lopburisocial / ปรึกษา สอบถาม ให้คำแนะนำข้อกฏหมายต่างๆ โดยนิติกร / พระราชบัญญัติป้องกันและปรามปราบการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551

พระราชบัญญัติป้องกันและปรามปราบการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551

พระราชบัญญัติ
ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  ..  2551
ในปัจจุบันยังมิได้มีกฎหมายที่กำหนดลักษณะความผิดให้ครอบคลุมการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลที่มิได้จำกัดแต่เฉพาะหญิงและเด็กและกระทำด้วยวิธีการหลากหลายมากขึ้น เช่น การนำบุคคลเข้ามาค้าประเวณีในหรือส่งไปค้านอกราชอาณาจักร บังคับใช้แรงงาน บริการขอทาน บังคับตัดอวัยวะเพื่อการค้า หรือการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบประการอื่น ซึ่งในปัจจุบันได้กระทำในลักษณะองค์กรอาชญากกรมข้ามชาติมากขึ้น จึงสมควรกำหนดลักษณะความผิดให้ครอบคลุมการกระทำดังกล่าวเพื่อป้องกันและปรามปราบการค้ามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 
องค์ประกอบของการเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

การพิจารณาว่าบุคคลใดจะเป็นผู้เสียหายจาการค้ามนุษย์หรือไม่ ต้องมีองค์ประกอบอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

1   ถูกกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
 
-  จัดหา  (ไปเลือกเฟ้นหามาไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีการใดๆ)
-  ซื้อ  (เอาเงินตรา แลกกับคน แต่ไม่ได้หมายความถึงสัญญาซื้อขาย)

-  ขาย  (เอาคนไปแลกเงินตรา เอาเงินเขามาโดยยอมตนเข้ารับใช้การงานของเจ้าของเงินที่เรียกว่า ขายตัวลงเป็นทาส)

-  จำหน่าย  (ขาย แจก แลกเปลี่ยน โอน เอาออก )

-  พามาจาก  (นำไป หรือ นำมาโดยต้นทาง และกระทำต่อเนื่องกันโดยตลอดเรื่อยมาถึงปัจจุบันพามาจากที่ใดก็ได้ ใน หรือ นอกราชอาณาจักรก็ได้)

-  ส่งไปยังที่ใด (ทำให้เคลื่อนที่พ้นจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อให้ถึงผู้รับหรือเป้าหมาย ด้วยอาการต่างๆ เช่น ส่งข้าม ส่งผ่าน ส่งต่อ เคลื่อนออกจากที่ โดยส่งไปยังที่ใดก็ได้ในหรือนอกราชอาณาจักร)

-  หน่วงเหนี่ยว  (รั้งตัวไว้ ดึงถ่วงไว้ กักไว้ ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง)

-  กักขัง  (บังคับให้อยู่สถานที่อันจำกัด เก็บตัวไว้ในสถานที่อันจำกัด)

-  จัดให้อยู่อาศัย  (จัดให้พักพิง พักผ่อน)

-  รับไว้  (รับหรือพาคนไปสู่ที่พักเพื่อเก็บเข้าที่ หรือเอาเข้าที่)

2   ถูกกระทำด้วยวิธีการลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

-  ข่มขู่  (ทำให้กลัว ทำให้เสียขวัญ  ทำให้ผู้อื่นกลัวว่าจะเกิดความเสียหายเป็นภัยแก่ตนเอง แก่สกุลของตน หรือแก่ทรัพย์สินของตน เป็นภัยอันใกล้จะถึงและร้ายแรงถึงขนาดที่จะพึงกลัว)

-  ใช้กำลังบังคับ  (ใช้แรงบังคับให้ทำ หรือใช้อำนาจสั่งให้ทำ หรือให้ปฏิบัติหรือให้จำต้องทำหรือให้เป็นไปตามความประสงค์โดยกระทำแก่กายหรือจิตใจด้วยแรงทางกายภาพหรือวิธีอื่นใด เป็นเหตุให้บุคคลอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้)

-  ลักพาตัว  (แอบหรือลอบนำคนไป หรือ นำคนมา โดยบุคคลนั้นไม่ยินยอม)

-  ฉ้อฉล  (ใช้อุบายหลอกหลวงโดยเอาความเท็จมากล่าวเพื่อให้เขาหลงผิด)

-  หลอกหลวง  (ใช้อุบายทุจริตหลอกหลวงให้เข้าใจผิด แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกหรือแจ้งให้ทราบเพื่อให้บุคคลนั้นเข้าใจผิด)

-  ใช้อำนาจโดยมิชอบ  ( ใช้อิทธิพลที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องยอมทำตามไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือไม่ หรือสามารถให้เป็นตามความประสงค์ การปฏิบัติ การกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เป็นต้น)

-  ให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล
 (ถ้าเป็นการกระทำต่อเด็ก แม้ว่าไม่ใช้วิธีการดังกล่าวและไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามให้ถือว่าเด็กนั้นเป็นผู้เสียหายหรือเป็น เหยื่อของการค้ามนุษย์)
3   ถูกกระทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ดังนี้

-  การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี

-  การผลิตหรือเผยแพร่สื่อลามก

-  การแสวหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น

-  การเอาคนลงเป็นทาส  (ทาส หมายถึง บุคคลซึ่งตกอยู่ใต้อำนาจของบุคคลอื่นโดยสิ้นเชิงและต้องทำงานให้บุคคลนั้น)

-  การนำคนมาขอทาน

-  การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ

-  การบังคับตัดอวัยวะเพื่อการค้า

-  การอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

หมายเหตุ

หากเหยื่อเป็นผู้ใหญ่
ต้องมีครบองค์ประกอบทั้ง 3 ลักษณะดังที่กล่าวมาจึงจะเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไปจะไม่เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ แต่อาจผิดตาม พ..บ อื่นๆ

หากเหยื่อเป็นเด็ก(มีอายุต่ำกว่า18ปี)
มีแค่
2 องค์ประกอบก็เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์แล้ว ไม่ต้องมีองค์ประกอบเกี่ยวกับวิธีการ ยกเว้นเกี่ยวกับแรงงานต้องมีการบังคับ    หากขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งจาก2 องค์ประกอบก็ไม่เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์แต่อาจผิดตาม พ..บ อื่นๆ

nitiThu Oct 08 2009 15:57:46 GMT+0700 (ICT)