happyza / บอร์ดวัยรุ่น / เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการขน... จึงต้องพึ่งเลเซอร์…อัศวินพิชิตขน

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการขน... จึงต้องพึ่งเลเซอร์…อัศวินพิชิตขน

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการขน... จึงต้องพึ่งเลเซอร์…อัศวินพิชิตขน
 
 
          ขน เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายคนเรามีมาตั้งแต่เกิด จำนวนมากหรือน้อย  สีของขนเข้มหรือจางก็แล้วแต่บุคคล แต่สำหรับคุณสาวๆ สมัยนี้ซึ่งต้องการอวดผิวใสเนียนเรียบปราศจากขน  ทั้งขนที่บริเวณใบหน้า ไรผม หนวด ซึ่งเป็นอุปสรรคในการแต่งหน้า หรือขนตามผิวกาย ทั้งใต้วงแขน แขน เรียวขา ตลอดจนบริเวณบิกินี่  การกำจัดขนจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวเป็นสิ่งเล็กๆที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆคน   ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายเองที่มีปัญหาเรื่องหนวดเครา ซึ่งปกติแล้วหนวดเคราของผู้ชายจะงอกเฉลี่ยวันละ 0.2 - 0.5 มม.  ทำให้ระยะเวลาและความถี่ในการโกนหนวดของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องโกนทุกวัน ในขณะที่บางคนอาจโกนสัปดาห์ละหลายครั้งทำให้เรื่องขนกลายมาเป็นปัญหาที่ต้องเสียเวลาเอาใจใส่และน่ารำคาญไม่น้อย
 
 


          การกำจัดขนแบบเดิมๆที่ทำกันมานมนาน ก็คือการถอน และการโกน เพราะทำง่ายสะดวกไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรมาก ค่าใช้จ่ายน้อย  แต่สิ่งที่ตามมาคือ การอักเสบของผิว เกิดเป็นตุ่ม เกิดขนคุด เกิดการอุดตันในรูขุมขน รูขุมขนใหญ่ ขนที่ขึ้นมาใหม่แข้งกระด้าง เกิดรอยดำ ผิวขรุขระไม่เรียบ ต้องโกนบ่อย และถอนเป็นประจำ  ต่อมามีการพัฒนารูปแบบการกำจัดขนขึ้นมาด้วยการใช้ขี้ผึ้งหรือแวกซ์ หรือบางคนก็ใช้สารเคมีพวกครีมกำจัดจน  แต่ทั้งสองวิธีก็อาจทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคืองและอักเสบได้ ซึ่งสารพัดวิธีที่ว่านี้ล้วนเป็นการหยุดยั้งขนได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่นานขนก็จะขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

 
 

          นพ.ธรรมสถิต จันทจิตร์ แห่งยศยาคลินิก  กล่าวว่า  ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้เพื่อกำจัดขนซึ่งวิธีนี้ถือว่าได้ผลดี วิธีการคือการเลือกคลื่นแสงที่เหมาะสมหรือ Selective Photothermolysis โดยเลือกช่วงความยาวและความกว้างของคลื่นที่เหมาะสมที่ให้พลังงานเพียงพอไปยังขน  พลังงานจากเลเซอร์จะถูดดูดซึมโดยเม็ดสีเมลานินในต่อมขน  ก่อนที่ความร้อนจะกระจายออกไปเพื่อทำลายขนโดยไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง  พลังงานเลเซอร์ถูกออกแบบมาให้ทำงานเฉพาะเจาะจงกับเซลส์เม็ดสีในรากขน  เมื่อเซลส์รากขนถูกทำลาย ขนก็จะหลุดร่วงไปและไม่ขึ้นใหม่

          1. สำหรับคลื่นแสงในแต่ละความยาวคลื่นก็มีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้1. คลื่นแสงที่มีความยาวคลื่น 590-1,200 nm หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ IPL เป็นการใช้แสงความเข้มสูง เครื่องมือนี้เป็นการใช้ไฟแฟลชที่มีตัวกรองแสงเพื่อสร้างแสงมีความยาวคลื่นกับจังหวะการตกกระทบ โดยแสงจะเข้าไปทำลายขน และเพราะ IPL  เป็นแสงความเข้มข้นสูงแต่ความยาวของคลื่นสั้นจึงทำให้พลังงานไม่สูงพอจะทำลายรากขนได้ทั้งหมด อาจจะได้ผลบ้างในไรขนอ่อนๆ บางๆ แต่ถ้าขนดกหนา ผลคือขนบางลงและขึ้นช้าแต่จะไม่หายไปทั้งหมด 
          IPL เป็นเครื่องมือที่กำจัดขนได้รวดเร็ว แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพราะผิวหนังอาจดูดซับพลังงานที่มากเกินไปทำให้ผิวไหม้ได้
          2.เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 800 nm หรือที่เรียกว่า Diode Laser เครื่องมือชนิดนี้ให้พลังงานสูงให้ผลได้ดีกว่า IPL เนื่องจากมีความยาวคลื่นที่เหมาะสม จึงสามารถทำลายลึกถึงรากขน  เหมาะสำหรับกำจัดขนบริเวณพื้นที่ใหญ่ๆ เช่น ขนหน้าอก หน้าท้องอย่างไรก็ตามเมื่อใช้กับผู้ที่มีสีผิวเข้ม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
 
          3.เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064 nm หรือที่เรียกว่า Long Pulse ND-YAG Laser หรือที่คุ้นหูว่าแย๊ก สามารถใช้กำจัดขนได้กับผิวหนังทุกประเภทความเข้ม และด้วยความยาวของคลื่นสูงจึงสามารถทะลุไปยังใต้ผิวหนังชั้นลึกสามารถกำจัดขนได้ลงลึก การดูดซับพลังงานที่ผิวหนังน้อย  จึงเกิดประสิทธิภาพในการกำจัดขนได้ดี รวมทั้งมีระบบประคบให้ความเย็นของเครื่องมือยังปกป้องผิวหนัง  เหมาะกับทุกสีผิวไม่ว่าสีผิวจะเข้มระดับใดก็ตาม ทั้งผิวขาว ผิวสองสี และผิวคล้ำ 
การกำจัดขนด้วยเลเซอร์ Long-Pulse มีข้อดีอีกอย่างคือ สามารถใช้เลเซอร์สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อทำลายต่อมเหงื่อ จึงสามารถกำจัดกลิ่นตัวไม่พึงประสงค์ใต้รักแร้ และลดการเกิดเหงื่อได้ด้วย

          
 
 
          คุณหมอแห่งยศยาคลินิกเสริมว่า  การใช้เลเซอร์กำจัดขนในครั้งแรก อาจมีขนหลงเหลืออยู่บ้างก็อย่าเพิ่งตกใจ เพราะขนจะเริ่มบางเป็นขนอ่อนลงเรื่อยๆ และหมดไปในที่สุด ต่างกับวิธีกำจัดขนแบบชั่วคราว ที่เส้นขนจะงอกขึ้นมาใหม่เท่าเดิมอยู่เรื่อย ๆ เพราะรากขนยังไม่ได้ถูกทำลายไป ข้อดีอีกอย่างคือผิวบริเวณที่กำจัดขนจะเรียบเนียน กระชับ และขาวขึ้น เพราะพลังงานเลเซอร์จะไปช่วยกำจัดเซลล์เม็ดสี และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายในบริเวณนั้นด้วย   สำหรับจำนวนของการยิงเลเซอร์กำจัดขน  กว่าที่ขนจะถูกทำลายไปจนหมดนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล   แต่หากมีการทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ปัญหาขนก็จะค่อยๆหมดไปอย่างถาวร โดยปกติอยู่ที่ประมาณ 5-6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพเส้นขนแต่ละคน  
อย่างไรก็ตามการกำจัดขนด้วยเลเซอร์ก็ยังมีข้อควรระวังหรืออาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้เช่นการบวมเป็นรอยแดง  แต่จะค่อยๆหายไปเอง   
คุณหมอหนุ่มยังฝากข้อคิดเตือนใจว่า  ผู้บริโภคจำเป็นต้องรู้เท่าทันก่อนจะจ่ายสตางค์ยิงเลเซอร์กำจัดขน ควรตรวจสอบว่าเครื่องมือที่ใช้เป็นเลเซอร์ประเภทใด เหมาะสมหรือไม่อย่างไรกับสภาพผิวและขนของแต่ละคน   เนื่องจากเส้นขนจะมีลักษณะความหนาบาง และสีแตกต่างกันตามเชื้อชาติ สีผิว หรือบริเวณที่เส้นขนขึ้นอยู่  ดังนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล  รวมทั้งความสะอาดของเครื่องมือ สถานที่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย  เพียงเท่านี้ก็สามารถโบกมือลาขนได้เลย
 


********
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :  ยศยาคลินิก 257/9 ถ.รัชดาภิเษก ดินแดง กทม. 10400  โทร. 02-6938693

STdaifukuWed Feb 29 2012 23:21:56 GMT+0700 (ICT)