muslimchaingmai / ศาลาพักใจ / ก๋วยเตี๋ยวถ้วยหนึ่งก็ซึ้งถึงพระคุณแม่

ก๋วยเตี๋ยวถ้วยหนึ่งก็ซึ้งถึงพระคุณแม่

ก๋วยเตี๋ยวถ้วยหนึ่งก็ซึ้งถึงพระคุณแม่

 

ค่ำวันนั้น สุทะเลาะกับแม่และเธอได้หนีออกจากบ้านโดยไม่คิดอะไร  
ขณะที่เดินอยู่บนถนนอย่างไร้จุดหมาย สุก็เพิ่งรู้ว่าเธอไม่มีเงินติดตัวมาด้วยแม้แต่สักบาทเดียว ขณะที่ยืนเหม่อลอยอยู่นั้น สุก็มองเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆร้านหนึ่ง เธอจึงเดินเข้าไปใกล้ร้านนั้น กลิ่นน้ำก๋วยเตี๋ยวที่หอมโชยขึ้นมา ทำให้เธอรู้สึกอยากกิน แต่เธอไม่มีเงิน
    
สักครู่หนึ่ง หญิงเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งมองเห็นสุยืนอยู่หน้าร้านนานแล้วก็ถามเธอว่า ? หนู จะกินก๋วยเตี๋ยวหรือ ??     
? ค่ะ แต่หนูไม่ได้เอาเงินมา..? เธอตอบอย่างอายๆ      
? ไม่เป็นไร ป้าจะให้หนูกิน? เจ้าของร้านกล่าวกับเธอด้วยความอ่อนโยน ? เข้ามานั่งในร้านก่อน เดี๋ยวป้าจะทำให้กิน?       
สักพักหนึ่ง ป้าเจ้าของร้านก็ยกก๋วยเตี๋ยวถ้วยหนึ่งมาให้ สุกินก๋วยเตี๋ยวเข้าไปได้สองสามคำ เธอก็น้ำตาไหล   
?เป็นอะไรล่ะหนู ?? ป้าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวถาม   
?ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูรู้สึกซึ้งน้ำใจป้าเท่านั้นค่ะ? สุตอบขณะที่เช็ดน้ำตา แต่เธอก็ไม่สามารถเก็บความรู้สึกภายในใจได้   
   
?แม้แต่คนแปลกหน้าบนถนนยังใจดีกับหนูเลย แต่แม่แท้ๆของหนูเอง แค่ทะเลาะกันหน่อยก็ไล่หนูออกจากบ้านและไม่ยอมให้หนูเข้าบ้านอีก ป้าเป็นคนแปลกหน้ายังเป็นห่วงหนู แต่แม่ของหนูสิ ร้ายกับหนูเหลือเกิน? เธอระบายความในใจกับป้า   
    
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ป้าก็ถอนหายใจและกล่าวว่า ? หนูคิดอย่างนั้นได้อย่างไรล่ะลูก ? คิดให้ดีสิ ป้าแค่ทำก๋วยเตี๋ยวให้หนูกินเพียงถ้วยเดียว หนูก็ซึ้งใจแล้ว แต่แม่หนูน่ะหาข้าวหาน้ำให้หนูกินตั้งแต่หนูยังเล็กจนกระทั่งถึงทุกวันนี้นะ หนูจะไม่ขอบคุณแม่บ้างเลยหรือ ? หนูทะเลาะกับแม่ได้ลงคอหรือ??     
   
คำพูดของป้าทำให้สุนิ่งอึ้งและฉุกคิด เธอรำพึงในใจว่า ?ทำไมเราไม่คิดเช่นนั้นบ้างนะ ? แค่ก๋วยเตี๋ยวถ้วยเดียวจากคนแปลกหน้า เรายังรู้สึกว่าเป็นบุญคุณ แต่กับแม่ที่หาข้าวหาน้ำให้เรากินมาตั้งแต่เกิด ทำไมเราถึงไม่คิดบ้าง และที่เราทะเลาะกับแม่ก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น?  
หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวหมดถ้วยแล้ว สุก็ขอบคุณป้าและรีบกลับบ้านทันที        
ขณะที่เธอเดินกลับบ้าน เธอคิดถึงสิ่งที่เธอจะบอกแม่อยู่ในใจตลอดทางว่า...?แม่ หนูเสียใจค่ะ หนูรู้ว่าหนูผิด ยกโทษให้หนูด้วยนะคะ?   
                
เมื่อเธอมาถึงประตูบ้าน เธอก็เห็นแม่ของเธอกำลังกระวนกระวายใจมองหาเธอไปทั่ว เมื่อแม่เห็นเธอ เธอก็ได้ยินเสียงเรียกดังลั่นจากแม่ ?สุ เข้ามาในบ้านเร็ว แม่ทำอาหารไว้ให้แล้ว ถ้าหนูไม่มากินตอนนี้ เดี๋ยวจะเย็นหมด?              
ทันทีที่สิ้นเสียง สุก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที เธอไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้เมื่ออยู่ต่อหน้าแม่ของเธอ เธอเพิ่งรู้ว่าถึงแม้จะดุเธอด้วยอารมณ์ แต่แม่ก็ยังคงรักและให้อภัยเธอ โชคดีที่เธอกลับมาบ้าน    
สุเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเด็กวัยรุ่นในครอบครัวและสังคมปัจจุบัน เป็นเรื่องแปลกที่บ่อยครั้งเราขอบคุณต่อคนที่อยู่รอบข้างเพียงเพราะคนเหล่านั้นทำอะไรเล็กๆน้อยๆบางอย่างให้ แต่กับคนที่ใกล้ชิดเราและดีต่อเรามากที่สุด โดยเฉพาะพ่อแม่ของเรา เรากลับลืมที่จะขอบคุณและกตัญญูรู้คุณ ลองนั่งทบทวนดูก็ได้ว่าตั้งแต่เกิดมาเรากล่าวคำว่าขอบคุณกับพ่อแม่ของเรากี่ครั้งทั้งๆที่พ่อแม่ทุ่มแรงกายแรงใจให้เราทุกอย่าง     
ครั้งหนึ่ง สาวกของท่านนบีมุฮัมมัดได้มาหาท่านและถามว่า ?ฉันควรจะทำดีกับใครมากที่สุดในบรรดาผู้คนทั้งหลาย ?? ท่านนบีได้ตอบว่า ?แม่ของท่าน? สาวกจึงถามอีกครั้งหนึ่งว่า ?หลังจากนั้นเป็นใครอีกครับ ?? ท่านนบีได้ตอบว่า ?แม่ของท่าน? สาวกจึงถามเป็นครั้งที่สามว่า ?และหลังจากนั้นล่ะครับ ?? ท่านนบีได้ตอบว่า ?ก็แม่ของท่านอีกนั่นแหละ? สาวกจึงถามคำถามเดียวกันนี้อีกครั้งหนึ่ง ท่านจึงตอบว่า ?พ่อของท่าน?       
คำตอบของท่านนบีที่ให้ทำดีต่อแม่ถึง 3 ครั้งแล้วถึงจะเป็นพ่อแสดงว่าท่านนบีให้ความสำคัญแก่แม่เป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะเหตุผลดังนี้   
1) แม่เป็นเพศหญิงซึ่งอ่อนแอกว่าพ่อซึ่งเป็นเพศชาย    
2) แม่ต้องแบกภาระบางอย่างที่พ่อไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย นั่นคือ การอุ้มครรภ์ในท้องเป็นเวลา 9 เดือนด้วยความเหนื่อยยากและจะต้องให้นมลูกหลังจากที่คลอดออกมา ในระหว่างที่ตั้งครรภ์ แม่ก็ต้องระวังเรื่องอาหารการกินเพราะกลัวว่าจะมีผลต่อลูกในครรภ์ของตัวเอง   
ท่านนบีมุฮัมมัดเคยกล่าวว่า ?พ่อแม่คือประตูที่ดีที่สุดของสวรรค์ ดังนั้นถ้าหากท่านต้องการ ก็จงเข้าตรงประตูนั้น หรือไม่ก็อาจจะไม่ได้เข้าเลย?               
สาวกอีกคนหนึ่งได้มาหาท่านนบีและปรึกษาว่า ?ท่านรอซูลุลลอฮฺ ฉันตั้งใจจะออกไปสนามรบด้วย ฉันจึงได้มาปรึกษาท่าน? ท่านนบีได้ตอบว่า ?ท่านมีแม่หรือเปล่า ?? สาวกได้ตอบว่า ?มีครับ? ท่านนบีจึงได้กล่าวว่า ?จงอยู่ใกล้ๆแม่ เพราะสวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมารดา?     
วันนี้ ถ้าใครไม่มีแม่ให้กล่าวคำว่าขอบคุณ แต่ยังอยากสนองคุณแม่ ก็ยังไม่สายเกินไป หากทำดีได้ก็รีบทำดีเสีย และหลังละหมาดให้วิงวอนขอต่ออัลลอฮฺว่า ?โอ้พระผู้อภิบาล ขอได้โปรดอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์และแก่พ่อแม่ของข้าพระองค์และโปรดประทานความเมตตาแก่ท่านทั้งสองดุจดังที่ท่านทั้งสองเลี้ยงดูข้าพระองค์เมื่อครั้งเยาว์วัยด้วยเทอญ? 

date 2005-09-29
    - editor บรรจง บินกาซัน
    - categories หลักการศาสนา

abuamenSat Apr 10 2010 22:49:40 GMT+0700 (ICT)