gmmedline / เกล็ดวิชาทางการแพทย์น่ารู้ / วิธีการทำ Cardioversion

วิธีการทำ Cardioversion

วิธีการทำ Cardioversion

 

1.  เปิดเครื่อง defibrillator ติดสาย patient lead แล้วเลือก lead ที่ต้องการเพื่อดู EKG

ผู้ป่วยว่าเป็นชนิดใด ควรเลือก lead ที่เห็น R wave ชัดเจน และปรับขนาดของ EGK โดยใช้เครื่องที่จะใช้ทำ cardioversion เท่านั้น

2.  เลือก mode synchronize โดยกดปุ่ม SYNC จะปรากฏจุดสว่างบน R wave และ

เลือกพลังงานที่ต้องการ

3.  ทา EKG cream บน paddle เพื่อลดความต้านทาน (จะลงได้ประมาณ 30%) โดย

ทาแต่ละอันให้ทั่ว  แล้วนำ paddle ทั้งสองมาประกบกัน ถูไปมาให้ครีมกระจายทั่วผิวหน้า paddle

4.  ให้สัญญาณแก่ทุกคนให้ถอยห่างจากตัวผู้ป่วยและเตียงก่อน  และกดปุ่ม discharge

บน paddle ทั้งสองอันพร้อมกัน เพื่อส่งพลังงานไปยังผู้ป่วยภายใน 30 msec หลังจากจับสัญญาณ R wave ได้

              ภาวะการหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สิ่งสำคัญคือ เรื่องของเวลาที่เข้าช่วยฟื้นคืนชีพ ถ้าปล่อยให้เวลานานมากขึ้น โอกาสที่ผู้ป่วยรอดชีวิตจะลดลงหรือไม่มีเลย นอกจากนี้ประสิทธิภาพในการช่วยก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะหากเริ่มต้นด้วยการทำ BLS ที่มีประสิทธิภาพ (push hard, push fast, allow full chest recoil, minimize interruptions in compressions, defibrillate promptly) ร่วมกับการทำ ACLS ที่รวดเร็ว มีผู้ช่วยฟื้นคืนชีพที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดีและอุปกรณ์ฉุกเฉินพร้อม โอกาสที่ผู้ป่วยรอดชีวิตจะมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับการช่วยฟื้นคืนชีพนี้มีการปรับปรุงข้อแนะนำต่างๆ เป็นระยะ ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นต้องติดตามหรือพัฒนาความรู้อย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา

 

Synchronized cardioversion คือ การ shock ในลักษณะที่เครื่องจะหลีกเลี่ยงการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปตรงช่วงที่เสี่ยง ต่อการเกิด หัวใจห้องล่างสั่นระริก (VF) ถ้าเราเลือก synchronized mode เครื่องจะจับตำแหน่งของ QRS แล้วกะเวลาปล่อยกระแสไฟฟ้าโดยนับช่วงเวลาจากจุด QRS complex นั้น ผู้ใช้จะต้องกด discharge อยู่ตลอดเวลา ห้ามปล่อยมือ รอจนเครื่องหาจังหวะปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ เครื่องก็จะปล่อย

 

สาเหตุการเกิด VF คือ หัวใจมีหน้าที่บีบเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย และกล้ามเนื้อหัวใจจะบีบตัวพร้อมๆกันทั้งหมดในเวลาเดียวกัน  โดยที่หัวใจห้องบนจะบีบตัวก่อนแล้วตามด้วยหัวใจห้องล่างบีบตัว   ในผู้ป่วยที่เกิดภาวะหัวใจห้องล่างสั่นระริก จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานไม่พร้อมกัน

 

         * จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดหัวใจห้องล่างสั่นระริก และจะทำงานทันทีที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการเสียชีวิตทันที

 

                Ventricular fibrillation คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจเกิด depolarization ไม่พร้อมกันในแต่ละจุดอย่างต่อเนื่อง ทำให้หัวใจไม่สามารถ บีบตัวได้ จึงไม่มี cardiac output ในช่วงนั้น

 

Defibrillation คือ การผ่านกระแสไฟฟ้ากระแสตรงไปทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนถูก depolarize พร้อมๆกันและตั้งต้นหดตัวอย่างพร้อมกันอีกครั้ง 

 

tepagornTue Aug 17 2010 10:05:40 GMT+0700 (ICT)