dreamland / ข่าวบันเทิง / “ได๋” สุดทนจวกสื่อเลิกถามเรื่อง “ต้าร์” บอกกี่ปีกี่ชาติก็เป็นเพื่อน อย่ามายุให้ต

“ได๋” สุดทนจวกสื่อเลิกถามเรื่อง “ต้าร์” บอกกี่ปีกี่ชาติก็เป็นเพื่อน อย่ามายุให้ต


“ได๋” สุดอั้น ไม่พูดเรื่องส่วนตัว “ต้าร์” กัดสื่อเลิกถามตนถึงเรื่องอีกฝ่ายได้แล้ว ก่อนเปิดฉากเล่าย้อนถึงวันแรกที่รู้จักกับฝ่ายชาย เพื่อเป็นการเคลียร์ตัวเองอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่ากี่ปีกี่ชาติก็เป็นเพื่อนกัน ไม่มีทางยุให้แตกกันได้ รับข่าวมีผลกระทบกับชีวิต และเบื่อตอบคำถามคนอื่น เลยขอพูดเพื่อให้เรื่องจบ
       
       รั้งตำแหน่งคนรู้ใจของหนุ่ม “ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล” หรือ “นาวิน ต้าร์” มานาน จนใครๆลุ้นอยากให้สาว “ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ” กับ "ต้าร์" เลื่อนขั้นเป็นแฟนกันสักที แต่ทั้งคู่ยังแทงกั๊กไม่เคยยอมรับว่า สนิทสนมกันเกินคำว่าเพื่อน กระทั่งล่าสุดมีข่าวฝ่่ายชายเปลี่ยนใจหันไปขายขนมจีบนางเอกสาว "พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์" พอมีข่าวเมาท์แบบนี้หลายคนเลยมองว่า "ต้าร์" หักหน้า "ได๋" อย่างแรง
       
       ก่อน หน้านี้พิธีกรหน้าหมวยได้ฝืนยิ้มให้สัมภาษณ์คนเดียวผ่านสื่อว่า ยินดีด้วยหาก "ต้าร์" จะพบรักใหม่กับ "พลอย" แต่ในงาน “CPN Year End Sale 2010” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน "ต้าร์-ได๋" ต้องมาป๊ะหน้าในงานเดียวกันเป็นครั้งแรกหลังมีกระแสข่าว แต่ทั้งคู่ขอไม่ให้สัมภาษณ์คู่ อ้างว่าไม่สะดวก จากนั้นได๋ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเรื่องนี้อีกครั้ง เจ้าตัวจึงได้พรั่งพรูความในใจ ระบายความอึดอัดออกมา โดยที่สื่อยังไม่ทันจะยิงคำถามใดๆ
       
       “ไม่ได้ออกงานคู่ กันค่ะ แค่มาทำงานให้ทางเซ็นทรัลเฉยๆ และก็ทราบด้วยว่าเขาจะมา เพราะว่าก็คุยกันตลอด เอาอย่างนี้แล้วกัน รู้ว่าทุกคนจะถามอะไร และก็มีคำถามอยู่ในใจ แต่ขอพูดก่อนที่ทุกคนจะถาม บอกก่อนเลยนะคะว่า ตั้งแต่มีข่าวทำนองนี้ออกมาพ่อแม่ เพื่อนๆ ทุกคนที่อยู่รอบข้าง จะมีคำถามตลอดเวลา ก็อยากจะฝากว่าถ้าอยากรู้อะไรก็ให้มาถามเองดีกว่า อย่าไปถามคนรอบข้างเพราะว่าเกรงใจเขา ในเมื่อทุกคนอยากจะรู้ก็จะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลยนะคะ ทุกคนจะได้เข้าใจไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา”
       
       “คือ ได๋กับต้าร์รู้จักกันมาเป็นสิบปี เรารู้จักกันผ่านพี่ต้น(ผู้จัดการส่วนตัว) เป็นคนแนะนำให้รู้จัก และเราสนิทกันเพราะว่าเรามีวิสัยทัศน์เหมือนกัน เพราะว่าคนเราถ้าไม่รักดีชีวิตก็จะไม่ดี และตอนนั้นอยู่ในวัยเรียนเราก็ให้กำลังใจกันในเวลาเรียน สนิทกันเพราะเขามาช่วยสอนวิชาวิทยาศาสตร์ และหนูก็ช่วยสอนวิชาภาษาอังกฤษเขา เพราะว่าเขาจะไปเรียนต่อที่โน่น”
       
       “มา ถึงที่ไปเรียนต่อเมืองนอก เราต่างก็ใช้ชีวิตเป็นนักศึกษา ต่างคนต่างเรียน เป็นการให้กำลังใจ เรียกว่าเป็นการดูแลซึ่งกันและกันมากกว่า เขายังไม่ได้กินข้าว เราก็แอบทำกับข้าวแล้วก็ฝากไปให้ เราต้องนั่งรถไปซื้อของ เขาก็ขับรถไปให้ เพราะฉะนั้นมันเป็นการดูแลกันและกัน เป็นการให้กำลังใจกันนะคะ แล้วก็อาจจะมีบางช่วงที่เราคิดว่าเอ๊ะ มันคืออะไร แต่ผลสุดท้ายแล้วมันก็คือเพื่อนกัน และความรู้สึกนั้นมันก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
       
       “อย่างตอน นี้เขากำลังจะได้เป็นว่าที่ดร.คำว่าว่าที่ไม่ใช่ว่าจะได้ เป็น เพราะนั้นช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤติ เป็นช่วงที่เขาต้องทำงานหนัก เขาต้องการกำลังใจ และต้องการคนเห็นใจมากๆ เพราะฉะนั้นใครที่มาเป็นกำลังใจ หรือสร้างความสุขให้เขา เราก็ดีใจด้วยเท่านั้นเอง”
       
       “เรา ยังจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะกี่ปีหรือจะเป็นชาติหน้าก็แล้วแต่ ความรู้สึกดีๆ ไม่เปลี่ยน เราจะเป็นเพื่อนกันแบบนี้ตลอดไป ในส่วนของเรื่องการเรียนหนูก็ยังคอยให้กำลังใจเขา ไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จอะไรในชีวิต หนูพร้อม แต่ว่าเรื่องส่วนตัวของเขา หนูอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา อย่ามาถามหนูเลยเพราะคงไม่สามารถให้คำตอบได้ มันไม่ใช่เรื่องของหนู”
       
       เผยเหตุระบายความในใจ ไม่เกี่ยวกับความอึดอัด แต่ไม่แฟร์ที่ตนต้องมาตอบคำถามคนอื่น พร้อมบอกไม่มีทางยุให้ตนตีกับฝ่ายชายได้
       
       “มัน ไม่ได้มีความอัดอั้นตันใจอะไร เข้าใจมั้ย เดี๋ยวนี้เวลาที่หลายๆ คนจะเสพข่าว และไม่เชื่อความจริงว่ามันคืออะไร และไม่เชื่อไม่แคร์ว่าความจริงมันคืออะไร เสพข่าวอย่างเดียว ได๋ก็เข้าใจนะว่าการให้ข่าว มันก็ต้องมีการพาดหัวข่าว ได๋โต้ ได๋กัดฟันยิ้ม ต้าร์หักหน้าได๋ หรืออะไรก็แล้วแต่ บางคนไม่ได้อ่านว่าเนื้อข่าวข้างในมันคืออะไร และเขาคิดว่าอันนั้นมันคือข่าว และมันก็คือความจริง”
       
       “มัน เหมือนกับว่าได๋พูดความจริง ทุกคนก็ไม่เชื่อว่าความจริงมันคืออะไร ก็เลยเอาล่ะครั้งนี้หนูขอพูดแล้วกัน ให้มันจบเลยแล้วกัน ไม่ต้องเรียกได๋ไปออกรายการอะไร ไปสัมภาษณ์หนังสืออะไร หรือพยายามที่จะจับใครมาชนกันอีกแล้ว เพราะว่าอันนี้คือความจริง หนูบอกหมดแล้ว และไม่มีความจริงอะไรที่จะพูดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นนักข่าว มันอาจจะเป็นแค่การเสนอข่าว แต่คนอาจจะเป็นแค่การอ่านข่าวปลดทุกข์ตอนเช้า ไม่ว่าจะอ่านหนังสืออะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับหนูมันคือชีวิตหนู ที่หนูต้องอยู่ด้วยทุกวัน”
       
       “สมมติถ้าเจอคนสองร้อยคน หนูก็ต้องตอบคำถามทั้งคนสองร้อยคน ก็มีความรู้สึกว่ามันไม่ค่อยแฟร์กับตัวเองเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นอยากให้เคลียร์ๆ ไปเลยว่า โอเคเราเป็นเพื่อนกัน เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ถ้าจะมายุให้ได๋ตีเขา ทะเลาะกับเขามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่ายังไงก็เป็นเพื่อนกัน ไม่ว่าในชีวิตเขาจะมีใคร หรือชีวิตเราจะมีใคร เราก็ให้กำลังใจกัน”
       
       รับที่ผ่านมาข่าวมีผลกระทบต่อจิตใจเยอะ และไม่อยากมานั่งตอบคำถามคนอื่นทุกวัน เลยตัดสินใจขอเคลียร์ตัวเอง
       
       “ตอน แรกมันไม่ได้กระทบจิตใจอะไร เพราะรู้สึกว่าเจอมาเยอะแล้ว แต่ได๋เพิ่งเข้าใจไม่นานมานี้ว่า สังคมทุกวันนี้เสพข่าวจริงๆ แล้วบางคนไม่ถามแต่ก็แซวอย่างโน้นอย่างนี้ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาแซว เราเก็บไปคิดแล้วงานก็เยอะ และวันๆ ต้องมานั่งตอบคำถามเรื่องพวกนี้อีก หนูเหนื่อยค่ะ ก็เลยตอบให้เคลียร์ๆ ตรงนี้เลยว่า ไม่ต้องถามแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ วันนี้ตอบเลย”
       
       แจง ความสัมพันธ์กับ “กอล์ฟ ฐิติพันธ์ เกยานนท์” บอสแห่งคลื่นลูกทุ่ง บ.รอยัล มัลติมีเดีย ดีเวลล็อปเมนท์(อาร์เอ็มดี) ซึ่งเป็นอดีตหวานใจของสาว “กระแต ศุภักษร ไชยมงคล” เป็นแค่เพื่อนที่ดี แม้ฝ่ายชายจะพยายามรุกจีบแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่ทำให้ใจอ่อน
       
       “กับกอล์ฟก็เป็นเพื่อนที่ ดี กับหลายๆ คนที่มีข่าวออกมา หนูก็คิดว่าคงทำให้เขาปวดหัว รวมไปถึงคนใกล้ตัวเขาก็ปวดหัว และคนที่อยู่รอบๆ ตัวหนูทุกคนก็รู้สึกปวดหัวกับข่าวเหมือนกัน”

 

 

weerayuth.sSat Nov 14 2009 09:03:19 GMT+0700 (ICT)