keemao / รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย / ประวัติรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 3

ประวัติรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 3



รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 (ฉบับที่ 3)



         เนื่องจากได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ มาเป็นเวลานานถึง 15 ปีแล้ว เหตุการณ์บ้านเมืองได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก สมควรที่จะเลิกบทเฉพาะกาล และปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2475 และที่สำคัญ ประเทศไทยต้องการจะสมัครเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติจึงต้องแสดงให้ชาวโลกได้เห็นว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย จึงทำให้ต้องปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียใหม่

                  รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ ประกาศและบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2489 จำนวน 96 มาตรา โดยนายปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม) นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ และถูก "ฉีกทิ้ง" เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 โดยการรัฐประหารของคณะรัฐประหาร อันมีพลโท ผิน ชุณหะวัน นายทหารกองหนุน เป็นหัวหน้า รวมอายุการประกาศและบังคับใช้ 1 ปี 5 เดือน 28 วัน


หลักการสำคัญ

1) เป็นการปกครองในระบบรัฐสภา โดยใช้ระบบ 2 สภา ประกอบด้วย สภาผู้แทนกับพฤฒสภา และมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในกิจการสำคัญๆ ด้วย โดยกำหนดให้ประธานพฤฒสภา เป็นประธานของที่ประชุมร่วมกันของสภาทั้งสอง และให้ประธานสภาผู้แทนเป็นรองประธาน
                    - พฤฒสภา (อ่านว่า พรึด สะ พา) หมายความว่า สภาสูง หรือ วุฒิสภา ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสภาที่เลือกตั้งโดยทางอ้อม (โดยบทเฉพาะกาล กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทน ทำหน้าที่เลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกพฤฒสภา ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี และเมื่อครบ 3 ปีให้จับสลากออกกึ่งหนึ่ง) สมาชิกต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไป และต้องสำเร็จการศึกษา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ มีอำนาจกลั่นกรองและยับยั้งร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร และมีอำนาจควบคุมรัฐบาลด้วยแต่ก็น้อยกว่าสภาผู้แทนราษฎร คือ ได้ตั้งกระทู้ถาม (มาตรา 57) แต่จะลงมติไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีไม่ได้ (มาตรา 70)
                     - สภาผู้แทน (ไม่มีคำว่า ราษฎร แต่อย่างใด) ประกอบด้วยสมาชิกที่ราษฎรออกเสียงเลือกตั้งโดยตรง โดยวิธีแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตละ 1 คน และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ

2) ห้ามข้าราชการประจำเป็นสมาชิกพฤฒสภา สมาชิกสภาผู้แทน และรัฐมนตรีในขณะเดียวกัน

3) ให้เสรีภาพในการตั้งพรรคการเมืองเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และให้สิทธิในการเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ เพิ่มขึ้นจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2475

4) ห้ามตั้งศาลพิเศษ และมีวิธีการประกันอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของผู้พิพากษา โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการตุลาการ

5) จัดตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นครั้งแรก โดยกำหนดให้รัฐสภาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิขึ้น ประกอบด้วยประธานตุลาการ 1 คน และตุลาการอื่นอีก 14 คน เพื่อทำหน้าที่วินิจฉัยว่ากฎหมายใดใช้บังคับมิได้ เพราะแย้งหรือขัดกับรัฐธรรมนูญ (มาตรา 88)


ที่มา... http://e-learning.mfu.ac.th/mflu/1604101/chapter3/Lesson10.htm


keemaoTue Nov 02 2010 17:27:53 GMT+0700 (ICT)