mengamulet / รวมมนต์คาถา..สารพัดประโยชน์ / โองการครูมโนราห์เต็มสูตรฉบับคัดมาจากใบลานโบราณแท้ๆ!!!!!!!!

โองการครูมโนราห์เต็มสูตรฉบับคัดมาจากใบลานโบราณแท้ๆ!!!!!!!!

    โองการเหล่านี้เป็นของจริงที่ใช้ประกอบพิธีใหญ่อยู่นะครับ ให้ไว้เป็นวิทยาทานครับ เพราะโองการเหล่านี้นับวันจะสูญหายไปแล้ว...




โนราโรงครู

โนราโรงครูเป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญในวงการโนราเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะเป็นพิธีกรรมเพื่อเชิญครูหรือบรรพบุรุษของโนรามายังโรงพิธี เพื่อรับการเซ่นสังเวย เพื่อรับของแก้บน และเพื่อครอบเทริดหรือผูกผ้าแก่ผู้แสดงโนรารุ่ยใหม่ ด้วยเหตุที่ต้องทำการเชิญครูมาเข้าทรง ( หรือมา " ลง " ) ยังโรงพิธี จึงเรียกพิธีกรรมนี้อีกชื่อหนึ่ง คือ " โนราลงครู "
    โดยปกติการร่ายรำมโนราหากจัดขึ้นเพื่อการชมในฐานะมหรสพก็เรียกว่า " โนรารำ " ถ้าคณะโนราเดินทางไปแสดงต่างถิ่นในลักษณะแสดงเร่ไปเรื่อย ๆ เรียกว่า " โนราเดินโรง " และถ้าให้โนราตั้งแต่ 2 คณะแสดงประชันแข่งขันกันก็เรียกว่า " โนราโรงแข่ง "
    " ครู " ตามความหมายของโนรามีสองความหมาย ประการแรกหมายถึง ผู้สอนวิชาการร้องรำโนราแก่ตนเอง หรือแก่บรรพบุรุษของตน ความหมายที่สอง หมายถึงบรรพบุรุษหรือผู้ให้กำเนิดโนรา เช่นขุนศรีศรัทธา นางนวลทองสำลี และแม่ศรีมาลา บรรพบุรุษตามความหมายนี้ยังเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " ตายายโนรา "
    สำหรับวัตถุประสงค์ในการแสดงโนราโรงครูมี ๓ประการ คือ
๑. เพื่อไหว้ครู หรือ ไหว้ตายายโนรา ด้วยเหตุที่ศิลปินต้องมีครู ดังนั้นผู้แสดงโนราหรือเทือกเถาเหล่ากอของโนราจึงต้องยึดถือเป็นธรรมเนียมจะต้องมีการไหว้ครูเหมือนศิลปินอื่น ๆ และแสดงกตเวทิตาคุณต่อครูของตน การไหว้ครูและแสดงกตเวทิตาคุณของโนราทำโดยการรำโรงครูนี้เอง
๒. เพื่อแก้บน นอกเหนือจากการไหว้ครูข้างต้นแล้ว โนราโดยทั่วไปจะถือว่าครูโนราของตนที่ล่วงลับไปแล้วเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเมื่อมีเหตุเพทภัยเกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว หรือญาตมิตร ก็มักจะบนบานศาลกล่าวต่อบรรชนเหล่านั้นให้มาช่วยขจัดปัดเป่าเหตุเพทภัยนั้น หรือบางครั้งบนบานศาลกล่าวขอให้ตนประสบโชคดี ซึ่งเมื่อสมประสงค์แล้วก็ต้องทำการแก้บนให้ลุล่วงไป ทางออกของโนราในกรณีนี้ก็คือการรำโนราโรงครู
๓.เพื่อครอบเทริด ธรรมเนียมนิยมอย่างหนึ่งของศิลปินไทย คือการครอบมือแก่ศิลปินใหม่ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมอันเป็นมิ่งมงคลยิ่งของชีวิตศิลปิน ซึ่งโนราก็หนีไม่พ้นธรรมเนียมนิยมนี้ แต่เรียกว่า " พิธีครอบเทริด " หรือ " พิธีผูกผ้าใหญ่ " หรือ " พิธีแต่งพอก " หากพิธีนี้จัดขึ้นเมื่อใดก็ตาม จำเป็นต้องมีการรำโนราโรงครูทุกครั้ง
ชนิดของโนราโรงครู

    โนราโรงครูมี ๒ ชนิด คือ
๑.โรงครูใหญ่ หมายถึงการรำโนราโรงครูอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะต้องกระทำต่อเนื่องกัน 3 วัน 3 คืนจึงจะจบพิธี โดยจะเริ่มในวันพุธ ไปสิ้นสุดในวันศุกร์ และจะต้องกระทำเป็นประจำทุกปี หรือทุกสามปี ทุกห้าปี ซึ่งต้องใช้เวลาเตรียมการกันนานและใช้ทุนทรัพย์สูง จึงเป็นการยากที่จะทำได้
๒.โรงครูเล็ก หมายถึงการรำโรงครูอย่างย่นย่อ คือใช้เวลาเพียง 1 วันกับ 1 คืน โดยปกติจะเริ่มในตอนเย็นวันพุธแล้วไปสิ้นสุดในวันพฤหัสบดี ซึ่งการรำโรงครูไม่ว่าจะเป็นโรงครูใหญ่หรือโรงครูเล็กก็มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวการณ์และความพร้อม การรำโรงครูเล็ก เรียกอีกอย่าง คือ " การค้ำครู "
    อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเป็นการรำโรงครูใหญ่หรือรำโรงครูเล็กนับเป็นธรรมเนียมนิยมอันดีของศิลปินโนรา เพราะนอกจากเป็นการรำลึกถึงบุญคุณครูแล้วยังเป็นการชุมนุมบรรดาศิษย์ของโนรารุ่นต่าง ๆได้อีกประการหนึ่งด้วย อันเป็นหนทางให้เกิดสัมพันธภาพอันดีต่อกันระหว่างครูกับศิษย์ ศิษย์กับศิษย์ โนรากับโนราให้คงอยู่กันอย่างแน่นแฟ้น ซึ่ง ณ ที่นี้ ขอชมเชยชาวตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ที่ยังคงจัดพิธีกรรมรำโนราโรงครูอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

 

 

 

บทเชิญครูมาลงในพิธีกรรมโนราโรงครู

บทเกริ่น

ตาเอยตาหลวงลูกบวงสรวงราชครูถ้วนหน้า
ครูกลอนของข้าแม่ศรีมาลาเป็นครูต้น
ลูกจะข้ามก็ไม่รอดครั้นลูกจะลอดก็ไม่พ้น
แม่ศรีมาลาเป็นครูต้นมารดาพ่อขุนศรัทธา
แย้มพระโอษฐ์โปรดเกล้ามาเป็นคนเฒ่าแต่ก่อน
มารดาศรัทธาท่าแคมีแต่พ่อเทพสิงหร
ถ้าพ่อสมัครรักลูกจริงมาช่วยอวยสิงอวยพร
ไหว้พ่อเทพสิงหรสอนมนต์พ่อขุนศรัทธา
ไหว้ศรัทธารามโฉมงามเบิกหน้าบายตา
ราชครูของข้าพ่อลับตาไปเสียแล้ว
พ่อลับตาไปท้ายไทไปสู่วิมานแก้ว
ลับตาไปเสียแล้วเหมือนแก้วมาหล่นไปจากอก
โอ้อนิจจาลูกนึกขึ้นมาน้ำตาตก
มาหล่นไปจากอกเหมือนลูกนกมาถูกเฉียว
โอ้ว่าอนิจจามาทิ้งลูกยาไว้คนเดียว
บทเชิญตาหมอเฒ่า
ตาหมอเฒ่าเป็นต้นเชียกอย่าให้ลูกร้องเรียกหา
ตาหมอเฒ่าเป็นเทพเป็นผู้วิเศษในเมืองพระพารา
ตาหมอเฒ่าต้นหนให้ขับต้อนพลกันเข้ามา
แต่ไหรแต่ก่อนรู้แล้วไม่หอนได้อยู่ช้า

บทเชิญพ่อเทพสิงหร

    สิบนิ้วยอกรไหว้เทพสิงหรให้ร่อนมา
เทพสิงหรของลูกแก้วแล้วแล้วไม่หอนได้อยู่ช้า

บทเชิญตาหมอเทพ

    ตาหมอเฒ่ามาแล้วตาหมอเทพของลูกแก้วเชิญเข้ามา
ตามหมอเฒ่าเดินหน้าตาหมอเทพลีลาเดินตามหลัง
ตาหมอเทพของลูกแก้วแล้วแล้วไม่หอนได้อยู้ช้า
มาจับตาซ้ายโยกย้ายไปจับที่ตาขวา
มาจับที่ตาขวาให้ซ่านมาถึงหัวใจ
มาจับแต่นิ้วกลางนิ้วนางพ่อเว้นไว้ให้ใคร
รื่นรื่นไรไรไคลเข้าในร่างพระกายา

 

 

บทเชิญตาหลวงอินทร์

    พ่อเทพสิงหรลงมาแล้วหลวงอินทร์ใจแก้วองค์ที่สี่
แต่ก่อนเคยได้ยินขึ้นชื่อหลวงอินทร์เขาใจดี
เชิญลงมาองค์ที่สี่ใจดีดำเหนินเชิญพ่อมา
ตาหมอหลวงอินทร์ของลูกแก้วเสียงแจ้วข้ากาศอาราธนาหา
ถ้าหากผิดพลั้งอย่าถือเชิญหลวงอินทร์แลมือมโนรา
ศิโรราบกราบไหว้ครูหมอตายายข้างซ้ายขวา
มาเถิดมาต้าดำเหนินเชิญมาให้ไวไว
ช้านักไม่ได้ธูปเทียนดอกไม้ต้องจอไฟ

บทเชิญตาหลวงทรง

    ทั้งหญิงทั้งชายพี่น้องทั้งหลายเขาประสงค์
ความรักความห่วงความเป็นบ่วงตาหลวงทรง
ถึงเวลาแล้วพ่อจะลงลูกขอเชิญมาเถิดพ่อมา
มาเถิดมาต้าเพราะพระเวลามันไม่คอย
หลวงทรงพ่อจงเลื่อนลอยจะให้ลูกหลานคอยไปถึงไหน
ริบริบไรไรเข้าไปในร่างพระกายา
มาเร็วเร็วเถิดพ่อแก้วลูกจะแผ้วแต่โรงไว้คอยท่า

บทเชิญโนรามี

    มือข้าทั้งสิบนิ้วสอดขึ้นหวางคิ้วเหนือเกล้าเกศี
ยกขึ้นวันทาลูกจะร้องเรียกหาโนรามี
แต่ก่อนเขาใจดีพอมาปีนี้ลูกหลานไม่เคยเห็น
แต่ก่อนแต่ไหรโนรามียอดใยน้ำใจเย็น
ลูกหลานไม่หอนเห็นมาเล่นมารำเสียเถิดหนา
มาเถิดโนรามีฤกษ์งามยามดีเชิญพ่อมา
มาเถิดมาต้าหว่างตัวลูกยาร้องเรียก
ดอกจิกดอกจักยังเล่าดอกรักดอกลำเจียก
ตัวพ่อเหมือนควายส่วนตัวลูกชายเปรียบเหมือนเชียก
ถ้าพ่อไปไหนลูกน้อยก็ตามเรียก
ไม่ให้พ่อไปไกลจูงเข้าในโรงมโนรา

บทเชิญตาหลวงสิทธิ์

    กล่าวถูกกล่าวผิดจะขออ้างหลวงสิทธิ์ติดต่อมา
หลวงสิทธิ์ของลูกแก้วแล้วแล้วไม่หอนได้อยู่ช้า
หลวงสิทธิ์เจ้าเอยทรามเชยจับทรงร่อนลงมา
มาเถิดมาต้าดำเหนินเดินช้าอยู่ว่าไหร
เข้ามาต้าเหวอยอดพ่อบุญรอดเข้ามาช้าอยู่ไย
รีบรีบอย่าทำไรเข้ามาในโรงมโนรา
หลวงสิทธิ์ของลูกแก้วแล้วแล้วไม่หอนจะอยู่ช้า
ถ้าพ่อมาก่อนให้นั่งหน้ามาช้าให้นั่งอยู่อยู่ข้างหลัง
เราแห่เจ้าเข้าตัวเหมือนแห่เจ้าอยู่หัวให้เข้าวัง
ธงแดงแห่หน้าธงราชวาแห่ตามหลัง
เชิญเข้าตามเส้นด้ายเคลื่อนย้ายเข้ามาตามเส้นใย

คำประกาศครู

หลังจากโหมโรง หรือ ลงโรง โดยประโคมเครื่องพอสมควรแก่เวลาแล้วก็มีการ (ประ) กาศครู หรือ ไหว้ครูตามแบบฉบับของโนรา โนราทุกโรงก่อนที่จะรำต้องไหว้ครูกาศครูเสียก่อน การไหว้ครูเป็นวัฒนธรรมประจำชาติไทยมาแล้วแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เพราะครูเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาต่างๆให้ เริ่มแต่ครูต้นคือบิดามารดาจนถึงครูคนสุดท้าย โนรานับถือครูมาก ฉะนั้นการเล่นทุกคราวจะขาดการไหว้ครูเสียก่อนไม่ได้

คำกาศครู โดย ขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา)

ตอนที่ ๑

    อานเอ ขานให้โนเนโนไน
ขานมาช้าต้อง ทำนองเหมือนวัวชักไถ
เพลงสำลีไม่ลืมไน พี่ไปไม่ลืมน้องหนา
รวยรวย ยังหอมแต่รสแป้งทา
หอมรสครูข้า ส่งกลิ่นพ่อมาไรไร
หอมมาสาแค่ ลูกเหลียวไปแลหอมไกล
หอมฟุ้งสุราลัย ไคลเข้าในโรงน้องหนา
ลมใดพัดแล้ว ตั้งเมฆขึ้นมา
ลมว่าวดาหรา พัดโต้ด้วยลมหลาตัน
ลูกก็ชักเอาใบแล่น กลางคืนมาเป็นกลางวัน
ไกลหลิ่งไกลฝั่ง เอาเกาะกะชังมาเป็นเรือน
เพื่อนบ้านเขานับปี นางทองสำลีนับเดือน
เอาเกาะกะชังมาเป็นเรือน เป็นแท่นที่นอนน้องหนา

ตอนที่ ๒

    ฤกษ์งามยามดีปานี่ชอบยามพระเวลา
ชอบฤกษ์ร้องเชิญดำเนินราชครูถ้วนหน้า
ราชครูของน้องลอยแล้วให้ล่องเข้ามา
ราชครูของข้ามาแล้วพ่ออย่าพ้นไป
เชิญพ่อเข้ามานั่งนี้ ลูกหยายถ่ายที่ให้พ่อนั่งใน
มาแล้วพ่ออย่าพ้นไปมาอยู่เหนือเกล้าเกศา
มาอยู่เหนือเกล้าเหนือผมมาช่วยคุมลมกันยา
กันทั้งลูกลม พรมโหวดกันทั้งผีโพด มายา
มากันพรายแกมยาละมบ เขาฝังไว้ริมทาง
มากันให้ถ้วนให้ถี่มากันลูกนี้ทุกที่ย่าง
ละมบเขาฝังไว้ริมทางจำไว้แวะซ้ายแวะขวา
สิบสองหัวช้างสิบสองหัวเชียกจำให้พ่อร้องเรียกหา
ถ้าพ่อไม่มาลูกยาจะได้เห็นหน้าใคร
เห็นหน้าแต่ท่านผู้อื่นความชื่นลูกยามาแต่ไหน
ให็ลูกเหลียวหน้าไปหาใครเหมือนใยราชครูถ้วนหน้า
ลูกไหว้ครูพักอีกทั้งครูสอนไหว้แล้วเอื้อนกลอนต่อมา
ไหว้ครูสั่งสอนข้าพ่อมาคุ้มหน้าคุ้มหลัง
มาเถิดพ่อสายสมรมาคุ้มลูกเมื่อนอนเมื่อนั่ง
มาคุ้มข้างหน้าข้างหลังพ่อมาวังซ้ายวังขวา
ราชครูของน้องลอยแล้วให้ล่องเข้ามา
ราชครูของข้าดำเนินเชิญมาให้หมดสิ้น
ไม่ว่าอยู่แค่ หรืออยู่ไกลลูกร้องกาศไปให้ได้ยิน
ดำเนินเชิญมาให้หมดสิ้นไหลแล้วให้เทกันเข้ามา
ขุนโหรญาโหรขุนพรานญาพรานโปรดปรานเหนือเกล้าเกศา
ไหว้พรานเทพเดินดงพระยาพรานคงมาเดินป่า
พรานบุญปรึกษาเดินจำนำหน้าราชครู
แม้นผิดแม้นพลาดตรงข้อไหนชาวไทยเมตตาได้เอ็นดู
บรรดาราชครูมาอยู่เบื้องซ้ายเบื้องขวา
ลูกจับเริ่มเดิมมาไหว้ขุนศรัทธาเป็นประธาน
ไหว้หลวงเสนได้เป็นครูพักเป็นหลักนักเลงแต่โบราณ
ถัดแต่นั้นทองกันดารไหว้ตาหลวงเสนสองเมือง
ไหว้ตาหลวงคงคอผมหมอไหว้ท้าววิจิตรเรือง
โปรดให้รับท้าวเข้าสู่เมืองลือเลื่องความรู้ได้เล่าเรียน
พ่อมาสอนศิษย์ไว้ต่างตัวพ่อไม่คิดกลัวเพราะความเพียร
สิบนิ้วข้าหรือคือเทียนเสถียรสถิตยอไหว้ไป
ยอไหว้พระยาโถมน้ำโฉมงามพระยาลุยไฟ
พระยาสายฟ้าฟาดลูกน้อยนั่งร้องกาศไป
พระยามือเหล็กพระยามือไฟไหว้ใยตาหลวงคงคอ
ไหว้ลูกของพ่อที่แทนมาชื่อจันทร์กระยาผมหมอ
ตาหลวงคงคอผมหมอหลวงชมตาจิตร
เมื่อยามเป็นคนพ่อทองหลวงนายแต่ท้าวมาไร้ความคิด
หลวงชมตาจิตรผิดด้วยสนมกรมชาววัง
พ่ออาบน้ำทาแป้งดับแตง ไม่ทันได้ผันหลัง
ผิดด้วยสนมกรมชาววังรับสั่งผูกคอให้ฆ่าเสีย
พ่อไม่ทันได้สั่งลูกบุญปลูกไม่ทันได้สั่งเมีย
รับสั่งผูกคอให้ฆ่าเสียในฝั่งแม่น้ำย่านยาว
หากพ่อมาตายด้วยเจ็บไข้ลูกรักจักได้ไปถามข่าว
ในฝั่งแม่น้ำย่านยาวชีวิตพ่อม้วยมรณา
ถ้าพ่อตายข้างฝ่ายบกให้เป็นเหยื่อนกเหยื่อกา
ถ้าพ่อไปตายฝ่ายเลให้เป็นเหยื่อเข้เห-รา
พ่อไปตายฝ่ายเหนือให้น้ำเน่าน้ำเหงื่อไหลลงมา
น้ำเน่าลายจันทร์น้ำมันลูกลายแป้งทา
โดกแข้งโดกขาลูกยาไว้ทำไม้กลัดผม
ดวงเนตรพ่อทองผมสอดลูกน้อยไว้ทำไม้หลอดอม
ทำไม้กลัดผมชมต่างพ่อร้อยชั่งแก้ว
โอ้พ่อร้อยชั่งแก้วสองแถวพ่อร้อยชั่งอา
ร้อยชั่งรักข้าพ่ออย่าตัดตัดรักเสียให้ม้วย
พ่ออย่าตัดลูกเหมือนตัดตาลพ่ออย่ารานหลานเหมือนรานกล้วย
พ่ออย่าตัดรักเสียให้ม้วย เห็นดูด้วยช่วยรำมโนรา

ตอนที่ ๓

    ลูกกาศครูเท่านั้นแล้วผ่องแผ้วเป็นเพลงพระคาถา
ลูกไหว้นางหงส์กรงพาลีไหว้นางธรณีเมขลา
ไหว้บริถิว ราชาภูมิมาหาลาภหาชัย
ลูกจะไหว้แม่โภชวัชดีธรณีแม่ได้เป็นใหญ่
ลูกเล่นเต้นรำบรรดาที่ทำบนหัวแม่และขอคำความอำภัย
หลีกเกล้าเกศาเสียให้ไกล ไหว้ภูมิสถานท่านเจ้าวัด
เล่นให้สบายให้คลายให้คล่องอย่าให้ข้องอย่าให้ขัด
ไหว้ภูมิสถานท่านเจ้าวัดผมถัดลงหูมาลงตา
ไหว้พุทธรูปในกุฏิและวิหารแบ่งองค์ส่งญาณเล็งแลมา
ลูกเข้ามาเยี่ยมที่ในอารามขอสมาอย่ามีความโทษา
ขึ้นชื่อความเจ็บอย่ามาใกล้ขึ้นชื่อความไข้อย่าให้มีมา
ทั้งไข้ร้อนไข้ห่าพ่อมาขับไล่เสียให้ไกล
อย่าโชกโบกโบยพ่อมาคุ้มโภยกันภัย
กันทั้งเสนียดจังไหรอย่าให้มาใกล้ลูกเลยหนา...

ตอนที่ ๔

    หัตถ์ทั้งสองประคองตั้งยกขึ้นเหนือเศียรรังดังดอกปทุมมา
หัตถ์ทั้งสองประคองเศียรนั่งไหว้เวัยนแต่ซ้ายย้ายไปหาขวา
ไหว้มุนีนาถพระศาสดาพุทธังธัมมังสังฆาไหว้อาจารย์
ไหว้คุณศีลาพระบารมีป่าฉะนี้นั่งไหว้พระคุณท่าน
ครุฑยักษ์ปักษาพยาบาลศัตรูหมู่มารขอให้หลบหลีกหนี
ไหว้จักรวรรดิ์ฟ้าครอบทุกช่องชั้นขั้นขอบรอบทั้งโลกี
ไหว้เวสสุวรรณเจ้าบัญชีไหว้สุวรรณมาลีลูกไหว้ฤาษีสม
พระบวชพระเรียนจำเนียรนาถลูกนั่งไหว้พระบาทองค์พระยายม
ไหว้ภูมิสถานท่านเจ้ากรมยาขึ้นตั้งบังคมเหนือพระเกศา
กาศไปเห็นไม่ตรึกนี่ค่ำดึกดื่นเกินพระเวลา
กลัวพี่น้องน้าป้ามานั่งถ้าเหนื่อยเนื้อจะเหนื่อยใจ
เราร่ำเรียนมาหมายว่าจะเล่นทำเช่นเอาไว้ใช่จักได้ไหร
มาเราจะร้องท่องพระบทไปออกมาไวเชิญรำทำให้ชม.....แม่....เอ้ย

 

ขึ้นตำนานโนราห์

 นางนวลทองสำลี เป็นบุตรีท้าวพระยา
นรลักษณ์งามนักหนา จะแจ่มดังอัปสร
เทวาเข้าไปดลจิต ให้เนรมิตเทพสิงหร
รูปร่างอย่างขี้หมอน ( กินนร ) ร่อนรำง่าท่าต่างกัน
แม่ลายฟันเฟือน ตระหนกล้วนแต่เคลือวัลย์
บทบาทกล่าวพาดพัน ยอมจำแท้แน่หนักหนา
จำได้สิบสองบท ตามกำหนดในวิญญาณ์
เมื่อฟื้นตื่นขึ้นมา แจ้งความเล่าเหล่ากำนัล
แจ้งตามเนื้อความฝัน หน้าที่นั่งของท้าวไท
วันเมื่อจะเกิดเหตุ ให้อาเพทกำม์จักไกล
ให้อยากดอกมาลัย อุบลชาติผลพฤกษา
เทพบุตรจุติจากสวรรค์ เข้าทรงครรภ์นางฉายา
รู้ถึงพระบิดา โกรธโกรธาเป็นฟุนไฟ
ลูกชั้วร้ายทำขายหน้า ใส่แพมาแม่น้ำไหล
พร้อมสิ้นกำนัลใน ลอยแพไปในธารัล
พระพายก็พัดกล้า เลก็บ้าพ้นกำลัง
พัดเข้าเกาะกะชัง นั่งเงื่องงงอยู่ในป่า
ร้อนเร้าไปถึงท้าว โกสีย์เจ้าท่านลงมา
ชุบเป็นบรรณศาลา นางพระยาอยู่อาศัย
พร้อมสิ้นทั้งโฟกหมอน แท่นที่นอนนางทรามวัย
ด้วยบุญพระหน่อไท อยู่เป็นสุขเปรมปรีดิ์

    เมื่อครรภาถ้วนทศมาส ประสูติราชจากนาภี
อีกองค์เอี่ยมเทียมผู้ชาย เล่นรำได้ด้วยมารดา
เล่นรำตามภาษา ตามวิชาแม่สอนให้
เล่นรำพอจำได้ เจ้าเข้าไปเมืองอัยกา
เล่นรำตามภาษา ท้าวพระยามาหลงไหล
จีนจามพราห์มข้าหลวง ไททั้งปวงอ่อนน้ำใจ
จีนจามพราห์มเทศไท ย่อมหลงไหลในวิญญาณ์
ท้าวพระยาสายฟ้าฟาด เห็นประหลาดใจนักหนา
ดูนรลักษณ์และพักตรา เหมือนลูกยานวลทองสำลี
แล้วหามาถามไถ่ เจ้าเล่าความไปถ้วนถี่
รู้ว่าบุตรแม่ทองสำลี พาตัวไปในพระราชวัง
แล้วให้รำสนองบาท ไทธิราชสมจิตหวัง
สมพระทัยหัตถยัง ท้าวยลเนตรเห็นความดี
และประทานซึ่งเครื่องทรง สำหรับองค์พระภูมี
กำไลใส่กรศรี สร้อยทับทรวงแพรภูษา
แล้วประทานซึ่งเครื่องทรง คล้ายขององค์พระราชา
แล้วจดคำจำนรรจา ให้ชื่อว่า "ขุนศรีศรัทธา


nakeWed Mar 17 2010 16:32:06 GMT+0700 (ICT)