lopburisocial / ปรึกษา สอบถาม ให้คำแนะนำข้อกฏหมายต่างๆ โดยนิติกร / พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว  ..  2550

 เหตุผลในการประกาศใช้กฎหมาย       

         เนื่องจากปัญหาการแก้ไขการใช้ความรุนแรงในครอบครัวมีความละเอียดอ่อนซับซ้อน
เกี่ยวพันกับบุคคลใกล้ชิดมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากการทำร้ายร่างกายระหว่างบุคคลทั่วไป 
การใช้มาตรการทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาบังคับกับการกระทำความรุนแรงใน
ครอบครัวจึงไม่เหมาะสมเนื่องจากกฎหมายอาญามีเจตนารมณ์ที่ลงโทษผู้กระทำความรุนแรง
ในครอบครัว  ดังนั้น  การมีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว 
จึงมีความเหมาะสมมากกว่าการใช้กระบวนการทางอาญา  เพราะสามารถกำหนดรูปแบบวิธีการ 
และขั้นตอนที่มีลักษณะแตกต่างจากการดำเนินคดีอาญาโดยทั่วไป  โดยให้ผู้กระทำความผิดมี
โอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำความผิดซ้ำ  รวมทั้งสามารถรักษาความสัมพันธ์
อันดีในครอบครัวไว้  ประกอบกับเด็ก  เยาวชน  และบุคคลในครอบครัว 
มีสิทธิได้รับความคุ้มครองโดยรัฐ  จากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติ
อันไม่เป็นธรรม  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้มาบังคับใช้
 

นิยามและความหมายตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา3)

 
ความรุนแรงในครอบครัว  หมายความว่า  การกระทำใดๆโดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ 
ร่างกาย  จิตใจ หรือสุขภาพ  หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่กาย
จิตใจ  หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว  หรือบังคับ  หรือใช้อำนาจครอบงำผิดครองธรรม
ให้บุคคลในครอบครัว ต้องกระทำการ  ไม่กระทำการ  หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด
โดยมิชอบแต่ไม่รวมถึงการกระทำโดยประมาท 

 
บุคคลในครอบครัว(มาตรา3) ได้แก่  
-          คู่สมรส (โดยชอบด้วยกฎหมาย)
-          คู่สมรสเดิม (หย่าร้างไปแล้ว)  
-          ผู้ที่อยู่กินหรือเคยอยู่กินฉันสามีภรรยา (โดยมิได้จดทะเบียนสมรส)  
-          บุตร  บุตรบุญธรรม
-          สมาชิกในครอบครัว( เช่น พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้าอา พี่น้อง หลาน เหลน )
-          รวมทั้งบุคคลใดๆที่ต้องพึ่งพาอาศัยและอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน

      การแจ้งเหตุ (มาตรา5)
ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว  หรือผู้ที่พบเห็นการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว 
 
-          มีหน้าที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ 
 
-          การแจ้งนั้นเป็นการกระทำโดยมีเจตนาสุจริตจะได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้องรับผิด
ทั้งทางแพ่งและอาญา  
วิธีการแจ้งเหตุ (มาตรา6)
 
-          กระทำด้วยวาจา
-         เป็นหนังสือ
-         ทางโทรศัพท์  
-         วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
-         วิธีการอื่นใด (ที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะรับทราบเหตุแห่งการกระทำ)

ผู้รับแจ้งเหตุ (พนักงานเจ้าหน้าที่) 
 
-          เจ้าหน้าที่ตำรวจ 
 
-         เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
-         พนักงานฝ่ายปกครอง (ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ปลัดอำเภอ นายอำเภอ)

อำนาจของพนักงานเจ้าหน้า (มาตรา6)
-         พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในเคหสถานหรือที่เกิดเหตุโดยมิต้องมีหมายค้น  
-         มีอำนาจจัดบริการตรวจรักษาจากแพทย์  
-         จัดให้ผู้ถูกกระทำได้รับคำปรึกษาแนะนำจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์

  
การร้องทุกข์ดำเนินคดี(การแจ้งความ)         
    ถ้าผู้เสียหายประสงค์จะดำเนินคดีให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ดำเนินคดีในทันทีถ้าผู้เสียหาย
ไม่อยู่ในวิสัยที่จะร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ด้วยตนเองให้พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์แทนได้
-          ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีภายใน 3 เดือน นับแต่ผู้เสียหายอยู่ในวิสัยและ
มีโอกาสที่ จะร้องทุกข์ดำเนินคดีได้  ให้ถือว่าคดีเป็นอันขาดอายุความ

การดำเนินคดี (มาตรา8         
เมื่อมีการร้องทุกข์ภายในอายุความให้พนักงานสอบสวน(ตำรวจ)ทำการสอบสวนและส่งตัว
ผู้กระทำผิดสำนวนการสอบสวนและความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดี
ภายใน 
48  ชั่วโมง  นับแต่ได้ตัวผู้กระทำความผิดแต่ถ้าหากมีเหตุจำเป็นไม่อาจยื่นฟ้อง
ได้ทันกำหนดเวลาให้ผัดฟ้องต่อศาลได้คราวละไม่เกิน
6 วัน แต่ไม่เกิน 3 คราว

การกำหนดมาตรการและวิธีคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างการดำเนินคดี(มาตรา10)

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือศาลมีอำนาจออกคำสั่งกำหนดมาตาการเพื่อคุ้มครองชั่วคราว
แก่ผู้ถูกกระทำไม่ว่าบุคคลนั้นจะร้องขอหรือไม่ก็ตาม เช่น 
  
-          ได้รับการรักษาจากแพทย์
-          ให้ผู้กระทำชดใช้เงินช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นตามสมควรแก่ฐานะ  
 
-          ห้ามให้ผู้กระทำเข้าไปในที่พำนักของครอบครัว
 
-          ห้ามให้ผู้กระทำเข้าใกล้ตัวบุคคลในครอบครัว
-          กำหนดวิธีการดูแลบุตรถ้าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
หรือศาลต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 3,000 บาท  

อัตราโทษฐานความผิดกระทำความรุนแรงในครอบครัว
-          จำคุกไม่เกิน 6 เดือน 
 
-          ปรับไม่เกิน 6,000 บาท  
-          ทั้งจำทั้งปรับ
-          เป็นความผิดอันยอมความได้  
การลงโทษ(มาตรา12) ในกรณีที่ศาลพิพากษาว่าผู้กระทำมีความผิดศาล
อาจใช้วีการฟื้นฟู  บำบัดรักษา คุมความประพฤติ 
ให้ผู้กระทำชดใช้ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ 
ทำงานบริการสาธารณะหรือทำทัณฑ์บนไว้ตามระยะเวลา
ที่ศาลกำหนดแทนการลงโทษ ผู้กระทำความผิดก็ได้
 
การยอมความ
ไม่ว่าการพิจารณาคดีได้ดำเนินไปแล้วเพียงใดให้ศาลพยามยามให้คู่ความ ได้ยอมความกัน
โดยมุ่งถึงความสงบสุขและการอยู่ร่วมกันในครอบครัวเป็น
สำคัญ
  

nitiThu Oct 08 2009 10:08:20 GMT+0700 (ICT)