muslimchaingmai / อิสลาม ศิลปะ วัฒนธรรมกับการอยู่ร่วมกัน / อิสลามว่าอย่างไร การจัดงานกินบุญ งานขึ้นบ้านใหม่ โดยมีการอ่านดุอาอฺ ซาลาวาตนบี

อิสลามว่าอย่างไร การจัดงานกินบุญ งานขึ้นบ้านใหม่ โดยมีการอ่านดุอาอฺ ซาลาวาตนบี

อัสลามุอะลัยกุมค่ะ


อยากถามว่า การจัดงานกินบุญ งานขึ้นบ้านใหม่ งานกินบุญแต่งงาน
โดยมีการอ่านดุอาอฺ ซูเราะฮฺยาซีน ซอลาวาตนบี
เป็นที่อนุมัติหรือเปล่า? ช่วยแจกแจงด้วยนะค่ะ เพราะเห็นมีแพร่หลายมาก
แล้วถ้ามีอาหารจากงานเหล่านี้แจกมา เราสามารถทานได้หรือเปล่า?
ญะซากั้ลลอฮุคอยร็อน
วัสลามุอะลัยกุม
------------------------

อัสลามุอาลัยกุม คุณสงสัย จากคำถามข้างต้น ขอแยกตอบเป็นประเด็นๆดังนี้




ประเด็นแรก

             ถามว่า การจัดงานกินบุญ โดยมีการอ่านดุอาอฺ ซูเราะฮฺยาซีน ซอลาวาตนบี เป็นที่อนุมัติหรือเปล่า? 

   คำตอบ หากคำถามข้างต้นหมายถึง การกินบุญโดยมีการอ่านดุอาอฺ ซูเราะฮฺยาซีน ซอลาวาตนบี อย่างที่ได้ปฏิบัติกันมาตามประเพณีความเชื่อท้องถิ่นของคนบ้านเราที่มีการทำบุญ หรือกินบุญดังกล่าว เพื่ออุทิศส่วนผลบุญให้แก่ผู้ตายเป็นเวลาครบรอบ 3วัน 7วัน หรือ10วันหลังจากนั้น ดังกล่าวนั้น เป็นบิดอะฮ ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ไม่เป็นที่อนุมัติในอิสลาม 

ดั่งคำถามที่ว่า صنع أهل الميت الطعام للناس؟

ครอบครัวผู้ตายทำอาหารให้แก่ผู้คนได้หรือไม่
 
الجواب 

المستحب أن يصلح أقرباء الميت وجيرانه طعاماً لأهله، أما الطعام للميت بعد ثلاثة أيام من موته أو سبعة أو عشرة أو أقل أو أكثر فذلك بدعة محدثة، وكل محدثة ضلالة. والمستحب في ذلك أن يصلح أقرباء الميت وجيرانه طعاماً لأهله فقد روى أبو داود أن رسول الله - صلى الله عليه وسلم - لما جاءه نعي جعفر قال: "اصنعوا لآل جعفر طعاماً فإنهم قد أتاهم أمر شغلهم" أما صنع أهل الميت الطعام للناس فذلك خلاف المشروع، فيه زيادة على مصيبتهم وشغل لهم مع انشغالهم وحزنهم. وبالله التوفيق. والسلام عليكم 

 ตอบ

       ชอบให้บรรดาญาติใกล้ชิดและเพื่อนบ้านใกล้เคียงทำอาหารให้แก่ครอบครัวผู้ตาย,สำหรับการเลี้ยงอาหาร(อุทิศบุญ)ให้แก่ผู้ตาย หลังจากการตาย สามวัน,เจ็ดวัน,สิบวัน หรือน้อยกว่าหรือมากกว่านั้น ดังกล่าวนั้น เป็นบิดอะฮ ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นใหม่ และทุกสิ่งที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เป็นการหลงผิด และในดังกล่าวนั้น ชอบให้บรรดาญาติใกล้ชิดและเพื่อนบ้านมัยยิต ทำอาหารให้แก่ครอบครัวผู้ตาย ,แท้จริงอบูดาวูดได้รายงานว่า แท้จริงรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อข่าวการตายของญะอฺฟัรมาถึง ท่านได้กล่าวว่า "พวกท่านจงทำอาหารให้แก่ครอบครัวยะอฺฟัร เพราะแท้จริง สิ่งที่ทำให้พวกเขายุ่ง(หมายถึงความเศร้าโศก)ได้ประสบกับพวกเขา " สำหรับการที่ครอบครัวผู้ตายทำอาหารเลี้ยงผู้คน ดังกล่าวนั้น ขัดแย้งกับสิ่งที่ได้ถูกบัญญัติไว้ ,ในการกระทำนั้น เป็นการเพิ่มเคราะห์กรรม,ภาระอันยุ่งให้แก่พวกเขา พร้อมกับภาระอันยุ่งและความเศร้าโศกของพวกเขา(ที่มีอยู่แล้ว)
วะบิลลาฮิตเตาฟิก
วัสสลาม
ฟัตวาเช็คมุหัมหมัด บิน อิบรอฮีม
http://www.islammessage.com/questions.aspx?cid=1&acid=7&qinid=233&qid=7674

หรือ ที่เช็คอับดุลอะซีซ บิน บาซ กล่าวว่า


الوصية بإقامة الولائم بعد الموت بدعة ومن عمل الجاهلية ، وهكذا عمل أهل الميت 
للولائم المذكورة ولو بدون وصية منكر لا يجوز لما ثبت عن جرير بن عبد الله البجلي 
رضي الله عنه قال : " كنا نعد الاجتماع إلى أهل الميت وصنعة الطَعام بعد دفنه من 
النياحة " خرجه الإمام أحمد بإسناد حسن ولأن ذلك خلاف ما شرعه الله من إسعاف 
أهل الميت بصنعة الطعام لهم لكونهم مشغولين بالمصيبة لما ثبت عن النبي صلى الله 
عليه وسلم أنه لما بلغه استشهاد جعفر بن أبي طالب رضي الله عنه في غزوة مؤته 
قال لأهله : " اصنعوا لآل جعفر طعاماً فقد أتاهم ما يشغلهم " ) اهـ . 


          การสั่งเสียให้จัดเลี้ยง หลังจากการตายนั้น เป็นบิดอะฮ และเป็นส่วนหนึ่งการกระทำของพวกญาฮิลียะฮ
          และในทำนองเดียวกัน  การกระทำของครอบครัวผู้ตาย เพื่อจัดเลี้ยงดังกล่าว  และถ้าไม่ได้มีการสั่งเสียไว้ ก็เป็นสิ่งต้องห้าม ไม่อนุญาตให้กระทำ

            เพราะมีรายงานจากญะรีร บิน อับดุลลอฮ อัลบะญะลีย์(ร.ฎ)ที่ว่า “ พวกเรานับว่า การชุมนุมที่ครอบครัวผู้ตายและทำอาหารกินกันหลังจากฝังมัยยิตนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากอัลนิยาหะฮ  - – บันทึกโดยอิหม่ามอะหมัดและอิบนุมาญะฮด้วยสายรายงานที่เศาะเฮียะ

           และดังกล่าวนั้น ขัดแย้งกับสิ่งที่อัลลอฮได้ทรงบัญญัติมัน จากการให้ช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายด้วยการทำอาหารให้พวกเขา เพราะพวกเขาสาละวน(หมายถึงมีความทุกข์โศก)ด้วยเคราะห์กรรมที่ประสบ  เพราะมีรายงานยืนยันจากท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  เมื่อข่าวการตายชะฮีดของญะฟัร ในการทำสงครามมุอฺตะฮ(1) ท่านนบีกล่าวแก่ครอบครัวของท่านว่า ““ พวกท่านจงทำอาหารให้แก่ครอบครัวยะอฺฟัร  แท้จริง สิ่งที่ทำให้พวกเขาเศร้าโศก ได้มาประสบกับพวกเขา” – ฟะตาวาอิสลามียะฮ เล่ม 2 หน้า 55

เช็คศอลิห์ อัลฟูซาน กล่าวว่า

ما يفعله بعض الناس اليوم من أن أهل الميت يهيئون مكاناً لاجتماع الناس عندهم 
و يصنعون الطعام ، ويستأجرون المقرئين لتلاوة القرآن ، ويتحملون في ذلك تكاليف 
مالية ، فهذا من المآتم المحرمة المبتدعة ؛ لما روى الإمام احمد عن جرير بن عبد الله 
؛ قال : " كنا نعد الاجتماع إلى أَهل الميِت وصنعة الطعام بعد دفنه من النياحة 
وإسناده ثقات

         สิ่งที่ผู้คนบางส่วนกระทำกัน ในปัจจุบัน จากการที่ครอบครัวผู้ตาย จัดเตรียมสถานที่ เพื่อให้ผู้คนมาชุมนุมกัน ณ ที่พวกเขา ,พวกเขาทำอาหารและว่าจ้างให้นักกอรี อ่านอัลกุรอ่าน และพวกเขาแบกรับภาระทรัพย์สินในการกระทำดังกล่าว  นี้คือ ส่วนหนึ่งจากการจัดเลี้ยงที่ต้องห้ามที่เป็นบิดอะฮ เพราะอิหม่ามอะหมัด รายงานจากญะรีร บิน อับดุลลอฮ เขาได้กล่าวว่า ““ พวกเรานับว่า การชุมนุมที่ครอบครัวผู้ตายและทำอาหารกินกันหลังจากฝังมัยยิตนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากอัลนิยาหะฮ(ที่ต้องห้าม) – สายรายงานของมันเชื่อถือได้ – อัลมุลัคคอศ อัลฟิกฮีย์ เล่ม 1 หน้า 216

............................

ประเด็นที่สอง

             ถามว่า งานขึ้นบ้านใหม่ โดยมีการอ่านดุอาอฺ ซูเราะฮฺยาซีน ซอลาวาตนบี เป็นที่อนุมัติหรือเปล่า? 

   คำตอบ ไม่เป็นที่อนุมัติ เพราะ การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ไม่มีแบบฉบับมาจากท่านรสูลุลลอฮฺ, ไม่มีแบบอย่างมาจากบรรดาเศาะหาบะฮฺ หรือบรรดาสลัฟุศศอลิหฺแต่ประการใดทั้งสิ้น แม้แต่อิมามชาฟิอีย์เองก็ไม่เคยฟัตวาให้ทำบุญขึ้นบ้านใหม่เลยแม้แต่น้อย เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว  หน้าที่ของเราก็ต้องไม่กระทำสิ่งใดๆ เมื่อย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ ส่วนเวลาเราจะย้ายสิ่งของ และเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ก็ให้กล่าว "บิสมิลลาฮฺ" ความว่า "ด้วยนามของอัลลอฮฺ" ซึ่งนั่นเป็นการกล่าวดุอาอ์เข้าบ้านซึ่งตามกระทำสุนนะฮฺอยู่แล้วนั่นเองครับ. والله أعلم 

by: มุรีด ทิมะเสน - mureed@mureed.com - 9/11/06 20:37 
 ---------------------------------
 
ประเด็นที่สาม



             ถามว่า งานบุญแต่งงาน  เป็นที่อนุมัติหรือเปล่า? 

   คำตอบ เป็นที่อนุมัติ หากคำถามข้างต้นหมายถึง การกินบุญแต่งงาน หรือ การจัดงานวะลีมะห์นั่นเอง เพราะ ตามสุนนะฮ เมื่อชายหญิงได้ทำพิธีนิกะห์กันแล้ว ให้มีการเลี้ยงฉลองการนิกะห์ เรียกว่า "วะลีมะฮ" หรือ วะลีมะตุลอุรูช" ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  กล่าวแก่ท่านอับดุรเราะห์มานว่า 

أولم ولو بشاة 
ท่านจงจัดงานวะลีมะฮเถิด แม้จะด้วยแกะเพียงตัวเดียวก็ตาม - รายงานโดย บุคอรี หะดิษหมายเลข 5172 เรื่อง การนิกะห์ 

وعن أنس قال { ما أولم النبي صلى الله عليه وسلم على شيء من نسائه ما أولم على زينب , أولم بشاة } . متفق عليه 

จากอะนัส กล่าวว่า (ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  ไม่เคยจัดงานวะลีมะฮ ให้แก่บรรดาภรรยาของท่านคนใดเลย เหมือนกับที่ท่านได้จัดงานวะลีมะฮให้แก่ท่านหญิงซัยหนับ ท่านได้จัดวะลีมะฮ ด้วยแกะหนึ่งตัว-มุตตะฟักอะลัยฮ 

การจัดงานวะลีมะฮตามสุนนะฮ คือ การจัดเลี้ยงตามอัตภาพของผู้จัด,การเชิญแขกไม่ได้แบ่งคนรวย คนจน และเป็นการเลี้ยงฟรี ไม่ได้แจกซองเพื่อเรียกทุนคืน หรือหวังผลกำไรจากรายได้ที่แขกใส่ซองให้แต่ประการใด ส่วนการจัดเลี้ยงวะลีมะฮตามแบบอย่างของท่านนบีนั้น ผู้รับเชิญจะต้องตอบรับคำเชิญ หากไม่มีอุปสรรค์ ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า 

"شر الطعام طعام الوليمة يدعى لها الأغنياء ويمنعها المساكين، ومن لم يجب الدعوة فقد عصى الله ورسوله " رواه مسلم والبيهقي 

อาหารที่เลว คือ อาหารงานวะลีมะฮ ที่เชิญบรรดาคนรวยและไม่เชิญบรรดาคนจน และผู้ใดไม่ตอบรับการเชิญ(งานวะลีมะฮ) แน่นอน เขาฝ่าฝืนต่ออัลลอฮและรอซูลของพระองค์" - รายงานโดย มุสลิมและอัลบัยฮะกีย์ 

การแต่งงานตามที่ถามมาไม่ใช่งานวะลีมะฮตามแบบอย่างของท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แต่เป็นงานแต่งในเชิงพานิชย์  ที่หวังผลกำไร  ท่านไม่จำเป็นต้องตอบรับคำเชิญ และถ้าในงานมีสิ่งต้องห้าม การไปร่วมนั้นถือว่าหะรอม 

ท่านอิหม่ามอัชชาฟิอีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า 

وإذا دعي الرجل إلى الوليمة وفيها المعصية من المسكر أو الخمر أو ما أشبه ذلك من المعاصي الظاهرة نهاهم فإن نحوا ذلك عنه وإلا لم أحب له أن يجلس فإن علم قبل أن ذلك عندهم فلا أحب له أن يجيب ولا يدخل مع المعصية وإن رأى صورا في الموضع الذي يدعى فيه ذوات أرواح لم يدخل المنزل الذي تلك الصور فيه إن كانت تلك منصوبة لا توطأ فإن كانت توطأ فلا بأس أن يدخله 

เมื่อคนใดถูกเชิญให้ไปงานวะลีมะฮ และในที่นั้นมีสิ่งที่เป็นมะอฺศียะฮ เช่น สิ่งมึนเมา หรือ สุรา หรือ ในทำนองนั้น จากบรรดาสิ่งที่เป็นมะฮศียะฮที่ชัดเจน ก็ให้เขาผู้นั้นห้ามพวกเขาเหล่านั้น ถ้าหากพวกเขาทำให้สิ่งนั้นออกห่างจากเขาได้ (หมายถึงไม่ทำให้เขาเอนเอียงไปสู่สิ่งนั้นด้วย) และถ้าไม่เป็นอย่างนั้น ฉันก็ไม่ชอบให้เขาเข้าไปนั่งร่วม(กับพวกนั้น) แล้วถ้าเขารู้มาก่อนว่าที่พวกนั้น มีดังกล่าวนั้น(มีสิ่งต้องห้าม) ฉันก็ไม่ชอบให้เขาผู้นั้นตอบรับคำเชิญ และ ไม่ให้เข้าร่วม กับสิ่งที่เป็นมะอฺศียะฮ(สิ่งต้องห้าม)นั้น และถ้าเขาเห็นว่า ในสถานที่ที่เขาถูกเชิญไปนั้นมีรูปภาพ ของสิ่งมีชีวิต เขาก็ไม่ต้องเข้าไปร่วมในสถานที่ที่มีรูปภาพนั้น หากปรากฏว่ารูปภาพนั้นถูกตั้งไว้ในที่สูง ไม่ได้ถูกเหยียบ(เช่น ภาพบนพื้นเสื่อที่ถูกเหยียบย่ำเวลาคนเดิน) แล้วถ้าปรากฏว่ามันเป็นภาพที่ถูกเหยียบย่ำ(เพราะอยู่บนพื้นเสื่อ เวลามีคนเดิน) ก็ไม่ผิดอะไร ในการที่จะเข้าไปในนั้น 
- ดู อัลอุม เล่ม 6 เรื่อง อัลวะลีมะฮ

วัลลอฮุอะลัม

http://www.muslimzikung.com/zikung_forum/index.php?topic=1140.0
-------------------------------
ประเด็นสุดท้าย 

      ถ้ามีอาหารจากงานเหล่านี้แจกมา เราสามารถทานได้หรือเปล่า?

        คำตอบ หากเป็นงานที่เกี่ยวกับความเชื่อที่ผิดไปจากคำสอนจากอิสลามข้างต้น เช่น การจัดงานกินบุญคนตาย  งานขึ้นบ้านใหม่ 

เราไม่สามารถรับประทานได้ เพราะหลักการของศาสนาไม่อนุญาตให้มุสลิมมีส่วนร่วมในสิ่งที่ขัดกับหลักการของศาสนา เนื่องจากพระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า " ولا تعاونوا على الأثم والعدوان " ความว่า "และสูเจ้าจงอย่าช่วยเหลือในเรื่องความผิด และการเป็นศัตรูกัน" (สูเราะฮฺอันมาอิดะฮฺ : 2)
       หรือ เราต้องการปฏิเสธสิ่งที่เป็นบิดอะฮฺนั่นเอง ในเมื่อเขานำมาให้เรา แล้วเราปฏิเสธก็ไม่ถือว่าเป็นมุบัซซิรฺ (ทิ้งขว้าง) ไม่ใช่เรารับอาหารแล้วไปทิ้งขว้างนะครับ แต่ให้เราปฏิเสธไม่รับแต่ตั้งแรก เช่นนี้ยังเป็นการดะอฺวะฮฺแก่ผู้ให้อาหารเราทางอ้อมเช่นกันครับ. والله أعلم 

by: มุรีด ทิมะเสน - mureed@mureed.com - 29/4/08 01:06 

วัสลามุอาลัยกุม
 
โดย : มุอฺมิน 
คัดลอกจาก
http://www.banatulhuda.com/forum/index.php?action=printpage;topic=528.0

binmusaFri Oct 01 2010 16:06:40 GMT+0700 (ICT)