historythailand / ประวัติศาสตร์ (ไทย) / ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอาเซียน

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอาเซียน


ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 5 ของสมาชิกผู้ก่อตั้งและเป็นจุดกำเนิดของอาเซียน หรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีของ 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ต่อมาประเทศบรูไนดารุสซาลาม เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา ได้เข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียนตามลำดับ รวมสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ
ไทยมีบทบาทอย่างแข็งขันในกิจกรรมของอาเซียนตลอดมา รวมทั้งยังมีส่วนผลักดันให้อาเซียนมีโครงการความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่ทันการณ์และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ระหว่างประเทศ อาทิ การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะเดียวกันอาเซียนก็มีความสำคัญต่อประเทศไทย โดยนอกจากจะสร้างพันธมิตรและความเป็นปึกแผ่น ตลอดจนเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคแล้ว ยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจาระหว่างประเทศ และร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาข้ามชาติ และการพัฒนาขั้นพื้นฐานต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมภายในอาเซียน ได้เปิดโอกาสให้มีการขยายตัวด้านการค้าและการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งนำผลดีมาสู่เศรษฐกิจของประเทศไทยและของประเทศสมาชิกอาเซียนโดยส่วนรวม

ปัจจัยกำหนดความสัมพันธ์ของไทยกับอาเซียน
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอาเซียนมีปัจจัยที่กำหนดความสัมพันธ์ ดังนี้
1. ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายในที่กำหนดนโยบายของไทยต่ออาเซียน ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ปัจจัยภายในที่กำหนดนโยบายต่อสมาคมอาเซียน และปัจจัยภายในที่กำหนดนโยบายแต่ละประเทศในอาเซียน สำหรับสมาคมอาเซียนนั้น รัฐได้นำปัจจัยภายในต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณา ซึ่งได้แก่ การเสริมสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การเมืองในประเทศ รวมทั้งการพัฒนาประเทศ เป็นต้น ส่วนปัจจัยภายในที่กำหนดนโยบายต่อแต่ละประเทศในอาเซียนนั้น บางอย่างคล้ายคลึงกัน บางอย่างแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิศาสตร์และผลประโยชน์ร่วมกัน
2. ปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายนอกที่กำหนดนโยบายของไทยต่ออาเซียน ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ประการเช่นเดียวกับปัจจัยภายใน ได้แก่ ปัจจัยภายนอกที่กำหนดต่อสมาคมอาเซียน และปัจจัยภายนอกที่กำหนดนโยบายต่อแต่ละประเทศในอาเซียน สำหรับสมาคมอาเซียนนั้น ได้แก่ การลดบทบาทของสหรัฐอเมริกา การแผ่ขยายสิทธิคอมมิวนิสต์ ชัยชนะของคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน และการแข่งขันอิทธิพลของมหาอำนาจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนปัจจัยภายนอกที่กำหนดนโยบายของไทยต่อแต่ละประเทศในอาเซียนโดยทั่วไปแล้ว เป็นสิ่งเดียวกัน เช่น การแข่งขันอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งทำให้ไทยจำเป็นจะต้องร่วมมือกับอาเซียนอย่างใกล้ชิด เป็นต้น

ลักษณะความสัมพันธ์ของไทยกับอาเซียน
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศอาเซียน มีดังนี้
1. นโยบายต่างประเทศของไทย หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 นโยบายต่างประเทศของไทยต่ออาเซียนที่รัฐบาลไทยยึดถือปฏิบัติอยู่เป็นไป ตามนโยบายที่สืบเนื่อง มาจากนโยบายสมัยรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกนของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะกระชับสัมพันธไมตรีกับบรรดาประเทศภาคีอาเซียนให้แน่นแฟ้นและใกล้ชิด ยิ่งขึ้น ทั้งจะสนับสนุนมาตรการที่จะให้ภิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตสันติภาพ เสรีภาพและความเป็นกลาง ซึ่งต่อมาในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เน้นหลักการที่จะเป็นมิตรกับทุกประเทศที่มีเจตนาดีต่อประเทศไทย โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในอุดมการณ์ทางการเมือง และระบบการปกครอง แต่จะยึดหลักความยุติธรรมและความเสมอภาคเป็นสำคัญ ไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน จากนโยบายดังกล่าวเป็นผลนำไปสู่การเปิดความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างไทยกับ จีน ในปี พ.ศ. 2518 และนับจากนั้นเป็นต้นมาทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ ก็ได้ยึดถือหลักการสำคัญของนโยบายต่างประเทศในอันที่จะสร้างความสัมพันธ์อัน ดีกับทุกประเทศทั่วโลก โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในลัทธิการเมือง และระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะได้เน้นการสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะพิเศษกับประเทศเพื่อนบ้านที่มี พรมแดนติดต่อกันและกลุ่มประเทศอาเซียน
2. ลักษณะความสัมพันธ์ของไทยกับแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน ลักษณะความสัมพันธ์ ของไทยกับแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน มีดังนี้

resistantFri Aug 05 2011 19:18:25 GMT+0700 (ICT)