muslimchaingmai / ศาลาพักใจ / รีวิว ทริป เชียงใหม่-เชียงราย-แม่ฮ่องสอน

รีวิว ทริป เชียงใหม่-เชียงราย-แม่ฮ่องสอน

รีวิว ทริป เชียงใหม่-เชียงราย-แม่ฮ่องสอน
โดย
 bmwallapa  
มุสลิมไทยดอทคอม




ตั้งใจนานแล้วว่าหากมีโอกาสก็จะเยือนพี่น้องมุสลิมเมืองเหนือสักครั้ง เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศความจำเจจากข่าวร้ายรายวันทางใต้ ประกอบกับทราบข่าวมาว่ามีกลุ่มยะมาอะห์ตับลีคจากทางใต้ไปตั้งรกรากเพื่อเผยแพร่ศาสนาอิสลามแถบดินแดนล้านนา ก็เลยวางแผนหลวมๆไปกับลูกสาวตัวเล็กๆสองคนและภรรยาอีกหนึ่งคน (เท่านั้น)เพื่อไปเยี่ยมเยียนถามไถ่เผื่อโอกาสหน้าอาจจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือสงเคราะห์กัน-อินชาอัลเลาะห์ โดยโปรแกรมถูกวางไว้ ช่วง 26 ธค - 2 มค 53 (ขออภัยที่ไม่อาจเปิดเผยหน้าได้ อิอิ)





วันที่สองของการเดินทาง หลังจากรับรถเช่าจากไทยเรนท์อะคาร์แล้ว ขับรถตรงไปยังเชียงรายเพื่อไปภูชี้ฟ้า แวะท่องเที่ยวรายทางประปราย แวะเข้าเมืองเชียงรายก่อนเพื่อเตรียมเสบียง และละหมาด วันนี้แปลกร้านอาหารอิสลามหลายร้านปิดเกือบหมด ทราบข่าวอีกทีว่า หลายร้านไปช่วยงานเปิดมัสยิด ดารุลอามาน ขับรถวนแบบมั่วๆจนเจอมัสยิด และเห็นป้ายผ้าต้อนรับท่านวันนอร์ ซึ่งทราบมาว่าจะมาทีนี่ด้วย วันนี้กว่าจะออกเดินทางต่อได้ก็เกือบบ่ายสองโมงไปแล้ว ถือโอกาสซื้อผักดองของพี่น้องชาวมุสลิมเชื้อสายจีนที่นั้น อร่อยใช้ได้ แต่กลิ่นได้แรงมากทีเดียว เท่าที่เห็นมุสลิมแถวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อสายจีน พูดภาษาจีน และอินเดียบ้างเล็กน้อย มีผมตัวดำเล็กน้อยเล็ดรอดเข้าไปโดยไม่ได้รับเชิญ แต่ในเมื่อมุสลิมคือพี่น้องกัน ก็เลยแอบเนียนได้สบายๆ (ใต้ร่ม Calsberg ไม่มีอะไรนะครับ)



มัสยิดแห่งนี้ทราบมาว่าหมดค่าก่อสร้างไปหลายสิบล้าน เห็นอักษรภาษาจีนที่หน้ามัสยิด ก็เลยนึกถึงความเชื่อสมัยเด็กๆอย่างผิดๆว่าอิสลามที่แท้จริงต้องมลายูเท่านั้น (คิดได้งัย)



เส้นทางไปภูชี้ฟ้าลาดชันพอสมควร ผมใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง เพื่อไปที่พักภูสวรรค์รีสอร์ท ระหว่างทางมีเด็กๆชาวม้งขออาศัยติดรถขึ้นดอยไปด้วย อากาศเย็นสบายแทบไม่ต้องเปิดแอร์เลยทีเดียว วิวข้างทางสวยงามมากมายมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ



อาทิตย์ยามลับขอบฟ้า หน้าที่พักภูสวรรค์รีสอร์ท ใครที่อมทุกข์อยู่ลองมองไปที่ปลายฟ้าไกลๆจะให้ความรู้สึกที่โล่งโปร่ง ลืมเรื่องราวร้ายๆเป็นปลิดทิ้ง ไม่เชื่อลองดูครับ


บนภูชี้ฟ้าบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเท่าที่เห็นมีร้านโรตีอิสลามเพียงร้านเดียว หากใครจะไปเตรียมอาหารจากตีนดอยสบายใจกว่า ผมงงกับตัวเลข  786 เท่าที่สังเกตุอะไรที่เกี่ยวกับอิสลามแถวนั้นจะมีตัวเลขนี้กำกับไว้
 


ออกเดินทางต่อเพื่อไปยัง อ.เชียงของ จุดหมายปลายทางคือมัสยิดบ้านเวียงหมอก โดยใช้เส้นทางลัดเลาะชายแดนไทย-ลาวผ่าน อ.เวียงแก่น ถนนหนทางดีกว่าที่คิด รถเก่งไปได้ตลอดทาง แต่เนื่องจากรถทำความเร็วได้ไม่มากและไม่ชำนาญพื้นที่ ประกอบกับหลงทางอยู่แถวนั้นตั้งนานก็เลยเปลี่ยนแผนไม่ไปที่มัสยิดนี้แล้ว 


ผมใช้เส้นทาง 1155 แวะดอยผาตั้ง ถิ่นนี้เขาบอกว่าเคยเป็นสนามรบเก่ารูปซ้ายมือบนคือดินแดนประเทศลาว ผมลงตามขั้นบันไดขั้นสุดท้ายแค่ยื่นมือก็อยู่ในดินแดนลาวแล้ว ส่วนรูปขวามือบนคือแม่น้ำโขงมองจากมุมสูง ที่นี่อากาศเย็นสบายมาก ใครจะมาสามารถตั้งเต้นท์ได้เลย โดยไม่ต้องง้อรีสอร์ทว่าจะว่างหรือไม่ว่าง 



เส้นทางลัดเลาะชายแดนไทย-ลาว ที่มีแม่น้ำโขงขวางกั้นยาว ทิวทัศน์สวยงามน่าดูชมเป็นอย่างมาก ขับรถเรื่อยเปื่อยไปยัง อ.เชียงของ ที่นั้นมีรถบรรทุกน้ำมันจากไทยเพื่อรอข้ามฝั่งไปยังประเทศลาวมากมาย



มาแล้วก็ล่องเรือล่องน้ำโขงสักหน่อย ที่เห็นตรงข้ามคือฝั่งประเทสลาว ไม่ได้เตรียมเอกสารข้ามแดน ก็เลยอดเหยียบดินแดนลาว



ขับรถเรื่อยๆรับบรรยากาศเย็นๆ จนสุดทางที่สามเหลี่ยมทองคำ แถวนี้หาอาหารอิสลามไม่ค่อยเจอหรือว่าไม่มีกไม่ทราบ นักท่องเที่ยวต่างชาติมากมาย ฝั่งตรงข้ามที่เห็นโดมสีทองทีแรกเข้าใจปิดคิดว่าเป็นมัสยิดฝั่งลาว สอบถามชาวบ้านแถวนั้นเขาบอกเป็นพวกอาคารศุลกากรของเขา มองด้านซ้ายขึ้นไปก็จะเป็นประเทศพม่า อยู่ที่นี่ได้ไม่นานต้องรีบกลับเข้าเมืองเชียงรายเพื่อเข้าที่พักแลแวะหากินอาหารอิสลามแถวนั้น หลังจากมื้อเที่ยงลูกๆต้องอาศัยบะหมี่ถ้วยจากบนดอย



มื้อเย็นและเช้าอีกวันฝากท้องไว้กับร้านโรตีป้าใหญ่ มาร้านนี้ง่ายดาย ถ้ามาจากแม่สาย ลงสะพานข้ามแม่น้ำกกสักร้อยเมตรเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปอีกประมาณ 300 เมตร เจ้าของร้านใจดีมากมาย อาหารอร่อยราคาไม่แพง แถมยังแนะนำให้ไปเที่ยวงานไม้ดอกเชียงรายอีกต่างหาก ทริปนี้เท่าที่เจอคนเหนืออัธยาศัยดีมาก ไม่เหมือนตอนไปมาเลย์เซียอย่าไปเที่ยวถามทาง เขาจะรีบส่ายหัวแล้วตอบกลับว่าเขาไม่ใช่คนแถวนี้ ชมดอกไม้ได้ไม่นานลูกสาวบ่นปวดท้อง แต่หาห้องน้ำบริเวรไม่เจอ เลยต้องรีบกลับที่พที่ลักษวรรณรีสอร์ท



วันที่ 4 ของการเดินทาง รีบออกจากตัวเมืองเชียงราย ไปยังแม่จันแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทาง 1089 เพื่อไปยังมัสยิดอิสลามห้วยมะหินฝน การเดินทางภาคเหนือขึ้นเขาลงห้วย บางเส้นทางลาดชันน่าหวาดเสียว รถทำความเร็วได้ไม่มาก จึงจะกะเกณฑ์เวลาเดินทางลำบาก โดยเฉพาะคนต่างถิ่นที่ไม่คุ้นเคยเส้นทาง ผมใช้เวลาไม่นานนักแวะเยี่ยมพูดคุยท่านอิหม่ามและพี่น้องมุสลิมจากทางใต้อีก 2 ครอบครัว ที่เขาทุ่มเทมุ่งมั่นเพื่องานศาสนาที่นี่ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้มากเพราะตื้นตันตันใจและรู้ถึงความตั้งใจจริงของเขาเหล่านั้น ที่นี่กำลังรอตอนรับผู้มาเยือนและความช่วยเหลือจากพี่น้อง วันที่ไปเห็นท่านอิหม่ามกำลังพรวนดินปลูกต้นอินทผาลัมอย่างขันแข็ง และไม่ใช่ที่นี่ที่เดียวที่กลุ่มยามาอะห์ตับลีคเขาทำงานเพื่อศาสนา จากการบอกเล่าจากท่านอิหม่ามยังมีอีกหนึ่งมัสยิดใกล้ๆและที่เวียงหมอกที่ผมไม่ได้แวะเข้าไปเมื่อวันก่อน ผมละอายใจเหลือเกินที่ครั้งหนึ่งเคยมองเขาเหล่านั้นด้วยความดูแคลน และละอายตรงที่ผมทำได้ไม่เหมือนเขาในหนทางศาสนา



พูดคุยกับท่านอิหม่ามสักพักก็ต้องรีบเดินทางต่อ แต่สัญญากับตัวเองว่าจะต้องกลับมาใหม่ ออกจากมัสยิดอิสลามห้วยมะหินฝนไม่นานก็ถึงท่าตอนเลยแวะกินข้าวซอยให้อิ่มท้องวะก่อนเพราะทริปวันนี้เพิ่งเริ่มต้น 



ขับรถเรื่อยๆถึง อ.ฝาง แวะมัสยิดอัลอิมานแต่เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาละหมาด ตัดสินใจไปชิมข้าวซอยชามที่สองที่ร้านข้าวซอยริมน้ำ ก่อนออกเดินทางต่อไปยังดอยอ่างขางช่วงบ่ายแก่ๆ 

ที่มา
http://www.muslimthai.com/mnet/content.php?bNo=60&qNo=4026&kword=
 
 
 
 

rammaWed Nov 17 2010 21:05:48 GMT+0700 (ICT)