muslimchaingmai / ศาลาพักใจ / เื่รื่องเล่าน่าคิด"ดึงรั้งยั้งข้อศอก"

เื่รื่องเล่าน่าคิด"ดึงรั้งยั้งข้อศอก"

ดึงรั้งยั้งข้อศอก   
       


ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจชั้นนำหรือผู้นำระดับใดก็ตาม จำเป็นต้องมีศิลปะในการใช้คน


            คนดีมีฝีมือที่สร้างผลงานให้เจ้านายคนหนึ่งมาแล้วอย่างมากมายแต่กลับกลายเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ สำหรับเจ้านายอีกคนหนึ่งไป ความผิดจึงควรตกอยู่ที่คนใช้ มิได้อยู่ที่คนถูกใช้ เพราะท่าทีไม่ไว้วางใจของเจ้านายที่มีต่อลูกน้องเป็นข้อบกพรองอย่างฉกรรจ์ในศิลปะการใช้คนข้อหนึ่งในจำนวนหลายข้อ  ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่า      “ ถ้าระแวงก็อย่าใช้ ถ้าใช้ก็จงอย่าระแวง ”

                   ในสมัยที่จีนยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช และเจ้าขุนมูลนายมีอำนาจสิทธิขาดทั้งหลายในการบริหารบ้านเมืองจึงขึ้นอยู่กับ       ความพอใจของเจ้าผู้ครองนครแต่เพียงผู้เดียว  การยับยั้งห้ามปรามหรือเตือนสติแก่เจ้าเหนือหัวนั้น  ไม่อาจกระทำได้โดยง่ายนัก     เพราะหมายถึงการเอาชีวิตเป็นเดิมพัน    ขุนนางผู้มีความจงรักภักดี  และ เฉลียวฉลาดทั้งหลาย จึงมักจะหาอุบาย  ยกข้อเปรียบเทียบอ้างอิงด้วยนิยายบ้าง ภาษิตหรือเรื่องราวอื่น ๆ บ้าง  เป็นการเลียบเคียงเข้าไปในเรื่องที่ตั้งใจจะแก้ไข  ให้เจ้าเหนือหัวเกิดความเข้าใจเอง  ดังตัวอย่างเรื่องของขันทีชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งของเมืองหลู่  ในสมัยของชุนชิว ผู้มีนามว่า มี่จื่อเจี้ยน
ครั้งหนึ่ง  มี่จื่อเจี้ยน  ถูกส่งไปปกครองอำเภอชั่นฟู่  แต่เนื่องจากเจ้าเมืองหลู่ไม่ทรงวางพระทัยในการทำงานของมี่จื่อเจี้ยน         ดังนั้นไม่ว่ากฎระเบียบหรือแผนงานใด ๆ ที่มี่จื่อเจี้ยนกำหนดขึ้น        เจ้าเมืองหลู่จะต้องเข้ามาก้าวก่ายและยับยั้งอยู่ร่ำไปทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม      ทำให้มี่จื่อเจี้ยนอึดอัดลำบากใจมาก
            
            เขาจึงคิดอุบายที่จะเตือนสติให้เจ้าเมืองหลู่เลิกล้มการกระทำเข่นนั้นเสีย      โดยถวายสารขึ้นไป  ขอให้เจ้าเมืองหลู่ได้โปรดส่งคนที่เขียนหนังสือเก่งลายมือสวยมากมาช่วยงานคนหนึ่ง
            เมื่อได้คนที่ต้องการแล้ว มี่จื่อเจี้ยนก็หางานให้เขียน แต่ทุกครั้งตัวเขาเองจะนั่งอยู่ข้าง ๆ  “ คอยดึงรั้งยั้งข้อศอก “ อยู่ตลอดเวลาที่ใช้ผู้นั้นลงมือเขียนหนังสือ  แถมยังตำหนิติเตียนคนเขียนว่า เขียนได้ไม่ดีในที่สุดคนเขียนหนังสือทนอยู่ไม่ได้จึงหนีกลับไปเฝ้าเจ้าเมือง และทูลให้ทรงทราบว่า   มี่จื่อเจี้ยน ชอบขัดขวางการทำงานของเขาโดยไม่มีเหตุผล
 “คอยแอบดึงรั้งยั้งข้อศอก ในเวลาที่เขียน ซ้ำยังติเตียนในผลงาน”     
เจ้าเมืองหลู่เป็นคนฉลาด เมื่อได้ฟังเรื่องราวก็รู้ได้ว่า มี่จื่อเจี้ยนกำลังขอร้องให้พระองค์เลิกขัดขวางการทำงานของเขาเสีย เพราะแม้แต่ผู้เขียนหนังสือจะมีลายมือสวยเพียงใด  ตั้งใจที่จะเขียนเพียงใด หากมีใครคอยดึงรั้งข้อศอกอยู่ ผลงานนั้นก็จะดีไปไม่ได้        ตั้งแต่นั้นมาเจ้าเมืองหลู่ก็เลิกขัดขวางการทำงานของมี่จื่อเจี้ยน..rrr
ที่มา
http://gotoknow.org/blog/tale-talk/212416
โดยกานท์กวี 

binmusaSat Oct 23 2010 08:12:15 GMT+0700 (ICT)