moneymaker / เจ้าสัวตัวอย่าง / ดร.เทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งและวางรากฐาน กิจการในเครือสหพัฒน์

ดร.เทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งและวางรากฐาน กิจการในเครือสหพัฒน์

[center]http://mblog.manager.co.th/uploads/712/images/tiam.jpg
ดร.เทียม โชควัฒนา [/center]

ประวัติ   วันที่ 14 เดือน 5 ปีมังกร พุทธศักราช 2459 (นับตามปฏิทินจีน) คือปีเกิดของ บุรุษนาม  “เทียม โชควัฒนา”  ในละแวกตรอกเต็งลั้งโกย  จักรวรรดิ  หรือ ที่รู้จักกันดีในนามว่า   “สำเพ็ง”   ย่านการค้าที่ยังทรงบทบาทสำคัญที่สุดแห่ง หนึ่งของเมืองไทย จากอดีตจวบปัจจุบันนามเดิมของท่านคือ เฮงเทียม แซ่ลี้ เป็นบุตรคนที่ 3   จากจำนวนพี่ทั้ง 8  ของนายฮกเปี้ยว  และนางสอน แซ่ลี้ บิดาท่านเป็นชาว จีนโพ้นทะเลมาจากตำบลเตี๋ยชู้เลี้ยง อำเภอโผวเล้ มณฑล แต้จิ๋ว เป็นผู้ที่มีอุปนิสัยซื่อสัตย์ประกอบอาชีพเป็นเสมียนร้านรับส่งเงินตรา ไปยังประเทศจีน ส่วนมารดานั้นเป็นลูกจีนซึ่งเกิดในเมืองไทยเป็นผู้มีนิสัย โอบอ้อมอารี และใจบุญต่อผู้อื่นเสมอ

การศึกษา   ท่านประธานเริ่มการศึกษา  ครั้งแรกที่โรงเรียนเผยอิง ถนนทรงวาดอันเป็น โรงเรียนที่ชาวจีนสมัยนั้น  จนกระทั่งอายุได้ 15 ปี พอดีกับช่วงเวลานั้นได้เกิด ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกมีผลให้ตลาดการค้าซบเซามาก ช่วงเดียวกันนั้น เองที่บิดาของท่านได้ลาออกจากงานอาชีพเดิม   มาเปิดกิจการร้านขายของชำ ชื่อ ร้านเปียวฮะ ร่วมกับบรรดาอา ๆ  ทั้งหลายที่ตามมาจากเมืองจีน   ในระยะ เริ่มต้นนั้นจำเป็นต้องการแรงงานมาช่วยทางร้านอย่างมาก ด้วยความเป็นลูก ที่มีความกตัญญูและเคารพรักใคร่ในตัวบิดา ท่านประธานจึงตัดสินใจลาออก จากโรงเรียนทิ้งเครื่องแบบมาเป็นคนงานในร้าน
      
ครอบครัว   ในช่วงวัย 15 ปีสำหรับผู้อื่นอาจเป็นช่วงแห่งความหรรษาแต่สำหรับท่านประธาน นั้นมีแต่มุมานะทำงานหนัก  ด้วยความอดทนอีกทั้งยังต้องคอยปลุกปลอบ  และให้ กำลังใจตนเองอยู่ตลอดเวลา  ด้วยว่าเป็นคนที่มีความรู้น้อยจึงไม่อาจย่อท้อ อีกทั้ง ฐานะการเงินไม่เอื้ออำนวยนัก  จึงมิอาจเกี่ยงงานในทุกหน้าที่  ที่ได้รับมอบหมาย ท่านประธานต้องตรากตรำทำงานหนักมาตลอด จนกระทั่งอายุ 17 ปีจึงได้สมรสกับ นางสาวสายพิณ  สิ่งที่ท่านจำได้อย่างแม่นยำก็คือ   ชุดเจ้าสาวนั้นตัดเย็บด้วยเงิน จำนวนถึง 20 บาท ชีวิตครอบครัวของทั่งสองดำเนินอย่างราบรื่น  มีความสุขตลอด ระยะเวลาร่วม 60 ปี ซึ่งท่านได้ปฏิบัติตนเป็นสามีที่ดีต่อภรรยาอย่างเสมอต้นเสมอ ปลาย  โดยมอบหน้าที่ดูแลภายในบ้านและการอบรมบุตรธิดาไว้กับภรรยาส่วนตัว ท่านส่วนตัวท่านประธานนั้นกลับมุมานะทำงานหนักยิ่งขึ้นเพื่อหารายได้มาจุน เจือ ครอบครัว   อีกทั้งยังปฏิบัติตนเป็นสามีที่ดีต่อภรรยาอย่างเสมอต้น เสมอปลาย รัก เดียวใจเดียวตลอดชีวิตสมรส ซึ่งท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า..ชีวิตของข้าพเจ้านั้น นับ แต่แต่งงานมาไม่เคยร้องเพลงว่า จินเทียนปู้หุยเจีย หรือ วันนี้ไม่กลับบ้านเลย
            
แนวทางการตลาดเชิงรุก   เพียงไม่กี่ปีของบทเรียนเรื่องการตลาดที่ท่านประธานได้เรียนรู้โดยที่ครูๆ ทั้งหลาย แทบจะไม่รู้ตัว จากสายตาและความคิดของเด็กผู้ยากไร้เดียงสาก็ค่อยๆ พัฒนาเป็นสายตาของนักการค้ารุ่นใหม่  ที่เกิดคำถามขึ้นมาในหัวใจเสมอว่า "ทำไมเราต้องรอให้ลูกค้ามาหาเรา ”  เวลานั้นท่านจึงได้เสนอแนวความคิดใหม่ให้กับผู้ใหญ่ใน ่ครอบครัวว่าการคอยให้ลูกค้าประจำมาซื้อของที่ร้านนั้นทำให้ขายของได้ใน ปริมาณ จำกัด  ทำไม่เราไม่ลองเป็นฝ่ายออกไปหาลูกค้าเองบ้างซึ่งในตอนแรกผู้ใหญ่ต่างก็ ไม่ใคร่จะเห็นด้วยนัก แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากพี่ชาย  ซึ่งขณะนั้นเป็นหลงจู๊ประจำ ร้านจึงเป็นโอกาสที่ท่านประธานได้เป็นผู้เปิดหน้าแรกของประวัติศาสตร์เซลแมน ขึ้น  ด้วยการขี่จักรยานออกรับออเดอร์สินค้าด้วยตนเอง ทำให้ยอดขายของร้านเปียวฮะ รุ่งเรืองขึ้นมาอย่างน่าพอใจ
            
บนเส้นทางการค้า ก่อนยุคอุตสาหกรรม   เพราะ แหล่งกำเนิดของท่านอยู่ในย่านการค้า เจริญเติบโตมากับการทำงานการค้าท่าน จึงมีความเป็น “นักการค้า” อยู่ในหัวใจ และวิญญาณท่านเริ่มก้าวเข้าสู่ถนนสายการค้า ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2474 โดยเริ่มงานครั้งแรกด้วยการเป็นพนัก งานในร้านเปียวฮะของบิดาเปียวฮะเป็นร้านค้าส่งทำการจำหน่ายสินค้าประเภท นม น้ำตาล แป้งหมี่ น้ำมัน ฯลฯ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นสินค้าที่ไทยต้องสั่งนำเข้ามา จากต่างประเทศ การค้าในยุคแรกของร้านค้าส่งเปียวฮะต้องติดต่อสั่งซื้อสินค้า จากบริษัทต่างชาติ อาทิเช่น บอร์เนียว มิตซุย แองโกล-ไทย ฯลฯ หรือไม่ก็ต้อง ติดต่อกันระหว่างร้านค้าแถวตลาดทรงวาดที่หนึ่งที่สั่งสินค้าเข้ามาจำหน่าย จาก สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊าแล้วนำสินค้าเหล่านั้นมาเปิดบัญชีให้กับลูกค้ารายย่อยอีก ต่อหนึ่ง โดยลูกค้าจะเข้ามาติดต่อขอซื้อถึงร้าน หลงจู๊ก็จะตั้งราคาจำหน่ายรวมถึง การพิจารณาเปิดบัญชีให้กับลูกค้า ตามฐานะการเงินของแต่ละรายชีวิตช่วงแรกของ การทำงาน หน้าที่หลักของท่านประธาน คือการรับใช้ทั่วไปในร้าน ทำให้มีโอกาส ได้ใกล้ชิดกับหลงจู๊และลูกค้าที่เข้ามาติดต่อด้วยทุกคน และด้วยความเป็นคนช่างสังเกต ช่าง เรียนรู้ซักถาม “บทเรียนเรื่องการตลาดนอกห้องเรียน” จึงเริ่มต้นเปิด หน้าแรกนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
            
http://www.naluengjob.com/index.php?lang=TH&page_id=108

moneymakerFri May 06 2011 13:55:20 GMT+0700 (ICT)