loveonepiece / รายละเอียดต่างๆ ของวันพีช / เจาะลึก ONE PIECE และ ความเป็นมาของ "ฮาคิ"

เจาะลึก ONE PIECE และ ความเป็นมาของ "ฮาคิ"

อ้างถึง:
ตอนนี้ มี
1.กำเนิด โรโรโนอา โซโล
2.ดูราคีล มิฮอร์ค ชายตาเหยี่ยว
3.กำเนิด ฮัมมิ่ง บรูค
4.กำเนิดอุซป
5.กำเนิด นามิ
6.กำเนิด โรบิน
7.จักรพรรดินี โจรสลัด" โบอา แฮนค๊อก
8.กำเนิด แฟรงกี้ FRANKY ( ชื่อเดิม cutty flam )
ผมจพเครดิตได้ละ : dyukefundee.exteen
จากตอนล่าสุด มีคนสงสัยกันมากเกี่ยวกับ ฮาโอโชคุ ฮาคิ ของ ลูฟี่

วันนี้ก็เลย จะมาอธิบาย เป็นการเจาะลึกวันพีซ ครั้งที่ 6 ไปเลยนะครับ



---------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลบางส่วนเป็นความคิดของผมเอง โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่านเน้อ อิอิ

---------------------------------------------------------------------------------



แบ่งเป็นสอง ช่วงนะครับ

1. ฮาคิในวันพีซ

2. ที่มาของฮาคิ


-----------------------------------------



1. ฮาคิ ใน วันพีซ

ฮาคิ (Haki) เป็นพลังอย่างหนึ่งที่ยังไม่เปิดเผยแน่ชัด ในเรื่อง วันพีซ (แต่ก็มีข้อมูลพอสมควร)

เป็นพลังชนิดหนึ่ง คล้ายๆพลังจิต นั้นแหละครับ

ภาษาไทย เรียก “จิตคุกคาม” ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Spirit”




มันมีด้วยกันหลายประเภท แล้วก็มีตั้งแต่ตอนแรกแล้วด้วยครับ

การใช้ฮาคิครั้งแรก เกิดขึ้นในตอน ที่ 1 ครับ !!



สำหรับ ฮาคิมันมีหลายประเภทครับ บางประเภทก็หายาก

อย่างเช่น ฮาโอโชคุ ของ ลูฟี่ กับ แฮนค๊อก ที่หายากมากๆ

วิธีการใช้ฮาคิ ก็จะแตกต่างกันไปครับ




ประเภท ระเบิดจิตคุกคาม(spirit burst) เป็นการปลดปล่อยจิตคุกคาม ออกมา

ทำให้คนที่จิตใจอ่อนแอหมดสติ แต่สำหรับคนที่จิตแข็ง ก็จะแค่ตกตะลึง หรือ มึนๆ

ถ้าเป็นสัตว์ ก็อาจจะหนีไปครับ


ตัวอย่าง

- แชงคูส ใช้ตอนช่วยลูฟี่ จากเจ้าแห่งทะเล ใน ตอนที่ 1


- แชงคูส ใช้ตอนขึ้นเรือหนวดขาว ทำให้ลูกเรือบางส่วนหมดสติไป


- เรย์ลี่ ใช้ตอนห้องโถงค้ามนุษย์ ทำให้คนในห้องโถงหมดสติไป


- ลูฟี่ ใช้ตอนสู้กับวัวของดิวบัล ทำให้วัวสลบไป


- ลูฟี่ ใช้ตอนสู้กับมารีโกลด์ และ ซานดราโซเนียร์
ทำให้เผ่าคุจา ในสนามประลองหมดสติไป
ส่วน มารี กับ โซเนียร์ ก็อึ้งๆไป


- ลูฟี่ ใช้ ไล่หมาป่า ที่จะมาทำร้าย บอนเครย์ ในอิมเพลดาวน์ ชั้น 4


[IMG]http://- ลูฟี่ ใช้ทำให้มือสังหาร และทหารเรือบางส่วน หมดสติไป[/img]


ยังมี ฮาคิประเภทอื่น ก็มี....

- ของ เซนโทมารุ ใช้ในการป้องกัน และ โจมตี


- ของ แฮนค๊อก ทำให้คนคล้อยตามได้


- ของเผ่าคุจา เช่น มากาเรต ทำให้โจมตีแรงขึ้น(ใส่ไปในธนู)


- ของมารีโกลด์ ใช้ในการป้องกัน


- ของ ซานดราโซเนียร์ ใช้อ่านการเคลื่อนไหว


ส่วนอีกคนที่ผมว่ามี ก็คือ มิฮอร์ค ที่ใช้ในการมองเห็น(ระยะไกล+แม่นยำ)

อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ทำท่าแบบ ปล่อย ฮาคิ เป๊ะๆเลย ( ในเกมคนที่โดนท่านี้ จะอึ้งๆด้วย)


ที่เกาะแห่งท้องฟ้า ผู้คุมกฎ กับเอเนลู ก็มีพลังที่เรียกว่า "มันโทร่า(Mantra)"

เอาไว้อ่านการเคลื่อนไหว เหมือนกัน

อาจจะเป็นฮาคิประเภทนึง เหมือนของ โซเนียร์ ด้วยรึเปล่าไม่แน่ใจ ครับ


โดยเฉพาะ ไอซา ที่ถึงขนาดมีสัมผัสที่ 6

หรือ อาจจะเป็นฮาคิ ประจำเกาะ (เหมือนฮาคิโจมตีประจำเกาะอเมซอนลิลลี่)

____________

น่าจะยังมีผู้ใช้ ฮาคิ อีกเยอะครับ ลองสังเกตุดู

เวลาใช้ฮาคิ มุมกล้องมักจะไปจับที่ตา หรือใบหน้า แล้วจะมีเส้นๆ

คล้ายๆระเบิดพลัง ออกมา ลองไปหาดู อิอิ

ที่เมืองนอกเค้าบอกว่า หนวดดำใช้ฮาคิ

ตอนอยู่ที่เกาะจายา (แต่ผมว่าไม่ใช้ละมั้ง)

____________

นอกจากนี้ ฮาคิ ยังทำให้โจมตี ผู้มีพลังพิเศษ สายโรเกีย

โดนแม้อยู่ในสภาพสสาร ได้ด้วยครับ

(physic โจมตีโดน Solid)

- เรย์ลี่ ใช้โจมตี คิซารุ


- แฮนค๊อกใช้ เตะ สโมกเกอร์


- หนวดขาวใช้ โจมตี อาโอคิยิ

(ตอนล่าสุดก็ใช้โจมตี ใส่ทหารเรือที่มารุม)


ไม่ใช่แค่โจมตีสายโรเกียเท่านั้น แต่ยังใช้ยกเลิกพลังของผลปีศาจได้หมดเลย

____________________________________________________

2. ที่มาของ ฮาคิ
ฮาคิ (haki) ที่จริงก็เป็นพลังจิต หรือ กำลังภายในนั้นแหละ

มีให้เห็นในการ์ตูนหลายเรื่องโดยเฉพาะในการ์ตูนต้นแบบวันพีซ อย่าง ดรากอนบอล

ก็มีพลังนี้อยู่ เรียกว่า คิ (ki ) !!!! ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า Spirit เหมือนกันด้วย

ในภาษาจีนเรียกว่า Chi หรือ Qi นั้นแหละ


Ki ในดรากอนบอลใช้ครั้งแรก ตอนผู้เฒ่ามูเทน รวบรวมพลังภายใน

ปล่อย พลังคลื่นเต่า ดับไฟที่เขากระทะ ครับ


พวกท่าที่ปล่อยพลังหรือเร่งพลังอย่างอื่นก็คือการใช้ ki เหมือนกัน

ถ้าสังเกตจะเห็นว่า สีต่างกับไปตามแต่ละบุคคล ด้วย

เช่น โกคู เป็น สีฟ้า ใช้ท่าไคโอเคน จะเป็นสีแดง

พิกโกโล่ เป็นสีขาว ซูเปอร์ไซย่า เป็นสีเหลือง


พลังนี้ วัดค่าได้ด้วยการใช้ สเกาท์เตอร์


ในเรื่องอื่น ครับ ยกตัวอย่าง



นารูโตะ เรียกว่า จักระ (Chakra)


เซนท์ เซย่า เรียกว่า คอสโม (Cosmo)


ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ เรียกว่า เน็น(Nen)


แถมให้อีกหน่อย ...เกี่ยวกับ เรื่อง SPIRIT

แถมให้อีกหน่อย ในเรื่อง ซามูไร เพนจร จะมี Spirit os swordman

ซึ่งโซโล ที่เอาต้นแบบการฟันดาบมาจาก เรื่องนี้ (อ.โอดะ เคยเป็นลูกมือ)

ก็มีเหมือนกัน จิตวิญญาณ แห่งนักดาบ

(ในเกมถ้าโซโล ใช้จิตวิญญาณแห่งดาบแล้วจะมีออร่าที่ดาบ และฟันแรงมากๆ)



" ถ้าหากได้ยินเสียงนั้น... ดาบเล่มเดียวกัน ฟันใบไม้ไม่ขาด แต่ฟันหินขาด "


มา เจาะลึก กันต่อเลยดี กว่า

พูดถึง ริวมะ แล้วก็นึกถึง บรูค ขึ้นมาเลย


สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านเล่มหลังๆ....
ผมขอกล่าวถึงประวัติของบรูคเอาไว้คร่าวๆ
ก่อนสักนิด..

------------- กำเนิด ฮัมมิ่ง บรูค ---------------



Humming Brook ฉายาอื่น สุภาพบุรุษโครงกระดูก นักดาบผู้ฮัมเพลง

อดีตนักดนตรีและ นักดาบ กลุ่มโจรสลัดรัมบา ซึ่งเข้ามาในแกรนไลน์เมื่อ 50 ปีก่อน
พร้อมกับ ลาบูน ปลาวาฬสีดำตัวน้อย กลุ่มโจรสลัดรัมบาได้ฝากลาบูน ไว้กับ ครอคคัส ที่ประภาคารทางเข้าแกรนไลน์ และสัญญาว่าจะกลับมารับ


แต่ก็ต้องพบจุดจบ ….เหลือแต่ บรูค ที่กินผลปีศาจโยมิโยมิ (คืนชีพ)
เพียงคนเดียว ตอนคืนชีพ วิญญาณของบรูคตามหาร่างกายนานเป็นสิบปี
ร่างกายจึงเน่าหมด เลยฟื้นมาเป็นโครงกระดูกอย่างที่เห็น


บรูคถูก โมเลีย ชิงเงาไปใส่ในร่างของ ซามูไรริวมะ
เขาจึงต้องการเงาคืนเพื่อจะกลับไปหาลาบูนได้
(ไม่มีเงาโดนแสงแดดไม่ได้)


ท่าการโจมตีของ ริวมะ นั้นเหมือนกับ บรูค ทุกอย่าง


แต่ ร่างกาย ริวมะ นั้น เหนือชั้นกว่ามาก


ที่นี้มา ดูเจาะลึกบรูคกันเลยนะครับ...

การออกแบบตัวละคร บรูค นั้น....
กลุ่มโจรสลัดรัมบา นั้น ปรากฏตัวออกมา ตั้งแต่ เล่ม 12
ในตอนนั้นยังไม่เห็น บรูค(แต่เห็นยอร์กี้กัปตันเรือ)


ลักษณะของบรูคนั้น เป็นที่แน่นอนว่าออกแบบมาจาก



Jack Skellington หรือ Jack Lament
พระเอกของหนัง stop motion ของผู้กำกับ Tim Burton
เรื่อง Nightmare Before Christmas ที่อาจารย์โอะชอบสุดๆนั้นเอง




โครงกระดูกสองตัวนี้ ลักษณะ เรียกว่า ถอดแบบกันมาเลยทีเดียว
ยกเว้นแต่ทรงผม บรูคไว้ทรง อัฟโฟร เพื่อว่าเมื่อกลับไปหาลาบูน จะจดจำได้นั้นเอง

(ยิ่งโพสท่าเดียวกันแบบนี้ เห็นชัดเจน อิอิ)


หนังเรื่อง Nightmare Before Christmas นั้นเป็นหนังเพลงด้วย
เราจะเห็น jack ร้องเพลงเยอะมาก …


จุดนี้เองที่ เป็นต้นแบบการที่ บรูคนั้นเป็นนักดนตรี !


เพลงจากหนังเรื่องนี้ถือว่าคลาสสิคเลยนะ
โดยเฉพาะเสียง เปียโน นั้นสุดยอดมาก

ในวันพีซ บรูคเองก็มีฉากเล่น เปียโน ด้วย
ซึ่งฉากนี้ ตัวละครในเรื่องจะมาร้องรำทำเพลงกัน
บรรยากาศอารมณ์คล้ายเดียวกับ Nightmare Before Christmas
เป็นอย่างมาก


ฉากนี้ก็เป็นฉากเพลงแห่งความตาย ซึ่งไปสอดคล้องกับธีมหนังที่ผีๆ นั้นเอง


บรูคนั้นปรากฏตัวออกมาในช่วง ทริลเลอร์ บาร์ค
ซึ่งดูแล้ว คล้ายกับ เมืองฮัลโลลีน ในหนังมากเลย

สรุปว่า บรูค นั้นต้นแบบมาจาก jack skellington
และ ทริลเลอร์ บาร์ค นั้น มาจาก Halloween Town นั้นเอง


สำหรับบรูค คงมีเท่านี้แหละครับ
แถมเนื้อเพลง ของบรูคไปเพลงนึงแล้วกัน โย่โฮโย่โฮ่


-------------- กำเนิดอุซป -----------------



เริ่มที่การออกแบบก่อนเลย

อุซปนั้น มีต้นแบบมาจาก หลายอย่างผสมกันอย่างลึกซึ้ง
เริ่มด้วย พินอคคิโอ หุ่นไม้ที่มีชีวิตขึ้นมาด้วยเวทย์มนต์นั้นเอง


ลักษณะที่คล้ายกัน คือ จมูกยาว !!!
เมื่อใดที่พินอคคิโอ โกหก เมื่อใด จมูกก็จะยาวขึ้นๆ



ตรงกับคาแรคเตอร์ของอุซปที่เป็นประเภทจอมโกหกพอดี


เมื่อของดูการออกแบบพินอคคิโอ หลายๆแบบ
จะเห็นว่ามีหลายเวอร์ชัน ที่ คอสตูมการแต่งตัวคล้ายๆอุซป เหมือนกัน


นอกจากนี้ยังมีส่วน ที่เหมือนกันอีกอย่าง ก็คือ
ในช่วงท้าย พินอคคิโอ นั้นได ้ออกทะเลไปตามหาพ่อ ที่หายไปในทะเล



จุดนี้ก็ ตรงกับอุซป ที่ ยาซป ผู้เป็นพ่อนั้นออกทะเลแล้วหายไป (อยู่กับแชงคูส)
อีกเหตุผลที่อุซปออกทะเลก็เพื่อไปพบ กับพ่อด้วยนั้นเอง


เมื่อกล่าวถึงพินอคคิโอแล้ว ก็ขอเสริมอีกสักนิด ...
เมื่อพินอคคิโอ ล่องเรือ(แพ) ในทะเลนั้นก็ได้ถูก
"ปลาวาฬยักษ์สีดำ กลืนเข้าไปในท้อง"

ซึ่งเขาได้พบกับพ่อของเขาในท้องปลาวาฬนี้แหละ แล้วก็พอพ่อกลับบ้านได้


ซึ่งฉากหนึ่งที่ปรากฏในวันพีซนั้นก็ คล้ายกับฉากในนิทานเรื่องนี้มาก
นั้นก็คือฉากที่ ลาบูน(ปลาวาฬยักษ์สีดำ) กลืนโกอิ้งแมรี่ เข้าไป
แล้วกลุ่มหมวกฟางก็ได้ เจอกับ ครอคคัส ในท้องปลาวาฬ นี้เอง


ตรงนี้ก็แสดงให้ เห็นชัดเจน เลยว่า อาจารย์โอดะ
ต้องเป็นแฟนตัวยง ของนิทาน พินอคคิโอ แน่นอน
และ ลาบูน กับ ครอคคัส เองก็คงต้นกำเนิดมาจากจุดนี้ด้วย...


แต่กำเนิดอุซปยังไม่จบเท่านี้หรอกครับ

หึหึ อีก 1 ต้นกำเนิดก็คือ

สุดยอดตำนานนักเล่านิทาน อีสป นั้นเอง !!!!
ทุกคนคงเคยอ่านนิทานอีสปกันมาหมดแล้วนะครับ


จุดที่เหมือนกัน อย่างแรกก็คือ ชื่อ นั้นแหละครับ Usopp – Easop
(คำว่า uso แปลว่า โกหก)

ตามคำบอกเล่านั้น..ว่ากันว่าอีสปเป็นคนที่ หน้าตาน่าเกลียดมาก เรียกว่าดูไม่ได้เลยทีเดียว
ไม่มีใครอยากซื้อไปเป็นทาสเลยเพราะ ไม่แข็งแรง เรี่ยวแรงก็น้อย มีส่วนดีอย่างเดียวก็คือ
เป็นคนที่แต่งนิทานมาเล่าได้เก่ง ซึ่งมันตรงกับอุซปทุกอย่างเลย !!!




เมื่อรวม คำโกหกของพินอคคิโอ กับ นิทาน ของอีสป เข้าด้วยกัน

ก็จะเกิดเป็น "นิทานเรื่องโกหก ” ของอุซปนั้นเอง

ซึ่งอุซป นั้นได้ เล่านิทาน ซึ่งเป็นเรื่องโกหกให้แก่คายะ
คุณหนูในเมืองที่ร่างกายไม่แข็งแรง ทำให้คายะร่าเริงอีกด้วย !!!


ตรงนี้ก็ ตรงกับ อีสป ที่ เป็นคน เล่านิทาน
เพื่อสร้างความบันเทิง(แฝงแง่คิด) ให้กับพวกทาสที่โดนจองจำประมาณนั้น


ยังไม่หมดๆ



ใน ฉากเปิดตัวของอุซป นั้น

เป็นฉากที่เหมือนกับ นิทานอีสปเรื่องเด็กเลี้ยงแกะ เลย


เนื้อเรื่องของเด็กเลี้ยงแกะ นะครับ

“เด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่ง ต้องพาแกะไปกินหญ้าและเฝ้าทั้งวัน ด้วยความเบื่อหน่าย
เขาจึงไปตะโกนโหวกแหวก ในเมืองว่าหมาป่ามากินแกะ


เมื่อชาวบ้านรู้ว่าเป็นเรื่องโกหก ก็ไม่เชื่อเด็กคนนั้นอีก


ต่อมามีหมาป่ามากินแกะจริงๆ เด็กเลี้ยงแกะก็ไปตามคนในหมู่บ้านมาช่วย
ซึ่งไม่มีใครมาเลย ”
http://i158.photobucket.com/albums/t...3/90329032.jpg

อันนี้แถมๆ ...
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

"คนที่มักหรือชอบพูดโป้ปดมดเท็จ เมื่อถึงคราวพูดจริงก็ยากที่จะมีใครสักคนเชื่อ..."


เหมือนกับอุซป เลยครับ เพราะแม่ของอุซปนั้นป่วย
ด้วยความอยากให้แม่ดีใจเขาจึงโกหกว่าพ่อซึ่งเป็นโจรสลัดได้กลับมาแล้ว


โดยการ วิ่งตะโกนโหวกเหวก ในเมือง เมื่อชาวบ้านจับได้ก็ ไม่เชื่ออุซป อีก


ต่อมากลุ่ม โจรสลัดคุโระเนโกะ(แมวดำ) นั้นได้บุกเมืองจริงๆ
อุซปก็ไปตะโกนเตือนทุกคนแต่ไม่มีใครเชื่อเค้าเลย...เพราะเขาคือเด็กเลี้ยงแกะนั้นเอง!!!


ในช่วงหลัง อุซปได้ออกจากกลุ่ม(ชั่วคราว)และปลอมตัวเข้ากลุ่มมาใหม่่่
โดยใช้หน้ากากปิดบัง เรียกตัวเองว่า "โซเงคิง เจ้าแห่งการซุ่มยิง"


พร้อมอาวุธคู่กายปาจิงโกะ ยักษ์ ชื่อ "คาบูโตะ"
มีความสามารถของไดอัล จากเกาะแห่งท้องฟ้าหลายแบบ




ในตอนแรกนั้นใช้เพื่อการปิดบัง แต่เมื่อใส่ไปเรื่อยๆแล้ว
อุซปจะเกิดมีความกล้าขึ้นมาอย่างมาก เห็นได้ชัดจาก ตอนสู้กับเพโรน่า
ที่อุซปที่สิ้นหวังสุดๆนั้น ขอยืมความกล้าจาก โซเงคิง


ตอนนี้เขาได้กลายเป็นนักรบแห่งท้องทะเลผู้ห้าวหาญแล้วส่วนหนึ่ง...

สู้ต่อไป โซเงคิง !!!


---------------- กำเนิด โรโรโนอา โซโล -------------------


ที่ต้องกล่าวถึงผลงานเก่าๆเพราะว่า อยากจะให้รื้อฟื้น
เรื่องของ ริวมะเดอะคิง เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่า
เป็นต้นกำเนิดของ โรโรโนอา โซโล ...( แค่ดูหน้าก็เหมือนแล้ว )


และ ริวมะ เองก็ได้ปรากฎตัวออกมาที่ทริลเลอร์บาร์ค ในฐานะซอมบี้ และมีบทบาทในวันพีซอีก
เดี๋ยวจะมากล่าวถึงกัน...


ทีนี้มาจับประเด็นที่ การคิดออกแบบ โซโล อีกที

ชื่อ โซโล นั้น ไม่ว่าใครก็รู้อะ ว่ามาจากตำนานนักดาบ
ผู้มีสัญลักษณ์ตัว Z ก็คือ ZORRO หรือ Don Diego de la Vega
นักดาบที่เอาผ้าคาดตาออกปกป้องชาวเมืองแคลิฟอเนียร์นั้นเอง

ภาพนี้เอาซะเห็นภาพ


ส่วน ดีไซน์หลักๆนั้นมาจาก ริวมะ สไตล์การฟันดาบก็คือฟันได้หนักหน่วงเหมือนกันอีีก


จุดที่แตกต่างจากริวมะก็คือนิสัยครับ
ริวมะ จะออกนิสัยกวนๆคล้ายลูฟี่มากกว่า ส่วนโซโล จะขรึมๆ
ซึ่งนิสัยตรงนี้ผมมองไปถึงตัวละครอีกตัวหนึ่งในเรื่อง dragonball
เป็นตัวละครที่เป็นคู่แข่งและคู่ซี้ตลอดกาลของ ซุนโกคู เลย นั้นก็คือ


พิกโกโร ครับ !!!

หากต้องการคู่หูของพระเอกมาดกวนซักคน
คาแรคเตอร์เคร่งขรึมนี้แหละยอดที่สุด



ที่เหมือนกันอย่างแรกเลยคือ นิสัย ครับออกแนวขรึมๆ
มีแยกเขี้ยวบ้างเป็นบางเวลา 55


ส่วนหน้าตาก็มีส่วนคล้ายตรงโหนกคิ้วนะครับสังเกตดีๆ
ชอบทำคิ้วขมวดๆ ชอบโพกหัวหมือนกัน




เมื่อเอามารวมกันแล้วก็คงพอจะเข้าใจ
ว่าทำไมโซโล เหมือน ริวมะ แต่ต้องหัว “ สีเขียว ”


อีกส่วนนึ่งคงเป็นที่ชื่ออีกแล้ว ครับ
มีตัว ロ เหมือนกัน ピッコロ กับ ロロノア・ゾロ
แล้วใน วันพีซ พบ ดรากอนบอล คู่นี้ก็จับคู่กัน อีกด้วยสิ




นอกจากนี้โอกะ ยังเคยทำงานกับ Nobuhiro Watsuki
ในเรื่อง การ์ตูนซามูไรที่ดังสุดยอดอย่าง “ซามูไรเพนจร Rurouni Kenshin” มาก่อน
จึงใช้พื้นฐานตรงนี้สร้างสรรค์ นักดาบและเพลงดาบออกมา ได้อย่างสุดยอด


และที่ร่ายยาวมาทั้งหมดนี้ เอามารวมกัน ก็คือ
กำเนิด โรโนโนอา โซโล ที่ผมได้วิเคราะห์ออกมาละครับ


----------------------------


สำหรับ โซโล ไอเดียสุดยอดของอาจารย์โอดะแกก็คือ
ใช้ วิชาสามดาบ Santōryū ซึ่งในรายละเอียดของดาบ นั้น
ไม่ใช่แค่ว่ามีสามเล่มแต่ว่าแต่ละเล่มยังมีรายละเอียดของมันอีกด้วย
ทีนี้ลองไปดูกันนะครับว่า ในเรื่องโซโลใช้ดาบ อะไรกันบ้าง
เยอะมากๆ - - (ค่อยๆ นับไป อาจไม่ครบ)


แรกเริ่มโซโลเป็นเด็กเกเร ท้าตีต่อยไปทั่วจนมาถึงสำนักดาบแห่งนี้
โซโลที่พึ่งใช้ดาบเป็นครั้งแรก คิดว่าแบบเด็กๆว่า ดาบยิ่งเยอะ ยิ่งดี
แต่ก็แพ้ คุอินะ ลูกสาวเจ้าสำนัก (ยังไม่นับแล้วกัน*-*)



เมื่อตอนฝึกหัดโซโล ใช้วิชาดาบคู่ (เล่มที่ 1 , 2)


ดวลแพ้คุอินะ ลูกสาวเจ้าสำนักมาตลอด 2000 ครั้ง
และครั้งที่ 2001 โซโลขอท้าสู้ด้วยดาบจริง และก็แพ้อีก (เล่มที่ 3 , 4)



แต่คุอินะซึ่งเป็นหญิงก็อิจฉาโซโลที่เป็นเด็กผู้ชาย
ทั้งสองสัญญาว่าคนใดคนหนึ่งจะต้องเป็นนักดาบมือหนึ่งของโลก
แต่คุอินะก็ประสบอุบัติเหตุตายไปก่อนโซโลจึง ขอดาบของคุอินะ
จากเจ้าสำนัก ก็คือดาบ “วาโดอิจิมอนยิ” ซึ่งโซโลจะคาบไว้ที่ปาก
เพื่อสู้ในส่วนของคุอินะด้วยนั้นเอง (เล่มที่ 5)



วาโดอิจิมอนยิ (Wadō Ichimonji )
(Straight path to harmony - ความเที่ยงตรงที่สอดประสาน)

เป็น 1 ใน 21 ยอดแห่งดาบ (Ō Wazamono Grade Swords)
มีจุดเด่นในเรื่องความทนทานด้ามจับและฝักเป็น สีขาว



8 ปี ต่อมาโซโลก็ออกเดินทางมาเรื่อยโดยใช้วิชาสามดาบ
ใช้ดาบธรรมดาๆ

ที่ภัตตราคารโหด โซโลสู้กับ มิฮอร์ค นักดาบที่เก่งที่สุดในขณะนี้
และใช้ท่าไม้ตายสุดยอด“วิชาดาบสามดาบลับ เพลงดาบสามพันภพ”
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย ดาบหักไปเหลือแต่ วาโออิจิมอนยิ


ตอนไปสู้ที่อารอนปาร์ค
ใช้ดาบของโจนี่ และ โยซากุ ชั่วคราว (เล่มที่ 6 ,7 )

ตอนไปสู้ที่อารอนปาร์ค
ใช้ดาบของโจนี่ และ โยซากุ ชั่วคราว (เล่มที่ 6 ,7 )


เมื่อไปถึง ลอคทาวน์ ก็ได้ดาบมาอีกสองเล่มคือ ซังไดคิเทซึ
ดาบอาถรรพ์ ที่ ทาชิงิ เลือกให้ และได้ดาบ ยูบาชิริ มาฟรีจาก
อิปปงมาซึ เจ้าของร้านอีก 1 เล่ม



ซังไดคิเทซึ (Sandai Kitetsu )
(The Third demon splitter - ผ่าปีศาจลำดับ 3 )

เป็นดาบชั้นดี (Wazamono Grade Swords)
มีจุดเด่นในเรื่อง ความเบา เป็นดาบอาถรรพ์ที่
ผู้ใช้พบจุดจบตายทุกคน อยู่ในตระกูลดาบคิเทซึ
รองจาก โชได คิเทซึ เป็น 1 ใน 12 สุดยอดแห่งดาบ
และ นิไดคิเทซึ 1 ใน 21 ยอดแห่งดาบ ตามลำดับ
ด้ามจับและฝักเป็น สีแดง


ยูบาชิริ (ํYUBASHIRI) (snow step - จังหวะของหิมะ)

เป็น 1 ใน 50 ดาบชั้นดี (Ryō Wazamono Grade Swords)
มีจุดเด่นที่ความคม ด้ามจับและฝักเป็น สีดำ


ที่นี้ก็ได้ดาบประจำตัว สามเล่ม แล้ว


ในการต่อสู้ที่ เอนิเอสล๊อบบี้ ดาบยูบาชิริ
พังไปเพราะโดน Shuu ผู้มีพลังผลปีศาจทำให้เป็นสนิม
โซโล หยิบเอาดาบของกองทัพเรือมาใช้ชั่วคราว (เล่มที่8 )



ประเด็นอีกแล้วครับ


เมื่อมาถึง ทริลเลอร์ปาร์ค โซโล ต้องสู้กับซอมบี้ของ
"ริวมะเดอะคิง" ที่ใช้เงาของ บรูค
ในที่สุดโซโลก็ปราบซอมบี้ริวมะได้ และได้เอาดาบ ชูซุย มาใช้ (เล่มที่ 9)



ชูซุย (SHUUSUI)
เป็น 1 ใน 21 ยอดแห่งดาบ มีจุดเด่นที่เพิ่มพลังในการโจมตี
มีน้ำหนักมาก รูปชัดๆยังไม่มี ^ ^
รู้แต่ตัวดาบเป็นสีดำทั้งด้ามจับและใบดาบ


เมื่อได้ ชูซุย มาโซโล ก็ใช้ ท่าไม้ตายสุดยอด
" วิชาสามดาบลับ ดาบสามพันภพ " อีกครั้งใส่ ออซ
แล้วครั้งนี้ ได้ผล !!!



หลังจากนั้นก็ลากับ ยูบาชิริ ที่ทริลเลอร์ บาร์คนั้นเอง


และนี้คือ ดาบทั้งหมดที่โซโล เคยใช้ ตั้งแต่เริ่มเรื่องมาเลยครับ
เยอะไหมล่ะ อิอิ


ภาคนี้มาต่อที่ สองสาวประจำเรือ

นามิ กับ นิโค โรบิน


เริ่มด้วยข้อมูลทั่วไป กันก่อนเลย


นามิ อายุ 17 ปี ส่วนสูง 169 Cm
สัดส่วน ช่วงแรก B 85 W 55 H 85
สัดส่วน ปัจจุบัน B 95 W 55 H 85

ใช่แล้ว...มันใหญ่ขึ้น !!!


นิโค โรบิน อายุ 28 ปี ส่วนสูง 188 Cm
สัดส่วน B99 W59 H89
---------------------------------


------------- กำเนิด นามิ ---------------


ต้นกำเนิดนั้น มาจาก บูลม่า ในเรื่อง ดรากอนบอล นั้นแหละครับ
ทั้ง บูลม่า และ นามิ เป็น สมาชิกหญิงคนแรกที่เข้ามาในกลุ่ม ....

เป็นแกนหลักของกลุ่มที่เป็นตัวดึงให้ พวกผู้ชายจอมป่วนให้เป็นกลุ่มกันได้
(โดยเฉพาะัพระเอกที่ไม่ค่อยได้ความเรื่องเดินทาง)




โดยเฉพาะช่วงแรกของ ดรากอนบอล
ที่เดินทางไป มี โกคู บูลม่า ยามูชา อูลอน นั้น
บลูม่า จะทำหน้าที่ เหมือน นามิ มากๆ

นามิ จะเป็นคนทำให้การเดินทางนั้นราบรื่น
เพราะเธอเป็น ต้นหน (navigator) นั้นเอง
คนที่กำหนดเส้นทาง ก็คือ เธอ นี้แหละ



เราจะเห็นนามิ ดู ล็อกโพส (เข็มทิศ) บ่อยๆ
เช่นเดียวกับที่ บูลม่า นั้น ดู ดรากอนเรดาร์ บ่อยๆ




ดรากอนเรดาร์ คืออุปกรณ์ ระบุตำแหน่ง พาไปหาดาร์กอนบอล 7 ลูก
(เพราะงี้เลยต้องเป็น 7 เืทพโจรสลัดหรือเปล่า??)
ส่วนล็อคโพส คืออุปกรณ์ ระบุตำแหน่ง พาไปเกาะต่้อไป

ล็อคโพส ก็น่าจะมาจาก ดรากอนเรดาร์ นั้นแหละ

บูลม่า มักจะตกเป็น เป้าของ ตัวเจ้าชู้ประจำเรื่อง

ก็คือ ผู้เฒ่าเต่า (Master Roshi ) นั้นเอง
เช่นเดียวกับนามิ ละครับ





ทั้งสองยังเป็นตัวละครที่ ขับขี่ยวดยานเก่ง อีกด้วย

ของ บูลม่า จะมี มอเตอร์ไซค์ ที่เอาออกมาจาก แคปซูล
นามิก็จะมี เวบาร์ (Waver) ที่ใช้พลังขับเคลื่อนของของ ไดอัล



พูดถึง ไดอัล สักนิด
แนวคิดของไดอัล จากเกาะแห่งท้องฟ้า ก็ืคือ

"การเก็บสิ่งต่างๆไว้ในหอย แล้วเอาออกมาใช้ภายหลังได้"

เช่นเก็บพลังโจมตี ไว้แล้วปล่อยออกมาทีหลัง



ใน ดรากอนบอล ก็มีึอุึปกรณ์ประเภทนี้อยู่ นั้นก็คือ แคปซูล !!



แคปซูลนั้น "เอาไว้เก็บสิ่งของต่างๆไว้ แล้วเอาออกมาใช้ภายหลัง"



ที่นี้ ก็จะเห็นแล้วว่า มอเตอร์ไซค์แคปซูล กับ เวบาร์ไดอัล
มันค่อนข้างเข้ากันเลยทีเดียว!

สำหรับไดอัลนั้น ก็มีคนใช้หลักๆก็คือ นามิ กับ อุซป นั้นแหละ



นามิก่อนที่จะได้ไดอัลมา นั้นสู้ไม่เก่งเลย
กระบองคุริมา ดั้งเดิมนั้น ทำอะไรไม่ค่อยได้เลย



แต่หลังจากติดไดอัลเข้าไปแล้ว
ก็ร้ายกาจขึ้นมาก คูลบอล ฮีทบอล


ธันเดอร์บอล


"ธันเดอร์แลนช์ เทปโป"


เหมือนกันอีกอย่าง ก็คือ
เป็นตัวละคร ไม่กี่ตัวในเรื่องที่มี ฉากอาบน้ำ อิอิ



สำหรับ นามิ คงหมดเท่านี้แหละครับ อิอิ


----------- กำเนิด นิโค โรบิน ---------------



โรบิน นั้นมีรวมกันอยู่ หลายอย่าง
อันดับแรกกล่าวถึง รูปร่างหน้าตา ก่อน



พอเห็น ดวงตา ของโรบิน แล้วก็ทำให้นึกถึงสองพี่น้องฝาแฝด

มนุษย์จักรกล หมายเลข 17 กับ 18 ขึ้นมาเลยทีเดียว



คล้ายมากโดยเฉพาะ ดวงตา นี้คล้ายสุดๆ
นอกจากนี้ก็ คือ การปรากฏตัวออกมาเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ

ก่อนจะกลายมา เป็นพวกเดียวกันในภายหลัง ...

ต่อไปก็เป็นพลังของโรบิน


โรบิน กิน ผลฮานะ ฮานะ เข้าไป

ทำให้ สามารถแตกหน่ออวัยวะ
ได้โดยส่วนใหญ่ โรบินจะแตกมือเป็นหลัก




มองไปก็คล้าย อาชูร่า เทพอสูรหกมือ เหมือนกัน


ใช้แล้วครับ อีก ต้นแบบ ของ นิโค โรบิน นั้น
มาจากช่วงที่อ.โอดะ ไปช่วยงาน คินนิคุแมน อยู่นั้นแหละ

อาชูร่าแมน ครับผม


จุดเด่นก็ตรงมี หลายมือ นี้แหละ แต่ไม่ใช่แค่มีหลายมือเหมือนกัน

แต่ท่าที่โรบิน ใช้ก็ เป็น ท่ามวยปล้ำแทบทั้งสิ้น

ท่าไม้ตาย ของ อาชูร่า แมน คือท่า อาชูร่า บัสเตอร์
(ต่างจากคินนิคุบัสเตอร์ที่ ใช้แขนล็อคหลายจุด มากกว่า)


ท่าไม้ตาย ของ โรบิน ก็คือท่า ครัช
แม้จะไม่เหมือนกับ แต่ก็ใช้หลักการ
หลายมือล็อคหลายจุด เหมือนกัน



ท่ามวยปล้ำโจมตี ของโรบิน ที่เป็น แนวซับมิชชัน นั้น
อ.โอดะ คงดัดแปลงมาจาก ตอนทำงานในคินนิคุแมนนี้แหละ

พูดถึงอาชูร่าแล้ว ในวันพีซ อ.โอดะ ยังเอามาใช้อีกอย่างก็คือ ...
ท่า อาชูร่าของโซโล ครับ (อันนี้คือขยับหัวกับแขนให้ดูเหมือนมีหลายมือ)



สำหรับ โรบิน ก็คง จบเท่านี้แหละครับ



"จักรพรรดินี โจรสลัด" โบอา แฮนค๊อก



อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า แฮนค๊อก เป็นหวานใจของลูฟี่ แบบจริงๆไปแล้ว


ในส่วนรายละเอียด...

มาดูชื่อก่อนเลย
----------- Name ----------

"Boa" ก็คือ งูใหญ่ ที่เป็นสัญลักษณ์ของโจรสลัดคุจา ด้วยนั้นเอง

ส่วน "Handcock"

- พอได้ยินคำนี้ ทีแรกก็พาลนึกไปถึงหนังดัง ของ Will Smith
เรื่อง Handcock ฮีโร่จอมกวน กันไป ทีแรกผมก็คิดยังงั้นแหละ


โดยเอามาบวกกับ อดีตของ แฮนค๊อก ที่เป็น ทาส ของ เผ่ามังกรฟ้า (Tenryubito)

ก็เลยคิดไปว่า พ้องกับความหมายของคำว่า "กุญแจมือ" ด้วยนั้นเอง

แต่ประเด็นนี้คงตกไปแล้ว คิดว่าคงไม่มีส่วนเท่าไหร่

เพราะเมื่อดูกันลึกๆ (ตามที่หลายท่านได้วิเคราะห์กัน)

มันไปตรงกับประวัติศาสตร์ของบุคคลนึงมากกว่า..

นั้นคือ Thomas Hancock ผู้ได้ฉายา "บิดาแห่งอุตสาหกรรม ยาง " นั้นเอง

ประวัติโดยย่อ

"การทำอุตสาหกรรมยางในยุคแรกๆนั้น ประสบปัญหาน้ำยางจับตัวกันเป็นก้อนแข็ง

จนกระทั่งใน ปี ค.ศ.1820 โธมัส แฮนค๊อก ได้คิดค้น เครื่องฉีกและรีดยาง ได้สำเร็จ

ทำให้ อุตสาหกรรมยาง นั้นพัฒนาขึ้นมา"
สอดคล้องกับ การ เป็นมนุษย์ยาง ของลูฟี่ นั้นเอง

----------- Design ----------

ส่วนของการออกแบบ โบอา แฮนค๊อก ถูกวางให้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก

ก็เลยวาดออกมาสวยเลิศอลังการเป็นอย่างมาก (จึงได้รับความนิยมถล่มทลาย
ส่วนต้นแบบนั้น เนื่องจาก ถูกวางบทให้เป็น หวานใจ ของ ลูฟี่ พระเอกของเรื่อง
จากความคิดของผม นั้น โบอา แฮนค๊อก

มีต้นแบบมาจาก หวานใจ ของ ซุนโกคู (ที่เป็นต้นแบบของลูฟี่) นั้นเอง

ประวัติของจีจี้ อย่างย่อนะครับ



ตอนที่ โกคู บลูม่า และ อูรอน เดินทางไปดับไฟที่ ภูเขาเพลิง

ซึ่่งช่วงนั้นเนื้อเรื่องของดรากอนบอล เหมือนกับ ไซอิ๋วครับ

...ก็ได้เจอกับ ราชาปีศาจวัว ที่คิดว่าพวกโกคู จะมาแย่งสมบัติเลยต่อสู้กัน


-------------- ความเหมือน --------------


ดูจากโครงหน้าและทรงผมก่อน ก็จะเจอ ส่วนคล้ายกันอยู่ (ผมสีดำเงา)


ในส่วนเครื่องแต่งกายก็จะมีส่วนคล้ายทั้ง รูปแบบ คือ ชุด dress ผ่าขา

คล้ายๆชุดของจีน และ เฉดสี ที่เป็นโทน แดง-ม่วง


---------ทางด้านความสัมพันธ์ -------

โบอา แฮนค๊อก เป็นฝ่ายตกหลุมรักลูฟี่ ก่อน โดยลูฟี่ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย

เหมือนกับ ที่ จีจี้ ตกหลุมรักโกคูก่อน โดยที่โกคู ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเหมือนกัน

(แถมจำสัญญาแต่งงานไม่ได้อีกต่างหาก)




--------- แรกพบ ---------

ในการพบกันครั้งแรก ของลูฟี่กับแฮนค๊อก ลูฟี่ร่วงลงมา จากฟ้า

ตกลงที่ห้องอาบน้ำของแฮนค๊อก พอดี

และในการพบกันครั้งแรกของโกคู กับจีจี้ โกคู ขี่เมฆลอยฟ้า มาเจอกับจีจี้

ดู มุมกล้อง ดูละกัน



ต่อมาลูฟี่ ถูกแฮนค๊อก ลงโทษโดยให้ต่อสู้ กับน้องสาวทั้งสอง ใน ลานประลอง !

เหมือนกับในการการพบครั้งที่สอง ของ โกคู และจีจี้ นั้นเอง

ที่พบกันและประลองกัน ที่ ลานประลอง !!!! ศึกชิงเจ้ายุทธภพ


โดยทั้งลูฟี่ และโกคู ชนะศึกครั้งนี้

โกคู ได้แต่งงานกับจีจี้ ตามสัญญา

ส่วน ลูฟี่ ได้ความประทับใจแรกในน้ำใจของลูฟี่ จึงเปิดเผยความลับดวงตากอร์กอน ที่แผ่นหลัง

ความเหมือนอีกหลายอย่าง ดังนี้

- โบอา แฮนค๊อก เป็น ตำแหน่ง จักรพรรดินี (Empress)

ส่วนทาง จีจี้ ก็จะเรียกว่าเป็น เจ้าหญิง ก็น่าจะได้นะเพราะ

เป็นลูกสาวของ ราชา ปีศาจวัว (OX King)

- ลูฟี่ได้และร่วมเดินทางกับ นามิ ก่อน แล้วจึงมาเจอ และ รักกับ แฮนค๊อก ในภายหลัง

เหมือน โกคูพบและเดินทางร่วมกันบลูม่า (ต้นแบบของนามิ) มาก่อน แล้วจึงพบและรักกับ จีจี้ ภายหลัง
ด้วยเหตุผลเท่าที่ผมจะคิดได้ดังกล่าว จึงคิดว่า

โบอา แฮนค๊อก มาจาก จีจี้ แน่ๆเลยครับ


กำเนิด แฟรงกี้ FRANKY

FRANKY ( ชื่อเดิม cutty flam )

สมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ที่เป็น ไซบอร์ก โดยการดัดแปลงร่างกายของตัวเอง

อายุ 34 ปี ค่าหัว 44 ล้าน เบรี


ลักษณะภายนอก

อันนี้ชัดเจนว่า ต้นแบบมาจาก POPEYE ตัวละครกะลาสี เก่าน่าดูเลยล่ะ

สังเกตุตรงแขนจะโตๆ และ มีสัญลักษณ์ เหมือนกัน



อันนี้แถมนิด

POPEYE เป็นการ์ตูนตอนสั้นๆ

ที่สอนให้เด็กๆกินผัก จะได้แข็งแรงเหมือน POPEYE

จากกะลาสีธรรมดา พอกินผักเข้าไป

ก็จะแข็งแรง สามารถอัดเจ้า PLUTO จอมเกเร ได้

ตรงจุดนี้ แฟรงกี้ ก็ได้มาเหมือนกัน

ถ้าเติมพลังด้วย โคล่า ก็จะมีพลังฮึดขึ้นมา !!

อันนี้ไม่รู้ว่า ตั้งใจแซว POPEYE ไหมนะ

ฉากที่ ชอปเปอร์ ส่งน้ำผักต่างๆให้ แฟรงกี้ เติมพลัง แล้วกลายเป็นแบบเพี้ยนๆไป


พูดถึงต้นแบบของ ONEPIECE ก็ลืมไม่ได้กับ DRAGONBALL

ในส่วนของ แฟรงกี้ ก็มีจุดที่น่าสนใจอยู่เช่นกัน

นักฆ่าอันดับ 1 ของโลก

เถา ไป ไป ( TAO PAI PAI )


เถาไปไป สู้กับโกคู จนพ่ายแพ้ โดนระเบิดไป

แต่รอดตายกลับมาอีกครั้ง ในร่าง ไซบอร์ก !!!


เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย

ทั้งคู่ชอบเล่นเสา

อาวุธอยู่ที่มือ



นักฆ่าอันดับ 1 ของโลก

เถา ไป ไป ( TAO PAI PAI )

เถาไปไป สู้กับโกคู จนพ่ายแพ้ โดนระเบิดไป

แต่รอดตายกลับมาอีกครั้ง ในร่าง ไซบอร์ก !!!
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย

ทั้งคู่ชอบเล่นเสา !!!

อาวุธอยู่ที่มือ

เถาไปไป โดนพลังคลื่นเต่าของโกคู เข้าไป

จนล้อนจ้อนเหลือแต่ กางเกงใน

ตรงนี้จะเป็นจุดกำเนิด มนุษย์กางเกง ในของแฟรงกี้หรือเปล่าหนอ


ในดรากอนบอล ยังมีเหล่ามนุษย์ดัดแปลงที่ออกมาตอนหลังๆด้วย

ที่น่าจะเข้าข่าย น่าจะเป็น หมายเลข 16 (Android 16)

แต่ก็ยังหาจุดร่วมไม่ได้ นอกจากยิงปืนจากแขนเหมือนกัน

lovenon2006Tue May 10 2011 16:02:49 GMT+0700 (ICT)