lovearound / ห้องวีดิโอคลิป / ปีหนึ่งเพื่อนกัน และวันอัศจรรย์ของผม

ปีหนึ่งเพื่อนกัน และวันอัศจรรย์ของผม


ปีหนึ่งเพื่อนกัน และวันอัศจรรย์ของผม

เป็นหนังเก่าแล้วเคยดูกันรึเปล่า ถ่ายทำที่ลาดกระบังด้วย (17ปีที่แล้ว)






ปีหนึ่งเพื่อนกันและวันอัศจรรย์ของผม เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นของ คิง สมจริง ศรีสุภาพ ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2536 เป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งของคู่หูนักแสดงนำจาก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ได้แก่ ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง และ มอส ปฏิภาณ ซึ่งครั้งนี้มารับบทเป็นพี่น้อง เต้ย และ ต้น คนหนึ่งเป็นนักศึกษาที่กำลังค้นหาตัวเอง ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นวิญญาณ




ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

นอกจากพระผู้เป็นเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว

คุณเคยศรัทธาในสิ่งใด อย่างฝังใจบ้างไหม

โดยที่รู้สึกอยู่เสมอว่า...

สิ่งนั้นติดตามปกป้องคุณตลอดมา ในเวลาที่คุณต้องการ

โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่า สิ่งนั้นคืออะไร...

เพียงแต่...อยู่ใกล้ๆคุณแค่นี้เอง

ผมรู้สึกในสิ่งนี้มาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่ง...วันที่น่าเบื่อหน่ายของนักศึกษาวิศวะปีหนึ่งอย่างผม ครับ ...ผมชื่อ "ต้น" ไม่ทราบว่าจะทำอะไรให้ตัวเองหายเบื่อมากไปกว่าหาความสุขตามหอภาพยนตร์ หรือโรงหนัง วันนั้นมีนิทรรศการ "หนังไทยในอดีต" ขณะกำลังเพลินๆอยู่กับบอร์ดต่างๆพอเห็นภาพใบปิดเรียงกันเป็นแถบ ผมมีความรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่าๆ หรือใครสักคนที่เคยผูกพันกันมานานมากแล้ว และยิ่งกว่านั้นภาพของหนังยังทำให้ผมคิดถึงตอนตัวเองยังเป็นเด็กเล็กๆ "พี่เต้ย" พี่ชายของผมเค้าเรียกผมติดปากว่า "ไอ้ตัวเล็ก" ไอ้ตัวเล็กมีความสุขอยู่กับสมุดภาพที่พี่เต้ยขยันวาดเรียงแผ่นเป็นรูปตัว การ์ตูน ไอ้มดแดง กาโม่ ฯลฯ ต่างๆ นานา ให้น้อง ผมอยากให้วันเก่าๆ ย้อนกลับคืนมา...แต่เวลานี้ สิ่งที่ผมทำได้ก็เพียงส่งความคิดถึงให้พี่เต้ยทุกครั้งขณะดูหนังทุกเรื่อง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน "แผลเก่า" หนังรักอมตะทำให้ผมพบกับ "น้ำฝน" แล้ววันแสนเซ็งของผมก็หวานชื่นเย็นฉ่ำขึ้นมาทันที ผมลืมความรู้สึกอย่างนี้มานานมากแล้ว วันนั้นผมพบทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสกว่าที่เคยเป็น

เหมือนทุกอย่างรอเวลา รอจังหวะที่จะพิสูจน์ตัวเอง ผมเชื่ออย่างนั้น...ชมรมถ่ายภาพจัด "โฟโต้ทริป" พวกเรา ผม ไอ้จิม ไอ้ปู กับเพื่อนๆไปแคมป์ปิ้งกันที่ต่างจังหวัด ที่นั่นเคยเป็นบ้านเก่าของเรา พ่อแม่ลูก...ใช่สิ...รวมทั้งพี่เต้ยด้วย สิ่งที่ผมเคยเชื่อ เหมือนจะตามมาตอกย้ำตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่าง เราเดินไปซื้อของในเมืองกัน ผ่านโรงหนังเก่าๆ ที่นี่ผมเจอ "ลุงสมชาย" คนเก็บตั๋วหนังจอมดุของผม พี่เต้ยกับผมเคยสร้างวีรกรรมให้แกเวียนหัวอยู่บ่อยๆ

ภาพจากภาพยนตร์ ปีหนึ่งเพื่อนกันและวันอัศจรรย์ของผม

ที่ห้องแถวริมน้ำ ผมฟังลุงเล่าถึงเรื่องเก่าๆ ระหว่างเราสามคน เสียงหัวเราะของสองลุง-หลาน ทำให้บ้านเก่าหายเหงาไปเยอะ อยากให้สายน้ำไหลกลับ...ผมรู้ว่าพี่เต้ยอยู่ใกล้ๆผมแค่นี้เอง ตั้งแต่เกิดมาคุณเคยพบสิ่งมหัศจรรย์บ้างไหม ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวในชั่วชีวิตของคนคนหนึ่ง ผมก็พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี่แล้ว แม้จะเป็นเพียงครั้งเดียว แต่ก็เป็นความทรงจำที่ดีไปตลอดชีวิตของผม

ผมกลับไปบ้านเก่าของเรา พี่เต้ยรอผมอยู่ มันน่าอัศจรรย์ใจแค่ไหน ใครจะเชื่อว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ผมพาพี่เต้ยกลับเข้ากรุงเทพฯ พบกับความแปลกของโลกที่แตกต่าง เราสองคนพี่น้องสนุกกับการซิ่ง เซอร์ จนผมต้องมานอนเบลออยู่ที่โรงพยาบาล แล้วก็ที่นี่เอง ทำให้พี่เต้ยได้พบกับ "หมอทิพย์" หวานใจในอดีต เพียงได้รู้ว่าเธอยังมีพี่เต้ยอยู่เต็มหัวใจ แค่นี้ก็เกินพอแล้ว แต่คนที่หัวใจกำลังเต้นแร็พอยู่ตอนนี้ไม่ใช่พี่เต้ย ผมต่างหากมี "น้ำฝน" ชะโลมใจอะไรๆก็สดชื่น แต่ก็รื่นอยู่ได้ไม่นานเพราะความพิเรนทร์ของพี่เต้ย

ผมชวนเพื่อนๆมาเที่ยวบ้านวันหนึ่ง พี่เต้ยแกล้งทำไฟดับ ตอนที่เราอยู่กันสองคนในห้องของผม พ่อกลับเข้ามาพอดี ด่าว่าน้ำฝนเสียๆหายๆ คุณพ่อทำร้ายจิตใจผมเกินกว่าจะมีอารมณ์สนุก ผมทะเลาะกับเจ้าตัวการจอมวางแผนอย่างรุนแรง

คืนนั้น...พี่เต้ยหายตัวไปแล้ว สิ่งที่เราจะสื่อถึงกันได้ในขณะนั้นก็มีเพียงสมุดภาพเคลื่อนไหวเล่มน้อย เก่าๆที่ผมยังเก็บไว้ ภาพเคลื่อนไหวย้ำใจตัวเองว่า จริงๆแล้วผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นวิศวกรอย่างที่พ่อวาดหวัง ผมอยากเป็นคนทำหนังเหมือนอย่างที่เคยบอกพี่เต้ยไว้เมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ต่างหาก

วันสอบมาถึง ผมตัดสินใจส่งกระดาษเปล่า บอกพ่อว่าจะเอ็นทรานซ์ใหม่เพื่อเรียนสื่อสารมวลชนและแน่นอน...พ่อโกรธมากหา ว่าผมทำตัวเลวเหมือนพี่เต้ย ผมตัดสินใจทันทีว่าจะไปขอโทษพี่เต้ย ไปตามคนที่ผมรักกลับมา

ผมกลับมาบ้านเก่าอีกครั้ง มีเพียงลุงสมชายเท่านั้นเองที่เป็นที่พึ่งทางใจเวลานี้ แล้วผมก็ได้รู้ในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีอะไรจะทำให้ผมสะเทือนใจได้มากกว่าข่าวนี้อีกแล้ว พ่อกับแม่มาตามเกลี้ยกล่อมจะให้ผมกลับบ้าน กับสิ่งที่ผมเพิ่งได้ยินมาผมไม่คิดว่าใครจะผิด นอกจาก...คนที่พยายามกำหนดทางเดินชีวิตให้คนอื่น ผมระเบิดความรู้สึกอัดแน่นทั้งหมดใส่พ่อ แล้วตะบึงรถมอเตอร์ไซค์อย่าง ลืมตาย อยากหนีให้หลุดพ้นจากทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง รถสิบล้อวิ่งสวนมาด้วยความเร็วสูง จากนั้น...โลกของผมก็เลือนลางอยู่ระหว่างกึ่งจริงกึ่งฝัน อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตผม นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความจริง หรือเป็นจุดจบของสิ่งมหัศจรรย์? ช่วยตอบผมที...

[แก้] เพลงประกอบภาพยนตร์


  • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ปี พ.ศ. 2536[1]
  • รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ปี พ.ศ. 2536[2]
  • รางวัลสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2536[3]
    • รางวัลการสร้างภาพพิเศษทางภาพยอดเยี่ยม


  1. ^ "Thai Film Foundation" - รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ปี พ.ศ. 2536
  2. ^ "Thai Film Foundation" - รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ปี พ.ศ. 2536
  3. ^ "Thai Film Foundation" - รางวัลสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2536



http://www.youtube.com/view_play_list?p=AED61429E649E0BA

นักSบนิSนามTue Jul 27 2010 12:47:06 GMT+0700 (ICT)