mademelove / Mademelove บทความน่าอ่าน / ส้ม

ส้ม

ส้ม (ทั่วไป)

                     (เขียวหวาน. เช้ง. โชกุน. โอ. แก้ว.)



 
     เกร็ดความรู้เรื่องส้ม (ทุกสายพันธุ์)                 
    * เป็นไม้ยืนต้นอายุยืนหลายสิบปี ทรงพุ่มขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ ส้มโอ ส้มแก้ว และส้มเช้ง
ที่ปลูกในประเทศไทยมีอายุยืนนานเกิน 10 ปี บางสวนถึง 20 ปียังให้ผลผลิตดี แต่ส้มเขียวหวาน
กลับมีอายุเพียง 4-6 ปีต้นตายแล้ว  ในขณะที่ส้มเปลือกล่อนของอเมริกา (ฟลอริด้า ซันเครส ฟรี
มองต์ ฯลฯ) ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับส้มเขียวหวานอายุนานถึง 100 ปี

  
  * พืชตระกูลส้ม  ได้แก่  ส้มเขียวหวาน. ส้มโชกุน. ส้มเช้ง (ส้มตรา-ส้มซ่า-ส้มกา).
ส้มแก้ว.  ส้มโอ.  ส้มมือ.  ส้มจี๊ด.  ส้มทองเฮง.  ส้มเปลือกหวาน.  มะนาว. 
มะกรูด. มะสัง. มะขวิด. สามารถขยายพันธุ์แบบทาบกิ่ง ติดตาหรือเสียบยอดซึ่งกันและกันได้

    * ส้มเขียวหวาน ส้มโชกุน เรียกว่ากลุ่ม ส้มเปลือกล่อน เนื่องมาจากคุณลักษณะเฉพาะตัวที่มี
เปลือกบาง ล่อนหรือลอกออกจากเนื้อได้ง่ายซึ่งต่างจาก  ส้มโอ  ส้มเช้ง  มะนาว  มะกรูด

    * ส้มสายพันธุ์ปลูกในกระถาง (ไม้ประดับ) ได้ผลผลิตดี ได้แก่   ส้มกิมจ๊อหรือกัมควอท
(รับประทานได้ทั้งเปลือก).  ส้มจี๊ด (คาราเมนติน).  ส้มหลอด (ผลหวาน/ผลเปรี้ยว) และส้ม
ใบด่าง.    
                

    * ส้มจุก. ของไทยเคยนิยมปลูกมากในเขตภาคใต้ มี  2 สายพันธุ์ คือ จุกใหญ่ และ ไม่มี
จุก  ปัจจุบันพอมีให้เห็นบ้าง
                

    * เป็นพืชรากลอย  ชอบหาอาหารบริเวณหน้าดินไม่ลึกนัก  
                

    * ชอบดินที่มีอินทรีย์วัตถุ  ปุ๋ยคอก (มูลวัวเนื้อ/นม 3 ส่วน + มูลไก่ 1 ส่วน.....หมัก
ข้ามปี.)ยิบซั่มธรรมชาติ. กระดูกป่น. หญ้าคลุมผิวดินโคนต้น แต่ไม่ชอบยาฆ่าหญ้า-วัชพืช. สาร
เคมีกลุ่มทองแดง (ค็อปเปอร์ออกซี่คลอไรด์).  รากแช่น้ำในสวนยกร่องน้ำหล่อ.

    * ติดดอกออกผลได้ตลอดปีแบบไม่มีรุ่นหรือฤดูกาล  เป็นดอกสมบูรณ์เพศที่ผสมตัวเอง หรือ
ต่างดอกในต้นเดียวกัน หรือต่างดอกต่างต้นได้
                

    * เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์เกิดจากขาดสาร
อาหาร/ฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) แล้วผสมกันแล้วพัฒนา
เป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว

    
* ปรับปรุงบำรุงดินด้วยยิบ ปุ๋ยคอก ซั่มธรรมชาติและกระดูกป่น   ต้นจะตอบสนองดีกว่าใช้ปูน
มาร์ล  โดโลไมท์  และหินภูเขาไฟ       
                

    * การใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพที่มีส่วนผสมของกากน้ำตาล (หมักใหม่)  ค่าความเป็นความกรดสูง
(พีเอช 3.0-4.0) นอกจากทำให้หยุดการเจริญเติบโตของผลแล้วยังเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อรามีลา
โนสอีกด้วย             
                

    * การใช้สารกลุ่มคอปเปอร์ ออกซี่ คลอไรด์(กำจัดโรคแคงเคอร์)บ่อยๆ จนเกิดอาการสะสม
ในต้น สารคอปเปอร์ ออกซี  คลอไรด์.(ทองแดง) จะขัดขวางการลำเลียงสารอาหารจากรากไปยัง
ส่วนต่างๆของต้น เป็นเหตุให้ต้นไม่ได้รับสารอาหารที่ให้ทั้งทางรากและทางใบ

    * โรคกรีนนิ่ง (ใบแก้ว). โรคตริสเตรซ่า (ยางไหล). เป็นเชื้อไวรัสที่ติดมากับสายพันธุ์ซึ่ง
แพร่หลายออกไปทั่วประเทศจนพูดได้ไม่มีต้นพันธุ์ไม้ผลตระกูลส้มใดปลอดโรคดังกล่าวนี้  และ
ปัจจุบันยังไม่มีสารเคมีใดๆ กำจัดให้หายขาดได้ แนวทางแก้ไข คือ บำรุงต้นให้สมบูรณ์อยู่เสมอเพื่อกด
เชื้อไว้ไม่ให้อาการกำเริบ  ถ้าต้นอ่อนแอหรือขาดความสมบูรณ์เมื่อใด อาการโรคจะปรากฏออกมา
ทันที
                

    * ต้นพันธุ์เสียบยอดหรือติดตาบนตอมะสัง. มะขวิด. มะกรูด. ทรอยเยอร์ (ส้มสามใบ).
คลีโอพัตรา. สวิงเกิ้ล.  มักได้ผลดีเฉพาะช่วงต้นเล็กอายุยังน้อยเท่านั้น เมื่อต้นอายุมากขึ้นจะมี
อาการโคนต้น (ตอเดิม) ใหญ่และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามอายุ เรียกว่า ตีนช้าง ในขณะที่ส่วนของพันธุ์ที่
นำมาเสียบหรือติดตาจะเล็กหรือโตตามปกติ  นอกจากนี้ระบบรากเคยดีเมื่อช่วงต้นเล็กก็จะเปลี่ยนเป็น
เลวลง          
                

    * ต้นลำเปล้าเดี่ยวๆหรือมีกิ่งง่ามแรกสูงจากพื้น 50-80 ซม. ระบบลำเลียงน้ำเลี้ยงจากราก
ไปสู่ส่วนต่างๆของต้นดีกว่าต้นไม่มีลำเปล้าหรือกิ่งง่ามแรกอยู่ชิดพื้นดิน
                

    * การให้สารรสหวาน (กลูโคส น้ำตาล) เป็นอาหารทางด่วนมากหรือบ่อยเกินไปจะทำให้เกิด
อาการใบกร้านและชะงักการเจริญเติบโตได้
                

    * สวนยกร่องน้ำหล่อควรลดระดับน้ำจากสันแปลงถึงผิวน้ำไม่น้อยกว่า 1-1.20 ม. เนื้อดินที่
สันแปลงเหนียวแก้ไขด้วยการฉีดอัดจุลินทรีย์ประเภทไม่ต้องการอากาศลงไปลึกๆ จุลินทรีย์กลุ่มนี้ช่วย
ลดความเหนียวจัดของเนื้อดินได้ พร้อมกันนั้นให้ใช้หลักการล่อรากจากใต้ดินลึกให้ขึ้นมาอยู่ที่ผิวดิน
ด้วยปุ๋ยอินทรีย์ รากเกิดใหม่ที่ผิวดินจะทำหน้าที่แทนรากส่วนที่อยู่ลึกใต้ดินได้

    * เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นบนส่วนใดส่วนหนึ่งของต้น อย่ารีบด่วนตัดสินใจว่าเป็นเชื้อโรคส้ม
เพราะลักษณะบางอย่างอาจเกิดจากการขาดธาตุรอง ธาตุเสริม หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมก็ได้

    * ช่วงที่ผลกำลังเจริญเติบโตแล้วได้รับอากาศหนาวเย็นสีเปลือกจะมีสีเหลืองเข้มหรือเหลืองอม
แสด  แต่หากได้รับอากาศร้อนสีเปลือกจะมีสีเขียวจัดหรือมีสีเหลืองเล็กน้อย

    * ช่วงผลกำลังพัฒนา ถ้าต้นได้รับไนโตรเจนน้อยผลจะโตช้าหรือไม่โต แต่ถ้าช่วงเดือนสุดท้าย
ก่อนเก็บเกี่ยวต้นยังคงได้รับไนโตรเจนมาก  จุก(เปลือกติดขั้ว)สูง เปลือกหนา รสเปรี้ยว กลิ่นไม่ดี

    * ช่วงผลกำลังพัฒนา ถ้าต้นได้รับน้ำไม่เพียงพอหรือไม่สม่ำเสมอ ผลส้มจะมีเส้นรกมาก 
เปลือกหุ้มกลีบหนาและเหนียว  รับประทานแล้วมีชานมาก
                

    * ช่วงผลแก่จัดใกล้เก็บเกี่ยวแล้วได้มีฝนตกชุก และผลอายุแก่เกินมากตัวกุ้ง (เนื้อ) จะแข็ง
กระด้าง (ข้าวสาร) ล่อนกระจายไม่เกาะกัน แต่หากอายุยังไม่ถึงกำหนดตัวกุ้งเล็ก  ฉ่ำน้ำ  รก
หนา  รับประทานไม่อร่อย
                

    * หลังเก็บเกี่ยวลงมาแล้วทิ้งไว้ 3 วัน – 1 เดือน (แล้วแต่ชนิด) ให้ลืมต้นจะได้รสชาติดีขึ้น

 
   * เนื่องจากธรรมชาติของส้มเขียวหวานที่ต้นสมบูรณ์มากมักติดผลดกมาก จึงเป็นภาระที่ต้นต้อง
หาอาหารส่งไปเลี้ยงผลบนต้นจำนวนมาก ต้นจึงมักจะโทรม กรณีนี้แก้ไขด้วยการให้แม็กเนเซียม อย่าง
น้อยเดือนละ 1 ครั้ง
                

    * อัตราการใส่ปุ๋ยทางราก ½ กก./ต้น/เดือน สำหรับต้นที่ติดผลไม่ดกนัก และอัตราใส่ 1/2
กก./ต้น/15 วัน สำหรับต้นที่ติดผลดกมาก 
                  

    * การให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพหมักจากปลาทะเล และมีส่วนสมของกากน้ำตาล อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
นานหลายๆเดือนจะทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต (ไม่แตกใบอ่อน) ดังนั้นการให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพจึงต้อง
ให้อย่างระมัดระวังหรือต้องเฝ้าสังเกตการเจริญเติบโตของต้นอยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งอาจต้องหยุดหรือเว้น
ระยะห่างของการให้บ้าง
                

    * การใช้มูลสัตว์ปีก (ไก่-นกกระทา) เพื่อเสริมการออกดอกนั้นไม่ควรใช้มากจนเกินจำ
เป็น โดย
เฉพาะมูลค้างคาวไม่ควรใช้กับส้มเพราะจะทำให้มีเมล็ดมากและขนาดใหญ่

 
   * ต้นทรงพุ่มรกทึบ  ใบมาก  จนแสงแดดผ่านรอดเข้าไปไม่ทั่วถึง  บริเวณเปลือกลำต้น
และกิ่งแก่จะมีราต่างๆ (หลายสี) เกาะจับ  แก้ไขด้วยการฉีดพ่นปุ๋ยน้ำชีวภาพหรือจุลินทรีย์หน่อ
กล้วยบ่อยๆควบคู่กับตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง  ความร้อนจากแสงแดดจะช่วยกำจัดราจับเปลือกได้
                  
      การขยายพันธุ์
               
      ตอน (ดีที่สุด).  เสียบยอด.  เพาะเมล็ด (กลายพันธุ์).
    
                
      วิธีเลือกกิ่งพันธุ์
               
    - เลือกกิ่งพันธุ์ที่ขยายพันธุ์ (ตอน) จากต้นแม่อายุ 10 ปีขึ้นไป  สมบูรณ์  แข็งแรง 
ให้ผลดก
สม่ำเสมอ  คุณภาพดี  ไม่มีโรคจนต้นโทรม  ไม่มีอาการของโรคใบแก้วและยางไหล
แสดงอย่างชัดเจน                
    - เป็นกิ่งกระโดงกลางอ่อนกลางแก่อวบอ้วนสมบูรณ์  เปลือกเริ่มแตกลายงา  ลำเปล้าสูง
ตรง  เมื่อ
วางถุงลงบนพื้นราบจะเห็นใบและกิ่งย่อยชี้ขึ้นปกติ               
    - กิ่งพันธุ์ที่ตอนมาจากกิ่งข้างทรงพุ่มชี้ขึ้นจะมีลักษณะเปลือกแก่ คดงอ ส่วนกิ่งพันธุ์ที่ตอนมา
จากกิ่งข้างทรงพุ่มชี้ลงนอกจากจะมีลักษณะเปลือกแก่และคดงอแล้ว ขณะตั้งบนพื้นยังเห็นใบชี้ลง
ชัดเจน กิ่งตอนประเภทนี้เมื่อนำไปปลูกจะโตช้า  โตขึ้นแล้วทรงพุ่มไม่สวย  และให้ผลผลิตไม่ดี
    
- รากในถุงชำกลางอ่อนกลางแก่  สมบูรณ์  จำนวนมาก  และยังไม่ม้วนวนในถุงชำ
                
      เตรียมแปลง
               
    1.เตรียมแหล่งน้ำ ช่องทางน้ำเข้า-ออกและเครื่องสูบน้ำที่ทำงานได้ทันทีตลอดฤดูกาลผลิต
    
2.ติดตั้งระบบสปริงเกอร์ในและเหนือทรงพุ่มเพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของเนื้องาน 
การติดตั้งสปริงเกอร์เป็นการลงทุนครั้งเดียวแล้วใช้ได้นานนับหลายสิบปี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า
การใช้เครื่องรดน้ำทุกชนิด
               
    3.ตัดหญ้าหรือวัชพืชชิดติดผิวหน้าดินแล้วปล่อยเศษซากทิ้งคลุมหน้าดินไว้อย่างนั้น
      หมายเหตุ :               
      แปลงปลูกมะพร้าวเก่า หลังจากรื้อต้นมะพร้าวออกหมดแล้ว ใส่ปุ๋ยคอก เศษซากพืช ยิบซั่ม
ธรรมชาติ  กระดูกป่น จากนั้นไถกลบลงดินยิ่งลึกยิ่งดี จะช่วยให้ต้นส้มเจริญเติบโตดี.....กรณีที่ไม่
มีรากมะพร้าวแนะให้ใช้เศษพืชชนิดอื่น เช่น แกลบ  กาบมะพร้าวสับ ทะลายปาล์มสับ  เป็นต้น
  
                 
      เตรียมดินและอินทรีย์วัตถุ  
               
    - ใส่ปุ๋ยคอก (มูลวัวเนื้อ/นม + มูลไก่ไข่/เนื้อ/นกกระทา...แห้งเก่าข้ามปี)ปีละ 2 ครั้ง
  
  - ให้ยิบซั่มธรรมชาติ  ปีละ 2 ครั้ง               
    - ให้กระดูกป่น  ปีละ 1 ครั้ง  
               
    - คลุมโคนต้นด้วยเศษพืชแห้งหนาๆเต็มพื้นที่บริเวณทรงพุ่ม ล้ำออกไปถึงนอกเขตทรงพุ่ม
    - ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิงหรือจุลินทรีย์ 1-2 เดือน/ครั้ง               
      หมายเหตุ :               
               
    - การฝังซากสัตว์ เช่น หอยเชอรี่  ปลาสด  เป็นชิ้นเท่าลูกมะนาวหรือบดละเอียด ที่ชายเขต
ทรงพุ่ม 4-5 หลุม/ต้นทรงพุ่ม 3-5 ม.ฝังปีเว้นปี เพื่อให้ต้นมีสารอาหารกินตลอด 24 ชม. ต่อ
เนื่องหลายๆปีจะทำให้ต้นมีความสมบูรณ์สูงพร้อมต่อการบำรุงทุกขั้นตอน
  
  - ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ (ทางใบ-ทางราก) บ่อยเกินไปจะทำให้ต้นหยุดการเจริญเติบโต ไม่แตก
ใบอ่อน  ผลหยุดขยายขนาดแล้วกลายเป็นผลแก่  การให้ทางใบอาจเป็นแหล่งอาศัยและแพร่ระบาด
ของเชื้อราได้  
                
    
- ฮอร์โมนธรรมชาติและฮอร์โมนวิทยาศาสตร์จะให้ประสิทธิภาพเต็มร้อยก็ต่อเมื่อ ต้นมีสภาพ
ความสมบูรณ์สูง
                

     

mademeloveTue Jul 27 2010 23:43:26 GMT+0700 (ICT)