือการดำเนินงานของผู้บริหารที่จะลดลงตามไปด้วย

     3.  ความสมบูรณ์ (Completeness) สารสนเทศขององค์การที่ดี จะต้องมีความสมบูรณ์ที่จะช่วยทำให้การตัดสินใจเป็นไปด้วยความถูกต้อง การมีสารสนเทศที่มีปริมาณมาก ไม่ได้หมายถึงการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิผลของการดำเนินงาน สารสนเทศที่มีมากเกินไปอาจเป็นสารสนเทศที่ไม่มีความสำคัญ เช่นเดียวกับการมีสารสนเทศที่มีปริมาณน้อยเกินไป ก็อาจทำให้ไม่ได้สารสนเทศที่สำคัญครบเพียงพอทุกด้านที่จะนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าจะต้องรอให้มีสารสนเทศครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนจึงจะทำการตัดสินใจได้ เช่น จะตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราการใช้สินค้า ปริมาณสินค้าคงเหลือ ราคาต่อหน่วย แหล่งผู้ผลิตค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ระยะเวลารอคอยของสินค้าแต่ละชนิด ดังนั้นจะตัดสินใจเกี่ยวกับการบริหารสินค้าคงเหลือให้มีประสิทธิภาพ ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับสารสนเทศในทุกเรื่อง การขาดไปเพียงบางเรื่องจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจอย่างมากเป็นต้น จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า ไม่ได้หมายความว่ามีสารสนเทศมากเฉพาะในบางด้าน ขณะที่สารสนเทศในบางด้านไม่มีหรือมีไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ แต่จะต้องได้รับสารสนเทศที่สำคัญครบในทุกด้านที่ทำการตัดสินใจ

     4.  การสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ (Relevance) สารสนเทศขององค์การที่ดีจะต้องมีคุณลักษณะที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ จะต้องตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ที่จะนำไปใช้ในการตัดสินใจได้ ดังนั้นในการที่องค์การจะออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศในองค์การนั้น การสอบถามความต้องการของสารสนเทศที่ผู้ใช้ต้องการเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมาก เช่น สนเทศในการบริหารการผลิต การตลาด และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น

     5. ตรวจสอบได้ (Verifiability) สารสนเทศที่ดีควรมีคุณลักษณะที่สามารถจะตรวจสอบได้โดยเฉพาะแหล่งที่มา การจัดรูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ ทั้งนี้เพื่อให้การตัดสินใจได้เกิดความรอบครอบ การที่ผู้บริหารมองเห็นสารสนเทศบางเรื่องแล้วพบว่าทำไมจึงมีค่าที่ต่ำเกินไป หรือสูงเกินไป อาจต้องตรวจสอบความถูกต้องของสารสนเทศที่ได้มา ทั้งนี้ก็เพื่อมิให้การติดสินใจเกิดความผิดพลาด

     คุณลักษณะดังกล่าวข้างต้น มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้บริหารงานบุคคลจะต้องพยายามจัดระบบให้มีความพร้อมครบถ้วนและพร้อมที่จะใช้งานได้ ปัญหาสำคัญที่องค์การส่วนมากมักจะต้องเผชิญ คือ การไม่สามารถสนองข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลให้ทันกับความจำเป็นใช้ในการที่จะต้องดำเนินการหรือตัดสินปัญหาบางประการ ดังเช่น ถ้าหากมีเหตุเฉพาะหน้าที่ต้องการบุคคลที่มี       คุณสมบัติอย่างหนึ่งในการบรรจุเข้าตำแหน่งหนึ่งอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น ซึ่งหากผู้จัดเตรียม    ข้อมูลจะต้องใช้เวลาประมวลขึ้นมานานเป็นเดือนก็ย่อมถือได้ว่า ข้อมูลที่สนองให้นั้นช้ากว่าเหตุการณ์ หรือในอีกทางหนึ่ง บางครั้งแม้จะเสนอข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่เป็นข้อมูลที่เป็นรายละเอียดมากเกินไปที่ไม่อาจพิจารณาแยกแยะคุณสมบัติที่สำคัญ หรือข้อมูลที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอย่างเด่นชัด ก็ย่อมทำให้การใช้ข้อมูลนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก

     นอกจากลักษณะที่ดีของสารสนเทศดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่แอบแฝงของสารสนเทศอีกบางลักษณะที่สัมพันธ์กับระบบสารสนเทศ และวิธีการดำเนินงานของระบบ          สารสนเทศ ซึ่งจะมีความสำคัญแตกต่างกันไปตามลักษณะงานเฉพาะอย่าง ซึ่งได้แก่

     1. ความละเอียดแม่นยำ คือ สารสนเทศจะต้องมีความละเอียดแม่นยำในการวัดข้อมูล ให้ความเชื่อถือได้สูง มีรายละเอียดของข้อมูล และแหล่งที่มาของข้อมูลที่ถูกต้อง

     2. คุณสมบัติเชิงปริมาณ คือความสามารถที่จะแสดงออกมาในรูปของตัวเลขได้ และสามารถเปรียบเทียบในเชิงปริมาณได้

     3. ความยอมรับได้ คือ ระดับความยอมรับได้ของกลุ่มผู้ใช้สารสนเทศอย่างเดียวกัน สารสนเทศควรมีลักษณะเดียวกันในกลุ่มผู้ใช้งาน หรือใกล้เคียงกันโดยสามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น การใช้เครื่องมือเพื่อวัดคุณภาพการผลิตสินค้า เครื่องมือดังกล่าวจะต้องเป็นที่ยอมรับได้ว่าสามารถวัดค่าของคุณภาพได้อย่างถูกต้อง

     4. การใช้ได้ง่าย คือ ความสามารถนำไปใช้งานได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ทั้งในส่วนของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน

     5. ความไม่ลำเอียง ซึ่งหมายถึง ไม่เป็นสารสนเทศที่มีจุดประสงค์ที่จะปกปิดข้อเท็จจริงบางอย่าง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดไปจากความเป็นจริง หรือแสดงข้อมูลที่ผิดจากความเป็นจริง

     6.  ชัดเจน ซึ่งหมายถึง สารสนเทศจะต้องมีความคลุมเครือน้อยที่สุด สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย





คุณสมบัติของข้อมูลที่ดี
ถูกต้อง (Accurate)
ทันเวลา (Timeliness)
สอดคล้องกับงาน (Relevance)
สามารถตรวจสอบได้ (Verifiable)

--------------------------------------------------------------------------------

การพัฒนาระบบสารสนเทศต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของ MIS
ความสามารถในการจัดการข้อมูล (Data manipulation)
ความปลอดภัยของข้อมูล (Data security)
ความยืดหยุ่น (Flexibility)
ความพอใจของผู้ใช้ (User satisfaction)

--------------------------------------------------------------------------------

ประโยชน์ของ MIS
ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ ได้ทันเหตุการณ์
ช่วยให้กำหนดกลยุทธ์ และวางแผนปฏิบัติการได้
ช่วยให้ตรวจสอบผลการดำเนินงานได้
ช่วยให้ศึกษา และวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ปัญหา หรืออุปสรรค เพื่อหาวิธีแก้ไข
ช่วยลดค่าใช้จ่าย

--------------------------------------------------------------------------------

การจัดโครงสร้างของสารสนเทศตามการนำไปใช้แบ่งได้ 4 ระดับ
Top management : ระดับวางแผนกลยุทธ์ นโยบาย และการตัดสินใจ
Middle management : ระดับวางแผนการปฏิบัติการ ในระดับยุทธวิธี
Bottom management : ระดับควบคุมการปฏิบัติการ และขั้นตอนต่าง ๆ
Operation : ระดับปฏิบัติการ

--------------------------------------------------------------------------------

ระบบย่อย หรือส่วนประกอบของ MIS
ระบบประมวลผลรายการ (TPS = Transaction processing Systems)
เช่น การบันทึกรายการบัญชี การขาย การผลิต เป็นต้น
ระบบการจัดการรายงาน (MRS = Management Reporting System)
ช่วยจัดเตรียมรายงานสนองความต้องการของผู้ใช้ เช่น Grade report
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DSS = Decision Support System)
ช่วยเตรียมรายงาน เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้บริหารระดับต่าง ๆ
ระบบสารสนเทศสำนักงาน (OIS = Office Information System)
ระบบสารสนเทศในสำนักงานโดยอาศัยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

--------------------------------------------------------------------------------

การรวมความสัมพันธ์ของแต่ละระบบย่อยเข้าด้วยกัน
ESS = Executive Support Systems
MIS = Management Information Systems
DDS = Decision Support Systems
OIS = Office Information Systems
TPS = Transaction Processing Systems

--------------------------------------------------------------------------------

การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ (Information Resource Management)
สารสนเทศถือเป็นทรัพยากรหนึ่งที่จำเป็นต่อการบริหารในองค์กร จึงต้องมีการจัดสรร และจัดการอย่างเป็นระบบ

--------------------------------------------------------------------------------

กระบวนการการประมวลผล แนะการนำไปใช้
ข้อมูล (Data)
การประมวลผล (Process)
สารสนเทศ (Information)
ผู้บริหาร (Administrator)
การตัดสินใจ (Decision)

--------------------------------------------------------------------------------

เป้าหมายของระบบสารสนเทศ (Objective of information system)
เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
เพิ่มผลผลิต
เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า
ผลิตสินค้าใหม่ และขยายผลิตภัณฑ์
สร้างทางเลือกในการแข่งขัน
สร้างโอกาสทางธุรกิจ
ครองใจลูกค้า และปกป้องจากคู่แข่ง

--------------------------------------------------------------------------------

พื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศบนพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ (input,memory,arithmetic and logic,control,output)
- Hardware
- Software
- Data
- People
ผู้เขียนโปรแกรม ผู้ใช้ และผู้วิเคราะห์ระบบ
เทคนิคในการปฏิบัติของระบบสารสนเทศบนพื้นฐานคอมพิวเตอร์ (Technical operation of Computer-Base Information Systems = CBIS)
การจัดข้อมูลบนพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
รูปแบบการประมวลผล

--------------------------------------------------------------------------------
แหล่งของข้อมูลสารสนเทศ
1. แหล่งข้อมูลภายนอก
2. แหล่งข้อมูลภายใน
2.1 สารสนเทศที่ได้มาจากการประมวลผลข้อมูล
2.2 สารสนเทศที่ได้จากแหล่งอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประมวลผล
2.3 สารสนเทศที่ได้จากผู้บริหารในระดับที่ต่ำ

atcoolWed Jun 22 2011 23:06:54 GMT+0700 (ICT)