muslimchaingmai / ประวัติและผลงานบุคคลมุสลิมในภาคเหนือ / คุณสมเพชร วัฒน์ทรัพย์

คุณสมเพชร วัฒน์ทรัพย์

คุณสมเพชร วัฒน์ทรัพย์


 
นายสมเพชร วัฒนทรัพย์ อายุ 47 ปี ที่อยู่ 12/122 หมู่ 3 ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130 ผลงานที่ผ่านมาในอดีต -อดีตนายกสมาคมมุสลิมเชียงใหม่ -อดีตกรรมการอิสลามมัสยิดอัต-ตักวา สันป่าข่อยเชียงใหม่ -อดีตอุปนายกสามาคมมุสลิมเชียงใหม่ -ประธานจัดงานกีฬามุสลิมสัมพันธ์ ๑๗ จังหวัดภาคเหนือ ครั้งที่ ๗ และครั้งที่ ๙ ณ.สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ -ผู้ประสานงานอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ (พลตำรวจเอกสวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ -คณะทำงานกระทรวงแรงงานว่าด้วยการอพยพแรงงานไทยในสงครามอิรัก-คูเวต -รองประธานชุมชนคนงานไทยในประเทศซาอุดีอาราเบีย -คณะติดตามอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ-กระทรวงมหาดไทยในขณะปฏิบัติราชการในประเทศซาอุดีอาราเบีย -ผู้ดูแลให้ความสะดวกแก่ผู้เดินทางไปแสวงบุญคนไทย(พี่น้องมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ.ประเทศซา อุดีอาราเบีย -ผู้อำนาวยการศูนย์การศึกษามัสยิดดารุลสลาม -ประสานให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในการดูแลเด็กกำพร้า(ภัยพิบัติสึนามิ) ปัจจุบัน -คอเต็บมัสยิดดารุลสลาม หมู่ ๓ ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ -ที่ปรึกษาสภายุวมุสลิมโลกประจำประเทศไทย(WAMY) -ผู้ประสานงานกระทรวงยุติธรรม(กรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ DSI) -คณะกรรมการสถานศึกษาอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ -ประธานกองทุนการศึกษาเด็กยากจนสมาคมมุสลิมเชียงใหม่ -ประธานบริษัทฮอริซอล บิสสิเนสแอนด์ทราเวล จำกัด -ที่ปรึกษาประธานชมรมตะกร้อลอดห่วงสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ -ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
 
ON Foucus :
อิลยาส วัฒนะทรัพย์
นั่งแท่นนายกฯ มุสลิมเชียงใหม่
อิลยาส วัฒนะทรัพย์
           สืบเนื่องจากที่คอลัมน์ Nisa Report ในนิตยสาร “นิสา วาไรตี้” ฉบับประจำเดือนเมษายน ได้รายงานเกี่ยวกับการจัด “กีฬาสัมพันธ์มุสลิมต้านยาเสพติด ภาคเหนือ ครั้งที่ 8” ซึ่งจัดขึ้นที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 17 – 20 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก เทศบาลเมืองแม่สอด และพี่-น้องมุสลิมแม่สอดร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งงานดังกล่าวก็ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ และสำเร็จเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อย
             ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ ฯ ทุกครั้งที่ผ่านมา ขั้นตอนสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ คือ พิธีส่งมอบธง “กีฬาสัมพันธ์มุสลิมภาคเหนือ” ซึ่งในระหว่างที่การแข่งขันไม่ว่าเป็นเวลากี่วันก็ตาม ธงนี้ก็จะโบกสะบัดอยู่ที่ยอดเสาในสนามกีฬาตลอดเวลา จนกระทั่งถึงวันปิดการแข่งขันจะมีการเชิญธงลง เพื่อส่งมอบให้กับจังหวัดที่มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่เจ้าภาพครั้งต่อไป นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับจังหวัดนั้นที่จะเตรียมตัวให้เต็มร้อย กับการจัดงานกีฬาสัมพันธ์ ฯ ในปีหน้า ผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารในวงการมุสลิมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมุสลิมในภาคเหนือคงทราบแล้วว่า จังหวัดเชียงใหม่จะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์มุสลิมภาคเหนือครั้งต่อไป ฉบับนี้เราจึงพาผู้อ่านมารู้จักกับ นายกสมาคมมุสลิมเชียงใหม่  ผู้อาสาเข้ามารับผิดชอบงานสำคัญครั้งนี้
คุณสมเพชร (มุฮัมมัด อิลยาส)  วัฒนะทรัพย์
คุณสุขสวัสดิ์ (ฮัจญะฮชากีเราะห์) วัฒนะทรัพย์
                คุณสมเพชร (มุฮัมมัด อิลยาส)  วัฒนะทรัพย์ อายุ 45 ปี  เกิดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แต่มาเติบโตและได้รับการศึกษาด้านศาสนาที่โรงเรียนจิตภักดี จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศซาอุดี อาระเบีย เป็นเวลาถึง 25 ปี โดยผ่านงานตั้งแต่บริษัทจัดหาแรงงาน สายการบินซาอุเดียและตำแหน่งล่ามประจำสำนักแรงงานไทย สถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดี อาระเบีย เกือบ 8 ปี ก่อนที่จะมาเปิดกิจการร้านอาหารไทยในกรุงริยาดจนถึงปัจจุบัน คู่สมรสคือ คุณสุขสวัสดิ์ (ฮัจญะฮชากีเราะห์) วัฒนะทรัพย์ มีทายาท 2 คน คือ นางสาวเพชรรัตน์ (ฮัจญะฮมะดีนะห์) วัฒนะทรัพย์ กำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และนายอะนิส วัฒนะทรัพย์ กำลังศึกษาระดับมัธยมปลาย
คุณสมเพชร (มุฮัมมัด อิลยาส)  วัฒนะทรัพย์
คุณสุขสวัสดิ์ (ฮัจญะฮชากีเราะห์) วัฒนะทรัพย์
นางสาวเพชรรัตน์ (ฮัจญะฮมะดีนะห์) วัฒนะทรัพย์
นายอะนิส วัฒนะทรัพย์   
               คุณอิลยาสได้เล่าให้ฟังว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์มุสลิม ฯ มาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2549  “ขณะนั้นผมเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคม ฯ ได้ประมาณ 1 เดือน ก็มีงานใหญ่เข้ามาเป็นงานแรก คืองานกีฬาสัมพันธ์มุสลิมภาคเหนือ ครั้งที่ 7  การที่ได้มารับตำแหน่งนี้เป็นเพราะ พี่-น้องมุสลิมเชียงใหม่เห็นว่าผมมีความพร้อมที่จะทำงานได้ ประกอบกับการจัดทีมงานที่มีความสามารถมา บริหารงานของสมาคม ฯ ให้เคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่ คือสองอย่างนี้จะต้องไปด้วยกัน ลำพังนายกสมาคม ฯ ที่มีความพร้อมอย่างเดียวก็คงไม่สามารถทำงานให้ลุล่วงไปได้ ในการบริหารงานเราได้ให้แต่ละ มัสยิดส่งตัวแทน 1 คน เข้ามามีส่วนร่วมกันดูแล โดยให้มีตำแหน่งในฝ่ายต่างๆ ผลงานที่ผ่านมา เช่น รับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่พ่อ-แม่เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติสึนามิ ร่วมต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอารีย์ วงศ์อารยะ ซึ่งมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” และจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เยาวชนจากภาคใต้ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว  ร่วมโครงการ “ใต้ฟ้าเดียวกัน” ของกองทัพบก ร่วมต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ร่วมงานวันเอดส์โลกกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ประสานงานกับหน่วยกาชาดเชียงใหม่ในการบริจาค และขอรับบริจาคเลือด  และร่วมกิจกรรมในท้องถิ่นกับหน่วยงานราชการต่างๆ”
                 สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับชุมชนมุสลิมทั้งในปัจจุบัน และอนาคตที่วางโครงการไว้ คุณอิลยาส กล่าวว่า “นโยบายที่วางไว้และได้จัดทำไปแล้วบางส่วน คือ การจัดกองทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขัดสน การดูแลผู้สูงอายุ มีชุมชนตัวอย่างที่ติดตามดูได้ที่มัสยิดหนองแบน และมัสยิดอัตตักวา อีกโครงการหนึ่งที่เคยประชาสัมพันธ์ไว้บ้างแล้ว คือ จัดตั้งกองทุนฮัจญ์ โดยจะหาเงินทุนให้ไปทำฮัจญ์ฟรี หรือถ้ามีการบริจาคเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์นี้ เราก็จะเก็บเข้าเป็นกองทุนไว้ ขั้นต่อไปจะเป็นการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยผ่านทางมัสยิดต่างๆ  โครงการนี้เป็นความคิดที่เพิ่งเริ่มต้น แต่ค่อนข้างจะเป็นโครงการใหญ่ อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการใหญ่ๆ ได้ก็คือ วาระที่เข้ามาดำรงตำแหน่งมีเพียงคราวละ 2 ปี การทำงานอาจจะไม่ต่อเนื่อง ซึ่งโครงการที่คิดไว้ยังมีอีกหลายโครงการ แต่ที่ทำได้ไม่มากเพราะติดขัดที่เรื่องเวลา อีกประการหนึ่งก็คือในเรื่องงบประมาณ เนื่องจากสมาคม ฯ ยังไม่มีรายได้หลักที่แน่นอน การดำเนินโครงการต่างๆ อาจจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน ซึ่งในเรื่องนี้ก็พยายามอย่างเต็มที่ คิดว่าคงไม่เกินความสามารถ”
               เมื่อถามถึงปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ นายกสมาคมมุสลิมเชียงใหม่ให้ความเห็นว่า “ถ้าเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว กลุ่มมุสลิมนับว่ามีปัญหาน้อยมาก ไม่ใช่ว่าเคยมีปัญหาหนักแล้วลดลง แต่ในความเป็นจริงเยาวชนมุสลิมมีปัญหาด้านนี้น้อยอยู่แล้ว เพราะแต่ละมัสยิดมีคณะกรรมการ ฯ อิหม่าม คอเต็บ ช่วยกันดูแลอยู่ตลอดเวลา ส่วนปัญหาด้านความสัมพันธ์ในกลุ่มมุสลิมที่มีหลายเชื้อสายก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะเราอยู่กันอย่างสันติ มีการไปมาหาสู่กันเป็นปกติ ไม่แบ่งพวก แบ่งชั้น เวลาจัดงานเมาลิดตามมัสยิดต่างๆ ก็ผลัดเปลี่ยนกันมาช่วย เชียงใหม่ยังไม่เคยจัดงานเมาลิดใหญ่ประจำจังหวัดเหมือนกรุงเทพ ฯ หรือทางภาคใต้ งานด้านอื่นๆ เช่น การจัดค่ายอบรมเยาวชนหลายแห่งซึ่งจัดกันอยู่แล้วเป็นประจำทุกปี  ทางสมาคม ฯ ก็ให้ความร่วมมือและสนับสนุนมาโดยตลอด คืออะไรที่ทำดี มีอยู่แล้ว ก็พยายามช่วยกันสนับสนุน ส่วนที่ยังไม่มีก็คิดริเริ่มที่จะทำ คือพัฒนาไปเรื่อยๆ อยากให้มองภาพว่าสมาคม ฯ ไม่ได้อยากจะมาเด่น มาแย่งงานคนอื่นทำ แต่เราจะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย”
            ประวัติการทำงานของคุณอิลยาสช่วงที่เป็นล่ามอยู่สำนักแรงงานไทย ฯ นั้น จะเห็นได้ว่าได้รับความไว้วางใจจากทางราชการอย่างยิ่ง โดยได้ร่วมรับเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฎราชกุมาร เมื่อคราวเสด็จเยือนราชอาณาจักรบาห์เรน และยังได้รับมอบหมายให้ร่วมติดตามคณะรัฐมนตรีต่างๆ ที่ได้เดินทางเยือนประเทศซาอุดี อาระเบีย ในสมัยนั้น อาทิ คณะของดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ (อดีต รมว. กระทรวงการต่างประเทศ) คณะของท่านประมาณ อดิเรกสาร (อดีต รมว.กระทรวงมหาดไทย) คณะของท่านเฉลียว วัชรพุกก์ (อดีต รมช. กระทรวงมหาดไทย) คณะของท่านวัฒนา อัศวเหม (อดีต รมช. กระทรวงมหาดไทย) คณะของ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธ์ อดีต รมช. กระทรวงการต่างประเทศ)
              ผลงานที่ประทับใจที่สุดของนายกสมาคมมุสลิมเชียงใหม่ผู้นี้ คือ ในสมัยที่ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธ์ เป็น รมช. กระทรวงการต่างประเทศ เขาได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือคนงานไทย และรับผิดชอบดูแลในการอพยพคนงานไทยจากชายแดนคูเวต ผ่านเข้าเขตประเทศจอร์แดนอย่างปลอดภัย (ช่วงสงครามอ่าว อิรัก-คูเวต) และเป็นผู้ติดต่อประสานงานสายการบินจอร์แดนเนียนแอร์ไลน์ ขนคนงานกลับประเทศไทยภายใต้การกำกับดูแลของกรมแรงงาน ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ  และในปีพ.ศ. 2535-36 ซึ่งขณะนั้นท่านลิขสิทธิ์ ปานสมจิตร เป็นเอกอัครราชทูตไทย คุณอิลยาสยังได้รับมอบหมายให้มาช่วยราชการกรมตำรวจอีกด้วย นอกจากนั้นยังได้ทำหน้าที่ล่ามให้ พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ (รองอธิบดีกรมตำรวจขณะนั้น) ระหว่างเดินทางเยือนประเทศซาอุดี้ ฯ พร้อมคณะ รมว.กระทรวงมหาดไทย จนกระทั่ง พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ ได้ขึ้นเป็นอธิบดีกรมตำรวจ ก็ยังได้รับเกียรติจากท่านให้ทำหน้าที่ล่าม โดยประสานงานกับท่านฮานี มุอ์มินะห์ อุปทูตซาอุดีอาระเบีย ในสมัยนั้น หลังจากนั้นเมื่อพล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์เป็นสมาชิกวุฒิสภาและได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการทหาร ก็ยังได้เข้าพบเพื่อให้คำปรึกษาหารือ เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของพี่-น้องชาวไทยมุสลิม เพื่อหาแนวทาง ในการสมานฉันท์ให้พี่-น้องชาวไทยมุสลิม และพี่-น้องร่วมชาติต่างศาสนิกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
             ความหวังของสมาคมมุสลิมเชียงใหม่ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ? คุณอิลยาสเปิดใจว่า “โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า ที่อัลลอฮให้เราได้มาอยู่ในระดับนี้ มีหน้าที่การงาน มีฐานะทางสังคม ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺ  แล้ว เราพอใจ เราขอบคุณพระองค์ แต่ถ้าเราอยู่ในระดับนี้แล้วสามารถที่จะทำประโยชน์อะไรให้สังคมได้ ก็น่าจะทำ ถ้าทุกคนเห็นความพร้อม เห็นความเหมาะสมที่จะให้ผมทำงานต่อไป ผมก็ยินดี เพราะอยากให้โครงการทุกอย่างที่คิดไว้ ฝันไว้ เป็นรูปธรรมขึ้นมา ยกตัวอย่างสถานที่ตั้งของสมาคม ฯ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีที่ตั้งอย่างเป็นทางการ ถ้าเราสามารถดำเนินการจนสมาคม ฯ มีอาคารที่ตั้งเป็นสัดส่วน มีห้องประชุม มีสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ  คนที่จะมาทำงานในภายภาคหน้าก็จะได้ใช้ประโยชน์ สำหรับผมแล้ว อยากได้คนมีความสามารถมาร่วมงานด้วย จะได้แบ่งฝ่ายให้ทำงานไปตามความถนัด ความเหมาะสม ผมไม่เคยคิดเรื่องแบ่งพวกแบ่งพ้อง อยู่ในตำแหน่งนี้ก็มองไม่เห็นทางว่าจะได้ผลประโยชน์จากตรงไหน สิ่งเดียวที่ตั้งใจไว้คือพยายามทำให้ดีที่สุด และถ้าคิดว่าจะทำแล้วก็ต้องเสียสละอย่างเต็มใจ ทุ่มเททั้งกาย ใจ และทุนทรัพย์”
             สิ่งที่คุณอิลยาสอยากฝากไว้ให้สังคม คือ “ขอให้พี่-น้องมุสลิมรักกันมากๆ  อยากให้เข้าใจกัน มีอะไรติดขัด หรือไม่เข้าใจก็ควรเข้ามาคุยกันดีกว่า สำหรับผมนั้น พร้อมทำงานแบบโปร่งใส แต่ขอความจริงใจจากทุกคน สังคมมุสลิมเราจะดีขึ้นมากหากเราเปิดใจพูดจากัน”
 
ที่มา
http://www.nisavariety.com/subIndex.php?magazine=31&option=category&content=200

binmusaSat Apr 10 2010 09:47:13 GMT+0700 (ICT)