esandmax / เที่ยวทั่วไทยไปกับดีแมค / เสน่ห์เวียดนาม " เว้ ดานัง ฮอยอัน "

เสน่ห์เวียดนาม " เว้ ดานัง ฮอยอัน "

กระแสการท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านกล่มอาเซียนยังคงไม่จืดจาง  เมื่อ 16-19 กย ที่ผ่านมา  4 วัน 3 คืน ผมได้มีโอกาศไปเยือนเวียดนาม ยังประทับใจมิรู้ลืม

ขอส่งผ่านความรู้สึกดีๆให้กับเพื่อนสมาชิกได้รับรู้ แบบสบายๆ สไตล์ตัวผม เล่าเรื่องด้วยภาพ แฝงสาระเกร็ดความรู้ ที่ได้รับมา แชร์สู่เพื่อนพ้องน้องพี่...

ภาพบางส่วนได้ถ่ายขณะนั่งรถผ่านจึงอาจจะไม่ค่อยสวยมากนัก แต่ก็พยายามเก็บประเด็นให้เห็นบรรยากาศบ้านเมืองที่เราได้ไปเยือน ให้ได้ตามความตั้งใจที่วางไว้  

ติดตามได้เลยครับ

16 กย ออกเดินทางจากสระบุรีด้วยรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น พร้อมกับสมาชิกเพื่อนร่วมอาชีพเกือบๆร้อยชีวิต  ใช้เส้นทาง สระบรี นครราชสีมา บ้านไผ่ บรบือ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด คำชะอี มุกดาหาร ระยะทางการเดินทางวันแรก 590 กม เกือบๆ 8 ชั่วโมง จนกระทั่งเย็นเดินทางถึงมุกดาหารเข้าพักค้างที่โรงแรมพลอยพาเลส ใจกลางเมือง








17 กย ออกเดินทางจากประเทศไทยมุ่งหน้าสู่ประเทศเวียดนามผ่านแขวงสุวรรณเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาชนประชาธิปไตยลาว โดยใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพไทยลาว มุกดาหาร ด้วยรถโค้ช ปรับอากาศจากประเทศลาว โดยจำปานครทัวร์













ระหว่างรอตรวจสอบเอกสารที่ด่าน เห็นรถเก๋งที่ต้องบอกว่ายาวมากๆ ยาวเกือบๆเท่ารถบัส ผมเองก้เพิ่งเคยเห็น เป็รรถบริการของบ่อนกาสิโนสะหวันเวกัส บริการนักเสี่ยงโชคชาวไทย












หลังจากนั้นเริ่มเดินทางผ่าแขวงสะหวันเขต  หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสุวรรณเขต
"แขวงสะหวันนะเขด (ลาว: ສະຫວັນນະເຂດ; ไทย: สุวรรณเขต; อังกฤษ: Savannakhet) เป็นหนึ่งในแขวงของประเทศลาวที่ตั้งอยู่ตอนกลางค่อนไปทางใต้ของประเทศ ทิศตะวันออกติดกับประเทศเวียดนาม ทิศตะวันตกติดกับประเทศไทย ทิศเหนือติดกับ แขวงคำม่วน ทิศใต้ติดกับแขวงสาละวันเป็นแขวงใหญ่อันดับที่ 1 ของประเทศลาว เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 ได้มีพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 สะหวันนะเขด-มุกดาหาร อย่างเป็นทางการ ซึ่งสะพานนี้เป็นเส้นทางเชื่อมตะวันออก-ตะวันตก จากเวียดนามถึงพม่า ทำให้แขวงสะหวันนะเขดกลายเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ อีกแห่งของลาว รัฐบาลลาวได้ประกาศจัดตั้ง เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุน
(http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95)

ระยะทางสะหวันเขตถึงด่านชายแดน ลาวบาว เวียดนาม ประมาณ 250 กม เส้นทางค่อนข้างขรุขระ เนื่องจาก สะหวันเขตมีเหมืองแร่ทองคำ ที่ได้ให้สัมปทานกับประเทศออสเตรเลีย ระยะเวลา 30 ปี
พอข้ามฝั่งลาว จะเห็นความเขียวชอุ่มของป่าไม้ และเห็นรถยนต์บรรทุกวิ่งผ่านเป็นระยะ

การเดินทางรถยนต์ที่ฝั่งลาว ไปได้ค่อนข้างช้า ใช้ความเร็วสูงไม่ได้   และขับด้านซ้าย ระหว่างทางจะเห็นทั้งแพะ สุนัข กระบือ เดินข้ามถนนไปมา



















ระหว่างทางจะเห็นบ้านเรื่อของลาวติดจานดาวเทียมกันเยอะมาก ซึ่งไกด์บอกว่าสัญญานจานดาวเทียมรับได้จากหลายๆดวง และราคาไม่แพง  สภาพบ้านเรือนยังคงความเป็นชนบท คล้ายๆเมืองไทยสมัย 40 ปีที่ผ่านมา  



แวะทานอาหารกลางวันที่ชายแดนลาว เวียดนาม ที่ด่านลาวบาว ชื่อร้านท้าวคำเห้ย อาหารรสชาดอร่อย คล้ายๆอาหารไทย



ระหว่างนี้ไกด์แนะนำให้แลกเงินเวียดนาม เป็นเงินดองห์ อัตราแลกเปลี่ยน 1000 บาท แลกได้ 690,000 ดองห์   ได้จับเงินแสนกันล่ะคราวนี้  ผมแลกไว้ 1,000 บาทไว้เผื่อซื้อของเล็กๆน้อยๆ

ผ่านประเทศไหน จะมีไกด์ของประเทศนั้นขึ้นมานำเที่ยวไกด์ชาวเวียดนามขึ้นมาให้คำแนะนำ และขายซิมโทรศัพท์ ซิมละ 100 บาท ( รับเงินไทย )




ถึงด่านชายแดน ลาว เวียดนามแล้ว พร้อมสายฝนพรำๆ





เดี๋ยวมาต่อครับ

""""ที่ด่านลาวบาว( เป็นชื่อด่านระหว่างชายแดนลาว-เวียดนาม ช่วงนี้จะเสียเวลาเพื่อตรวจสอบเเอกสารประมาณ 20 นาที ทำให้พวกเราได้ลงไปถ่ายรูปที่หน้าด่าน และเข้าเลือกซื้อสินค้าที่ร้านปลอดภาษี  ร้านนี้สินค้ามีไม่มากนัก ที่นิยมซื้อกันเป็นประเภทของที่ระลึก เหล้า บุหรี่
ถ้านักท่องเที่ยวเข้าไปมากๆ แทบจะแน่น



จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจวัดปรอทเพื่อป้องกันโรคติดต่อ โรคไข้หวัดนก แต่ขึ้นตรวจพอเป็นพิธีก็ลงไป คงเห็นพวกเราเป็นคณะเจ้าหน้าที่มั้ง



เข้าเวียดนามครับ จังหวัดกวางตรี บ้านเรือนเริ่มเปลี่ยนไปจากลาว เริ่มมีความเจริญมากขึ้น บ้านชาวเวียดนามจะเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมเหมือนกล่องทำด้วยคอนกรีตเป็นส่วนใหญ่เพราะไม้มีราคาแพงต้องสั่งซื้อจากลาว  ด้านหน้าแคบ และยาวไปด้านหลัง เพราะที่ดินค่อนข้างแพง เวียดนามมีประชากรทั้งประเทศประมาณ 88 ล้านคน  เวียดนามถูกปกครองมาจากหลายประเทศจึงรับเอาวัฒนธรรมจากประเทศเหล่านนั้นมาด้วย จะเห็นบ้านเรือนมีสุสานอยู่มาก

ระหว่างทางจะสังเกตุเห็นป้ายจราจรและหลักกิโล  ทาสีแดงด้านบน ผมเข้าใจว่าคงให้เป็นจุดสังเกตุของผุู้ใช้เส้นทางให้เห็นได้ชัดเจน

 




















แวะปั็มน้ำมันเพื่อให้นักทองเที่ยวได้ขับถ่ายและเปลี่ยนอริยาบท  ปั๊มนี้ห้องน้ำสะอาด แยกชายและหญิง ( ผมเอาภาพมาต่อกัน)







จะเห็นท้องนาข้าวที่เขียวชอุ่ม วียดนามทำนาและส่งข้าวออกเป็นอันดับต้นๆของโลก สูสีกันกับไทย





เข้าสู่เส้นขนานที่ 17 จะมีสัญลักษณ์ธงสีแดง และมีอนุเสาวรีย์ เป็นสัญลักษณ์

เส้นขนานที่ 17 ที่เคยแบ่งเวียดนามออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ โดยประเทศผู้มีอำนาจเป็นผู้กำหนด ในราวปี พ.ศ.2497 เส้นขนานที่ 17 นี้ ได้แบ่งประชาชน พ่อ แม่ ลูก หลาน ญาติมิตร แยกจากกัน โดยไม่ได้รับความยินยอมเห็นชอบ จากประชาชน เพียงเพื่อ เป็นเหยื่อทางความคิด ของผู้ปกครองประเทศ ซึ่งแย่งชิงอำนาจกันเอง โดยที่ความเดือดร้อนแสนสาหัส ก็ตกอยู่กับประชาชนตาดำๆ อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย
 
ภาพนี้เป็นรูปปั้นแม่และลูกยืนคอยสามีที่ไปสู้รบและสัญญาว่าจะกลับ












เข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ ที่มีอุโมงค์หลุมหลบภัย ซึ่งเป็นจุดแรกที่เราจะเที่ยวชม ( เดี่ยวมาต่อครับ )

อุโมงค์หลบภัยวินมอ๊กค์ เป็นอุโมงค์หลบภัยที่มีความยาวมากกว่า  2 กิโลเมตร เรียกว่ารูคน เมื่อครั้งสงครามเวียดนาม
 
หมู่บ้านวินม๊อค (Vinh Moc village) ในเขตเมืองกวางตรี เป็นผลพวงเพื่อแสวงหาการอยู่รอดจากการทิ้งระเบิดอย่างหนัก และถูกกวาดล้างจนแทบจะล้างเผ่าพันธุ์ จึงร่วมใจกันขุดอุโมงค์ใต้ดิน (Vin Moc tunnels) เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านจำนวน 66 ครอบครัวเมื่อปี ค.ศ. 1966 ใช้ระยะเวลาราว 20 เดือน โมงค์แบ่งเป็นระดับชั้นๆ ลึก 12 15 และ 23 เมตรตามลำดับ และสามารถเชื่อมต่อกันได้หมด มีเด็กที่เกิดในอุโมงค์จำนวน 17 คน แต่ละคนก็พิการพูดไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้รับแสงแดดมาเป็นเวลานาน ในอุโมงค์มีคอกเลี้ยงสัตว์ มีบ่อน้ำ ห้องพยาบาล ห้องสุขา ห้องซักล้าง ห้องครัว ห้องประชุม และเป็นที่เก็บสะสมอาวุธ การขุดอุโมงค์จะทำในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนจะช่วยกันลำเลียงดินออกไปทิ้งทะเลที่อยู่ติดกัน ทำไม่เห็นซากดินจึงรอดพ้นจากการตรวจตราของสหรัฐไปได้ ชาวบ้านทั้ง 60 ครอบครัวใช้อุโมงค์เป็นที่หลบภัยอยู่นานถึง 6 ปี นับเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และเป็นความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าในการเอาตัวรอดของมนุษย์

ทางเข้าอุโมงค์และแนวสนามเพาะ และบ่อน้ำที่ข้าศึกมองเป็นบ่อน้ำ ซึ่งที่จริงแล้วคือทางระบายอากาศสำหรับผู้หลบภัยในอุโมงค์









ร่องรอยหลุมจากลูกปืนใหญ่  และมองออกไปด้านหน้าคืออ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้
























admindmaxMon Oct 03 2011 22:15:45 GMT+0700 (ICT)