mor6maree / General Talk / กรดไหลย้อน

กรดไหลย้อน

ที่มีชื่อเช่นนั้นก็เป็นเพราะโรคนี้เกิดจากการที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปบนหลอดอาหาร
จึงทำให้เกิดอาการเหล่านี้ แสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ หรือกลางหน้าอกหลังจากกินอาหารเสร็จ
เปรี้ยวหรือขมปากและคอ ท้องอืด จุก เสียด แน่นท้อง เจ็บคอหรือแสบปาก แสบลิ้น
ตอนเช้า ระคายคอ มีเสมหะ เรอ คลื่นไส้บ่อย กระแอมบ่อยๆ

อาการที่ว่านั้นถือว่ายังเบสิกนัก เพราะโรคนี้อาจมีอาการที่ไปพ้องกับโรคอื่นได้อย่างนึกไม่ถึง
อาทิ เจ็บหน้าอกเหมือนกับโรคหัวใจ เสียงแหบเรื้อรังหรือเสียงเปลี่ยนตอนเช้า ไอเรื้อรังสำลักน้ำลาย
หายใจไม่ออกตอนกลางคืน กลืนน้ำหรืออาหารติดขัดเหมือนมีก้อนจุกที่คอ ฟันผุ มีกลิ่นปาก
เป็นหืดแต่ไม่สามารถรักษาด้วยยาตามปกติได้ ปอดอักเสบเป็นๆ หายๆ

การที่กรดไหลย้อนขึ้นมาได้นั้นเกิดจาก หูรูด ของกระเพาะหรือหลอดอาหารไม่แข็งแรงหรือเกิดการคลายตัว

โดยปกติเมื่อกระเพาะบีบตัว ส่งน้ำย่อยออกมาเพื่อย่อยอาหาร หูรูดจะปิดรัดกันไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนกลับขึ้นไป
แต่เมื่อหูรูดไม่แข็งแรง เมื่อกระเพาะบีบตัวน้ำย่อยจึงไหลย้อนกลับขึ้นไป
แต่หลอดอาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทนทานต่อน้ำย่อยได้เช่นเดียวกับกระเพาะ จึงเกิดอาการดังกล่าว

ถามว่าอันตรายไหม คำตอบก็คือ ถ้าเป็นแล้วรีบรักษา หรือทำให้อาการหายไปก็จะไม่มีอาการอย่างไร
แต่หากปล่อยไว้เนิ่นนาน อาจทำให้หลอดอาหารเกิดการอักเสบ เป็นแผลรุนแรงจนตีบ หรือเป็นมะเร็งที่หลอดอาหารได้
แต่...ความรุนแรงนี้จะมีได้เพียง 1% เท่านั้น

พ.ญ.อารยา เอี่ยมอุดมกาล อายุรแพทย์สาขาระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า
สาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นโรคนี้นั้นมีหลากหลาย อาทิ อ้วนหรือน้ำหนักเกินจะทำให้เกิดความดันในช่องท้องมากขึ้น,
เครียด ทำให้กระเพาะหลั่งกรดมากขึ้น, สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่จะทำใหหลั่งกรดมากขึ้น,
ใส่เสื้อผ้าคับหรือรัดแน่นที่รอบเอวมากไป นอกจากนั้นแล้วการตั้งครรภ์ก็มีผลเพราะฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้หูรูดอ่อนแอลง
ขณะที่มดลูกที่ขยายตัวก็จะไปเบียดกระเพาะอาหาร

ส่วนวิธีการแก้หรือรักษานั้นมีตั้งแต่การกินยา ผ่าตัด

แต่วิธีที่ได้ผลดีที่สุดนั้นคือ การเปลี่ยนพฤติกรรม โดย หลีกเลี่ยง และ งด หลีกเลี่ยง-ชา กาแฟ และน้ำอัดลมทุกชนิด,
อาหารทอด, อาหารมัน อาหารที่มี ไขมันสูง, อาหารรสจัด, ผัก-ผลไม้เปรี้ยวหรือมีกลิ่นฉุนรุนแรงอย่าง
ส้ม มะนาว มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ สะระแหน่ เปปเปอร์มินต์ และช็อกโกแลต

งด-บุหรี่และแอลกอฮอล์ เพราะนิโคตินจะเพิ่มกรดในกระเพาะและทำให้หูรูดอ่อนแอ ส่วนแอลกอฮอล์จะทำให้หูรูดเปิด

ดังนั้นผู้ที่ถูกอาการกรดไหลย้อนรุกรานควรปฏิบัติดังนี้
อย่ากินอิ่มเกินไป เพราะจะทำให้หูรูดหลอดอาหารเปิดง่ายขึ้น จึงควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ

ไม่ควรนอนหรือเอนกายหลังกินอาหารทันที ควรเว้นสัก 3 ชั่วโมง รอเวลาให้อาหารเคลื่อนจากกระเพาะไปก่อน
ลดแรงกดที่กระเพาะ เช่น ใส่เสื้อผ้ารัดติ้ว ใช้เข็มขัดรัดแน่น ก้มตัวไปข้างหน้า และอ้วน
ลดความเครียดด้วยการจัดสมดุลชีวิต

เลี่ยงการนอนตะแคงขวา เพราะท่านี้จะทำให้กระเพาะอยู่เหนือหลอดอาหารอาจทำให้อาการกำเริบได้
ส่วนใหญ่อาการจะเกิดตอนนอนราบ หรือตอนหลับ

วิธีแก้ คือเสริมหัวเตียงให้สูงขึ้นที่ไม่ใช่เป็นการนอนหมอนสูง
แต่เป็นการเสริมทั้งเตียงให้ยกขึ้น อาจจะใช้ก้อนอิฐหนุนด้านหัวเตียงให้สูงขึ้นราว 6 นิ้ว ช่วยป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนได้

การรักษานั้นโดยส่วนใหญ่แพทย์ก็จะให้ยาลดกรดหรือยาที่กระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหารมากขึ้น
หากเกิดอาการมากๆ อาจจะต้องใช้การผ่าตัด

แม้จะมีวิธีรักษาหรือรู้วิธีช่วยบรรเทาแล้วก็ตาม
หากยังคงปฏิบัติหรือใช้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง กรดไหลย้อนก็จะยังคงย้อนวนเวียนกลับมาเหมือนเดิมนั่นเอง !!

ข้อมูลจาก http://matichon.co.th/prachachat/

noizaSat Oct 24 2009 13:38:06 GMT+0700 (ICT)