muslimchaingmai / ประวัติและผลงานบุคคลมุสลิมในภาคเหนือ / คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี

คุณสมบัติของการเป็นผู้บริหาร และผู้นำที่ดี



ภาพจาก
http://fws.cc/bbk/index.php?topic=344.0

 

1. การเป็นผู้รู้จักตนเอง(Self realization) 



          • รู้ถึงความต้องการแห่งตน
          • รู้ถึงวิธีการสร้างเป้าหมายแห่งตน ไม่ว่าในชีวิตส่วนตัว หรืองาน
          • รู้ถึงขีดความสามารถแห่งตน ที่จะกระทำการใดๆ ได้เพียงใด 
          • รู้ถึงวิธีการควบคุมตนเอง การมีวินัยในการใช้ชีวิต และการทำงาน
          • รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อตน และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น
          • รู้ว่าตนจะต้องลงทุนอะไร เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งต้องการ
          • รู้สึกได้ถึงความสุข ความทุกข์ ที่สัมผัสได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีผู้ไดมาชี้นำ
          • ยอมรับความจริงได้ทุกอย่าง ไม่หลอกตัวเอง 

2.การเป็นผู้รู้จักการวิเคราะห์หาเหตุและผล(Analytical Mind)

          • มองทุกสิ่งที่ปรากฏต่อหน้า(Appearance)อย่างลึกซึ้ง คิดถึงที่ไป ที่มา ไม่ใช่แค่ที่เห็น
          • มองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลึกถึงเหตุปัจจัย(Cause)และสามารถคาดคะเนผลที่เกิดตามมา(Consequence)ในปัจจุบัน และในอนาคตได้
          • เป็นผู้ที่ตั้งคำถามตลอดเวลา “ใคร(Who)? ทำอะไร(What)? ที่ไหน(Where)? เมื่อไร(When)? ทำไม(Why) อย่างไร(HOW)? ” (5-W 1H)
          • เข้าใจถึง หลักการ “อริยสัจ” ของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างดี 
          • เป็นผู้ที่ช่างสังเกต ให้ความสนใจในรายละเอียดเพื่อเก็บมาเป็นข้อมูล 
          • มองพฤติกรรมบุคคล(Person) เหตุการณ์(Event) สามารถโยงถึงหลักการ(Principle)ได้ และใช้หลักการ(Principle)สร้างวิธีการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา และป้องกันปัญหา เพื่อให้เกิดเหตุการณ (Event)ที่ต้องการ และ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล(Person)ให้อยู่ภายไต้การควบคุมได้


3. การเป็นผู้เรียนรู้ตลอดกาล(Life long learning)

          • มีความรู้สึกว่าตนไม่รู้อะไรอีกมาก และตระหนักถึงความเป็นผู้ใฝ่รู้ตลอดเวลา
          • เข้าใจดีกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้สิ่งที่เคยรู้เมื่อวันวานอาจไม่ใช่ในวันนี้อีกต่อไป

          • มองเห็น สิ่งของ ผู้คน เหตุการณ์ เป็นสื่อสอนตนได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดี หรือสิ่งเลวและสามารถเลือกเก็บมาจดจำ และหยิบออกมาใช้ได้อย่างเหมาะสม
          • ใฝ่ค้นหา ติดตาม ความรู้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพ และการดำรงชีวิต
          • มุ่งเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและจริงจังให้เป็นผู้รู้และเข้าใจในแต่ละเรื่องอย่างแท้จริง
          • สามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา และเหมาะสม
          • การเรียนรู้มี 2 อย่าง เรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้และเรียนรู้สิ่งที่เรารู้ให้รู้มากขึ้น
          • นักปราชญ์บอกไว้ว่า ความรู้ที่แท้จริง คือการ “รู้ว่าเรารู้อะไร” และ “รู้ว่าเราไม่รู้อะไร”เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นให้ค้นหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ
          • กระบวนการเรียนรู้ของบุคคล เริ่มจาก

             - ความปรารถนาของตน(Personal vision) ถูกตั้งไว้และกำหนดเป็นเป้าหมายในขั้นตอนของชีวิต
             -เรียนรู้รูปแบบ ความคิดแห่งตนและผู้อื่น (Mental model) อย่างเข้าใจ
             -ให้ความสำคัญกับ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน (Shared vision)อย่างเปิดใจกว้าง และรับฟัง
             -ร่วมแรงร่วมใจทำงานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน (Team learning)
             -รู้จักการคิดเชิงระบบ(System thinking) มีทักษะการวิเคราะห์ มองเหตุผลและมองเห็น คาดการณ์ ผลลัพธ์ในอนาคตได้ และสามารถสังเคราะห์กระบวนการที่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการ ได้

          • ความรู้ดังกล่าวของบุคคลในกลุ่มที่อยู่ร่วมกัน สามารถ นำไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Organization) และสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ได้ในที่สุด อันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมโลกยุคใหม่ (New society) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวดเร็วและไม่สิ้นสุด

4. ความเข้าใจในจิตวิทยาการบริหาร

          ในการบริหารงาน คงจะไม่ผิดนักหากจะพูดว่าพูด “คือการบริหารคน” นั่นเอง เพราะ คน เป็นผู้กำหนดวิธีการหรือระบบ(System) การได้มาและการบริหารการใช้ไปของทรัพยากร(Resource Management)เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลสำเร็จของงาน การที่จะบริการคนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ มีอารมณ์และการแสดงออกที่ซับซ้อน ไม่ตรงไปตรงมา และมักมี “เป้าหมายซ่อนเร้นแห่งตน(Hidden Agenda)” อยู่ภายในเสมอ ทำให้การบริหารยากและไม่อาจกำหนดผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมาได้ ผู้นำที่เข้าใจจิตใจของมนุษย์ หากสามารถวิเคราะห์ผลกระทบของเหตุการณ์ต่อจิตใจของคนได้ ก็จะสามารถคาดเดาพฤติกรรมแสดงออกของคนคนนั้นได้ไม่อยาก และสามารถที่จะสร้างสถานการณ์รองรับไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันผลเสียหายจากปฏิกริยาตอบโต้ของคนได้

5.การเป็นคนดี“GoodPerson”
          คนเก่งและคนดีเป็นของคู่กันแต่บางครั้งไม่ไปด้วยกัน“คนเก่ง”สร้างได้ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งแก่เฒ่าโดยการเรียนรู้ทุ่มเท แต่ “คนดี”สร้างได้ยากกว่านักจนบางครั้งก็สร้างไม่ได้เลย คนเรามีการพัฒนา Super ego ซึ่งได้แก่ มโนธรรม และอุดมคติแห่งตนในช่วงวัยเด็ก 5-10 ขวบจากนั้นสิ่งที่ได้รับมาจะกลายเป็นโครงสร้างพฤติกรรมของคนๆนั้น(Frameof Reference)เขาจะใช้มันปรับให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่สัมผัสโดยใช้กระบวนการที่ซับซอ้นมากขึ้น การเป็นคนดีจะต้องมีการพัฒนาส่วนของ Super ego ของคนๆนั้นมาแล้วเป็นอย่างดีโดยพ่อแม่ครูอาจารย์ในช่วงปฐมวัย เมื่อเติบใหญจะเป็นคนที่สามารถปรับสมดุลในตนเองให้ได้ระหว่าง “กิเลส”จากจิตเบื้องต่ำขับเคลื่อนด้วยสัญชาติญาณแห่งความต้องการที่รุนแรงที่ไม่ต้องการเงื่อนไขและข้อจำกัดไดๆ กับ “มโนธรรม” ที่ขับเคลื่อนด้วย ความปารถนาในอุดมคติแห่งตนที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดคนดี ควรมีคุณสมบัติดังนี้

          1. มีความรู้ ไหวพริบ เฉลียวฉลาด (IQ= Intelligence Quatient) รู้แจ้งถึงความดีความชั่วรู้ที่จะเอาตัวรอดจากเล่ห์อุบายของตัณหา คนชั่ว และนำพาตนเองและผู้คนให้เห็นแจ้งในทางที่ดีควรประพฤติปฏิบัติได้ 
          2. มีความอดกลั้น สติตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุ (EQ= Emotional Quatient)จนตกอยู่ในห้วง“กิเลส” คือ โลภะ โทษะ และโมหะ และเกิดปัญญาในการแก้ไข สร้างสรรค์ และเล็งเห็นผลเลิศในระยะยาวได้
          3. มีความอดทน มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (AQ= Adversity Quatient)พร้อมที่จะเสียสละแรงกายเพื่อให้ได้มาซึ่งอุดมคติแห่งตน และความดีที่ยึดมั่น ไม่หวั่นไหวต่อความลำบากและอุปสรรคไดๆ 
          4.ไม่เป็นผู้ยึดติดกับสิ่งไดสิ่งหนึ่งจนเกินพอดี(VQ=VoidQuatient)รู้ที่จะปรับเปลี่ยนตนเองตลอดเวลาให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ที่มี การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างเหมาะสม 
          5. เป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม (MQ= Moral Quatient)มีสำนึกของ “ความผิดชอบชั่วดี” มีความละอายใจต่อบาป ไม่ประพฤติชั่ว มุ่งทำแต่ความดี มีจิตใจที่ผ่องใส 

ผู้บริหารที่ดี มีคุณสมบัติดังนี้

                 1. มีความรับปิดชอบในหน้าที่(Responsibility)
                 2. มีความรับผิดชอบในผลที่เกิดการกระทำของตน(Accountability)
                 3. มีความโปร่งใสตรวจสอบได้(Transparency)
                 4. มีความยุติธรรม(Justice)

  

ที่มา : น.พ.สมชัย ตั้งพร้อมพันธ์ 
http://get.ksbrhospital.com/

credit

http://www.hrtothai.com/index.php?Itemid=163&id=1498&option=com_content&task=view

binmusaThu Nov 25 2010 17:24:33 GMT+0700 (ICT)