dreamsmmth / ท่องเที่ยว / หลีเป๊ะวันนี้ที่เปลี่ยนไป

หลีเป๊ะวันนี้ที่เปลี่ยนไป

หลีเป๊ะวันนี้ที่เปลี่ยนไป

 

หลีเป๊ะวันนี้ที่เปลี่ยนไป ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้กลับไปที่ “หลีเป๊ะ” อีกครั้งและก็ไม่รู้ว่าความสวยงามตามธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวเล บนเกาะจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรแล้ว เดิมตั้งใจว่าจะไปนอนเกาะตะรุเตา 1 คืน หลีเป๊ะ 2 คืน


และได้จองที่พักอุทยานแห่งชาติบนเกาะตะรุเตาพร้อมกับโอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายก็ต้องมีเหตุทำให้ปรับเปลี่ยนแผนการเที่ยวอีกจนได้ ไปถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตาบนฝั่งและได้บอกกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่าจะสละสิทธิ์ที่พักบนเกาะตะรุเตาที่จองไว้ซึ่งได้โอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ ที่ลืมถามชื่อไว้ บอกว่า ขอหลักฐานการจอง จากนั้นในวันที่เราจะกลับให้แวะมาถามไถ่อีกครั้งเพราะจะช่วยขายห้องพักที่จองไว้แล้วและจะคืนเงินให้ นั่งรอเรือออกสักพักเจ้าหน้าที่เรียกให้ไปรับเงินคืน เพราะว่าเค้าสามารถขายห้องพักบนเกาะตะรุเตาให้ชาวต่างชาติได้แล้ว ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

มาเที่ยวนี้ได้แวะลงไปเดินเล่น และถ่ายรูปที่เกาะไข่ด้วย ซึ่งในครั้งก่อนตอนที่มา นั่งเรือลำใหญ่บรรทุกคนมาจำนวนไม่น้อย และเรือก็แค่แวะจอดให้ได้ถ่ายรูปกันในตอนนั้น เกาะไข่เป็นเกาะที่ทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด มีซุ้มประตูหินตามธรรมชาติที่ทอดตัวเป็นแนวเส้นโค้งลงไปจรดผืนทราย จับภาพนักท่องเที่ยวได้ตอนที่กำลังถ่ายรูปให้กันอยู่บริเวณซุ้มประตูพอดิบพอดี สักพักเรือก็มุ่งหน้าไปเกาะตะรุเตาทันที แต่เดินเข้าไปด้านในไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่ดักรอเก็บค่าธรรมเนียมอยู่ใครจะเข้าไปถ่ายรูปด้านในก็ต้องจ่ายตังค์ก่อน 40 บาท เลยได้แต่เก็บภาพอ่าวพันเตมะละกา ไว้บางส่วน และโอกาสต่อไปจะแวะมาพักที่นี่อีกแน่นอน เรือแวะจอดได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็ไปส่งผู้โดยสารไปยังปลายทางคือเกาะหลีเป๊ะทันที เรือมาหยุดจอดกลางทะเลที่เป็นโป๊ะของทางกองทัพเรือเพื่อแวะพักรับผู้โดยสาร อีกทั้งเป็นจุดที่เรือลำเล็กของชาวเลและ ชาวบ้านบนเกาะได้มีรายได้จากการรับส่งนักท่องเที่ยวไปตามหาดต่าง ๆ บนเกาะหลีเป๊ะ ในราคาคนละ 50 บาท และให้เรือไปส่งที่หาดชาวเล แล้วเข้าพักที่อันดามันรีสอร์ท หาดนี้เงียบสงบ คงเป็นเพราะช่วงที่มาไม่ใช่ช่วงเทศกาลนั่นเอง




จากจุดที่พักถ้าเดินไปทางซ้ายมือ ก็จะเป็นหาดประมง และจะมีที่พักคือ เม่าท์เท่นรีสอร์ท อยู่บนเขาซึ่งมีบันไดที่ทำไว้อย่างแข็งแรงให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปทานอาหาร หรือติดต่อที่พัก วิวจากที่สูงทำให้มองเห็นเกาะอาดังที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นมุมมองที่สวยมากเพราะได้เห็นน้ำทะเลสีฟ้าไล่เรียงสลับสีอ่อน เข้ม และสีเขียว ทรายสีขาวนวล เป็นความสวยงามตามธรรมชาติที่เราไม่ได้ปรุงแต่งมันขึ้นมา สั่งน้ำแตงโมปั่นสักแก้ว แล้วก็นั่งรับลมชมทะเล ไปอย่างสบายใจ


วันรุ่งขึ้นเดินไปดูโรงเรียน เป็นวันอาทิตย์เลยไม่ได้เห็นเด็ก ๆ มาโรงเรียนกัน ติดขนมมาด้วยถ้าเจอน้อง ๆ หนู ๆ ตามรายทางก็จะแจกให้กินกันให้อร่อยเลย โรงเรียนถูกปรับปรุงอาคารเรียนใหม่ สภาพโดยรอบของโรงเรียนเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ใกล้ ๆ กันจะเห็นภาพชาวเลที่กำลังเตรียมเครื่องมือดักปลาอยู่ แต่ภาพแบบนี้ต่อไปจะยังได้เห็นอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดินถัดจากโรงเรียนไปมีที่พัก เรียงราย กันไปตลอดแนวหาด เดินมาเรื่อย ๆ จะเจอที่พักที่ถูกสร้างเป็นกระท่อมหลังเล็ก ๆ ต้นไม้ที่ให้ร่มเงาตามธรรมชาติถูกตัดทิ้งไปเพื่อเตรียมพื้นที่ทำที่พักให้นักท่องเที่ยว ช่วงเที่ยงวันแบบนี้ไม่มีร่มไม้บังแดดทำให้อากาศร้อนระอุมากขึ้น เจอลุงกับป้าสองคนเป็นผู้ดูแลอยู่ เลยเข้าไปสอบถาม ถึงได้รู้ว่าเป็นที่พักของวารินทร์รีสอร์ท แห่งใหม่ ราคาประมาณคืนละ 800.-ถ้าอยู่ด้านหน้าหาด และ 700.- อยู่หลังถัดไป แต่ถ้าจะติดต่อจองห้องพักต้องไปจองที่วารินทร์ 1 ที่หาดพัทยาและบอกทางให้เราเดินตัดไปยังหาดพัทยาด้วย




ก่อนเดินตัดไปยังหาดพัทยา ได้เดินสำรวจบริเวณหาดแถวนั้นดูมีร้านดำน้ำของชาวต่างชาติด้วย หาดแถวนี้จะมีแต่นักท่องเที่ยวต่างประเทศเต็มไปหมดเลยไม่เห็นมีคนไทยพักเลย ที่จะเห็นมีคนไทยหลงเดินไปดงฝรั่งก็คงจะเป็นเรานี่แหละ แล้วก็เดินสำรวจหมู่บ้านชาวเลบนเกาะเดินเรื่อยไปยังหาดพัทยา ร้านค้าต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อตอบสนองความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยว จนในที่สุดเกาะหลีเป๊ะก็จะกลายเป็นเกาะของนักลงทุนกระเป๋าหนัก ๆ ที่จับจองพื้นที่มาทำธุรกิจรีสอร์ทในราคาสูง แทนที่พักของชาวเลที่ปลูกไว้แบบเรียบง่ายกลมกลืนไปกับธรรมชาติ หลีเป๊ะเปรียบเป็นเหมือนสาวน้อยแรกรุ่นที่ถูกแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าจนดูจัดจ้าน และหมดรูปความสวยงามตามธรรมชาติไป ไม่รู้ว่าสภาพแวดล้อมจะถูกเปลี่ยนแปรไปอย่างไรอีก ที่จริงเมืองไทยมีที่เที่ยวสวย ๆ ตามธรรมชาติมากมายหลากหลายรูปแบบ แต่น่าเสียดายที่เราไม่มีระบบในการจัดการที่ดีในเรื่องการถนอมธรรมชาติไม่ให้ระบบนิเวศน์ถูกทำลายมากไปกว่านี้


ความสวยงามตามธรรมชาติของหลีเป๊ะยังคงไม่เปลี่ยนไป แต่ที่จะเปลี่ยนก็คงจะเป็นวิถีดั้งเดิมชาวเลบนเกาะแห่งนี้ที่กำลังถูกกลืนไปใช้ชีวิตในแบบวิถีคนเมือง

aottoMon Sep 05 2011 10:50:07 GMT+0700 (ICT)