muslimchaingmai / เหตุการณ์เจียงใหม่ในอดีต เรื่องเล่า ภมิปัญญา / ประวัติสวนสัตว์เชียงใหม่และความเป็นมา

ประวัติสวนสัตว์เชียงใหม่และความเป็นมา

รายละเอียดข่าว

ภาพบน - สวนสัตว์เชียงใหม่
ภาพล่าง- นายฮาร์-โรล เมสัน ยัง ผู้ก่อตั้งสวนสัตว์เชียงใหม่.
เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๐๙(๒๓)
สถานที่พักผ่อนแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ คือ สวนสัตว์เชียงใหม่ 
ปลายปี พ.ศ.๒๕๐๙ ทางราชการให้ความสำคัญกับสวนสัตว์มากขึ้น มีการจัดสรรงบประมาณมาพัฒนาสวนสัตว์เชียงใหม่
มีข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๙
“สวนสัตว์ ชม.ได้เงิน ๓ แสนเศษ”
“เพรสคอนเฟอร์เร็นส์ของทางการจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ ๒๕ เดือนนี้ (พฤศจิกายน) นอกจากเรื่องอื่นแล้ว พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ได้รับหนังสือจากกรมการปกครองเรื่องสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยให้เงินมาบูรณะสวนสัตว์เชียงใหม่เป็นเงิน ๓ แสน ๘ หมื่นบาท
“พ.ต.อ.นิรันดร แจ้งว่า เงินจำนวน ๓ แสน ๘ หมื่นบาทนี้ ทางจังหวัดได้ขอไปยัง รมต. มหาดไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ทรุดโทรมมาก จำต้องขอเงินบูรณะ ทราบว่าได้รับเงินอนุมัติ แต่เรื่องหายไป ๒ ปีเพิ่งได้รับแจ้งมาว่าได้แบ่งเงินส่งเสริมสภาไปบูรณะและได้ตกลงบูรณะสวนสัตว์ดังนี้
๑.สร้างตึกที่ทำการชั้นเดียวกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เป็นเงิน ๑ แสนบาท 
๒.สร้างตึกพิพิธภัณฑ์สัตว์ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๖ เมตร เป็นเงิน ๑ แสน ๕ หมื่นบาท ภายในตึก จะมีห้องสมุดเกี่ยวกับสัตว์ ห้องบรรยายเรื่องสัตว์ ห้องน้ำและสัตว์สตาฟต่างๆ ด้วย 
๓.สร้างห้องพักคนงาน ๔ หลังๆ ละ ๕ พันบาท 
๔.สร้างกรงนกขนาดใหญ่ ๒ หมื่นบาทเพื่อให้นกบินได้เต็มที่ 
๕.ปรับปรุงท่อระบายน้ำและประปา ๒ หมื่นบาท 
๖.สร้างกรงขังสัตว์ต่างๆ อีก ๒๕ กรง ๔ หมื่นบาท
“อนึ่ง ทางจังหวัดได้ติดต่อซื้อวัวแดงจากชาวบ้านที่อำเภอแม่สะเรียง และกำลังรออูฐจากทูตอินเดีย ซึ่งเมื่อคราวมาเยือนเชียงใหม่ว่า จะส่งอูฐจากอินเดียมาให้”
ประวัติสวนสัตว์เชียงใหม่มีความเป็นมาที่น่าสนใจ ผู้เริ่มต้นมิใช่ทางราชการแต่เป็นชาวต่างชาติ ชื่อ มิสเตอร์ฮาร์โรล เมสัน ยังก์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิก “สวนสัตว์เชียงใหม่” เริ่มต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๓ 
มิสเตอร์ฮาร์โรล เมสัน ยังก์ ซึ่งชาวเมืองเชียงใหม่ทั่วไปมักเรียกว่า มิสเตอร์ยังก์ เป็นชาวอเมริกัน บุตรชายของหมอสอนศาสนาประจำรัฐฉาน เกิดที่รัฐฉานประเทศพม่าซึ่งขณะนั้นรัฐฉานอยู่ในการปกครองของรัฐบาลอังกฤษ เมื่อโตขึ้นกลับไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จบปริญญาด้านธรรมชาติวิทยาต่อมาได้กลับมาทำงานที่รัฐฉาน ต่อมาเมื่อรัฐฉานและประเทศพม่าเป็นเอกราชจากอังกฤษ มิสเตอร์ยังก์ได้พาครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่เมืองเชียงใหม่เป็นการชั่วคราว ระหว่างที่อยู่เมืองเชียงใหม่ มิสเตอร์ยังก์และครอบครัวเช่าบ้านและที่ดินของนายไกรศรี นิมมานเหมินท์ คือบ้านเวฬุวัน อยู่เชิงดอยสุเทพ ช่วงระยะเวลาหนึ่งมิสเตอร์ยังก์ ได้เช่าบ้านและที่ดินแห่งนี้และได้เริ่มสร้างสวนสัตว์ส่วนตัว แต่ต่อมามีสัตว์มากขึ้นทำให้สถานที่คับแคบและมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงเปิดให้ชาวเชียงใหม่เข้าชม เริ่มจากเข้าชมฟรีจนมีการเก็บเงินสำหรับค่าอาหารสัตว์ ต่อมาจึงพัฒนามาเป็นสวนสัตว์ ในระยะแรกชาวเชียงใหม่เรียกกันว่า “สวนสัตว์ฝรั่ง” หรือ “สวนสัตว์นายยังก์” ในวันเสาร์อาทิตย์พ่อแม่มักพาบุตรหลานมาเที่ยวชมสัตว์ต่างๆ 
แต่บางคนกลับรังแกสัตว์ทำให้มิสเตอร์ยังใช้วิธีการเก็บเงินค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๑ บาทและเด็ก ๕๐ สตางค์ ต่อมาเมื่อมีการจับลูกเสือดาวได้ที่ใกล้วัดนันทารามมาไว้ที่สวนสัตว์ทำให้ชาวเชียงใหม่เข้าชมกันมากขึ้น ผลกระทบที่ตามมาคือ สถานที่เริ่มคับแคบ ทำให้ต้องวางแผนหาทางขยายสวนสัตว์ไปยังที่ที่เหมาะสม ตอนนี้เองที่ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือโดยได้รับความร่วมมือของนายประเสริฐ กาญจนดุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในสมัยนั้น
มิสเตอร์ยังก์กับ มิสเตอร์กอร์ดอนยังก์(บุตรชาย) ได้รับอนุญาตจากนายประเสริฐ กาญจนดุลให้ใช้พื้นที่บริเวณใกล้น้ำตกห้วยแก้วซึ่งสามารถนำน้ำมาใช้สำหรับสัตว์ได้ ขณะนั้นบริเวณดังกล่าวยังไม่ได้กำหนดเป็นเขตป่าสงวน 
นายโหม้หรือศักดิ์ อดีตผู้จัดการสวนสัตว์ของมิสเตอร์ยังเขียนบทความเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสวนสัตว์เชียงใหม่ในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ต้นปี พ.ศ.๒๕๒๕ มีข้อมูลตอนหนึ่งว่า
“เมื่อได้รับอนุญาตเป็นทางการแล้ว ก็เริ่มบุกเบิกแผ้วถางหญ้าที่ขึ้นรกรุงรัง ส่วนต้นไม้ที่เหลืออยู่ก็เป็นต้นไม้เล็กๆ ส่วนใหญ่ ๆ ก็ตัดทิ้งเพราะชาวบ้านมาช่วยกันบุกเบิก คงเหลือแต่ต้นเล็กๆ แต่เดี๋ยวนี้จะเจริญเติบโตแล้ว เพราะไม่มีใครตัด พอแผ้วถางราบดีแล้ว ก็เริ่มโครงการสร้างกรงสัตว์ ปราบพื้นที่บางส่วน เพื่อทำถนนและกรง ต้นไม้ที่เหลือห้ามตัดหรือทำลายเด็ดขาด แม้แต่จะเอามีดไปสับหรือฟัน ใครผู้ใดทำผู้นั้นจะต้องถูกทำโทษโดยไม่ให้ทำงานต่อไป เป็นการลำบากเหลือเกิน ตอนทำกรงสัตว์ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการทำลายต้นไม้เหล่านั้น นอกจากจำเป็นจริงๆ มิสเตอร์ยังก์เป็นฝ่ายทำแปลงกรงสัตว์ มิสเตอร์กอร์ดอน บุตรชายเป็นฝ่ายทำประปา คือ นำน้ำห้วยแก้ว ต่อท่อประปามาจากบ้านตาดพระนาย ระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร น้ำต้องขึ้นเขาลงห้วยมาสู่อ่างเก็บน้ำและนำมาใช้ในสวนสัตว์ เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้อยู่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงแก้ไขไปบ้างเล็กน้อย ข้าพเจ้าเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างทั่วไป ส่วนเงินทุนหมุนเวียนเรื่องการก่อสร้างครั้งนี้เป็นหน้าที่ของมิสเตอร์ยังก์ ท่านได้มีหนังสือติดต่อกับมิตรสหายเพื่อนฝูงที่อเมริกา ขอเงินมาสร้างสวนสัตว์ ซึ่งท่านเหล่านั้นได้บริจาคมาให้ด้วยความเต็มใจจนสวนสัตว์เป็นรูปร่างขึ้นมา
“ต่อมามีสมาคมโรตารี่ ช่วยเหลือออกเงินสร้างกรงหมี นายแพทย์จินดา สิงหเนตร เป็นผู้บริจาคให้ คณะสมาคมสตรีชาวอเมริกันในเชียงใหม่โดยการชักนำของมิสซิสยังก์ ก็ได้ช่วยกันบริจาคสร้างโรงช้างชื่อ พลายคำแสน ซึ่งข้าพเจ้าได้ซื้อมาจากอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ต่อมาปรากฏว่าเกิดเป็นช้างสำคัญเตรียมจะทูนเกล้าถวายเป็นช้างคู่บารมีอยู่แล้ว และได้ส่งไปอบรมที่โรงเรียนสอนช้างที่จังหวัดลำปาง แต่เคราะห์ร้ายพ่อพลายคำแสนถูกงูเห่ากัดเสียชีวิตไป เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
“ดร.ไวท์ เพื่อนของมิสเตอร์ยังก์เป็นคนอเมริกันคนหนึ่ง ได้ช่วยออกเงินสร้างกรงขังวัวแดง ซึ่งข้าพเจ้าได้ซื้อมาจากอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งตอนนั้นคุณชุ่ม บุญเรือง ดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภออยู่ที่นั่น นอกจากนั้นก็มีคณะ สหายสวนสัตว์ พวกจัสแมก ได้ช่วยกันคนละไม้ละมือออกเงินช่วยสร้างกรงต่างๆ ขึ้น พอการก่อสร้างเสร็จก็เริ่มขนย้ายสัตว์จากบ้านเวฬุวันไปอยู่สวนสัตว์ใหม่”
การขนย้ายสัตว์ต่างๆ มายังสถานที่ใหม่ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นสร้างสวนสัตว์อย่างถาวร จึงเริ่มมีการตั้งชื่อสวนสัตว์แห่งนี้ขึ้น
“คราวนี้มีปัญหาว่า จะตั้งชื่อสวนสัตว์อะไรดี มิสเตอร์ยังก์ก็ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า CHIANGMAI - ZOOLOCICAL PARK เป็นภาษาไทยตั้งชื่อว่าอย่างไรดี จะว่าสวนสัตว์มิสเตอร์ยังก์ หรือสวนสัตว์ห้วยแก้ว แต่ก็ไม่สมกับคำในภาษาอังกฤษนั้น ข้าพเจ้าก็เลยแปลตามศัพท์ภาษาอังกฤษว่า สวนสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อเป็นเกียรติยศของทางจังหวัดซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้กรุณายกที่ดินให้ในนามของจังหวัดเชียงใหม่ฟรีๆ โดยไม่มีข้อแม้ แต่ปัจจุบันก็เลยตัดคำว่า จังหวัดออก เหลือแต่คำว่า สวนสัตว์เชียงใหม่ เริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชมเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๔๙๘ หลังจากการสร้างสะพานไม้ข้ามลำธารห้วยแก้วเสร็จแล้ว และต่อมาภายหลังก็ได้ทำการทำสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขึ้นแทนสะพาน
“คราวนี้สวนสัตว์ก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น มีสัตว์ต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น ช้างตัวโต เป็นช้างพัง นอกจากพลายคำแสนตอนนั้นยังเล็กอยู่ ได้ลูกสิงห์โตมาคู่หนึ่งชื่อว่า แพนและแอม พวกลิง ชะนีชนิดต่างๆ รวมทั้งจระเข้ซึ่งข้าพเจ้าได้ขอบูชาจากวัดเชียงมั่นและวัดป่าแคโยง ส่วนสัตว์อื่นๆ ก็เพิ่มมาอีกเป็นต้นว่า พวกอีเห็น ชะมด อีกา อีแร้ง นกฮูกพันธ์ต่างๆ แต่สัตว์โดยมากที่เลี้ยงไว้เป็นสัตว์พื้นบ้านพื้นเมืองมาเลี้ยงก่อน ส่วนสัตว์ต่างประเทศถ้ามีทุนเหลือค่อยเสาะหามาเลี้ยง”
“ในที่สุดท่านก็ได้จากเราไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอ ท่านได้เสียชีวิตที่เชียงใหม่(ปี พ.ศ.๒๕๑๘) และท่านก็เคยตั้งปณิธานไว้ว่าท่านรักเชียงใหม่ จะขอฝากทุกอย่างไว้ที่เชียงใหม่ แม้ร่างที่ไร้วิญญาณก็ไม่ให้นำกับไปอเมริกาถึงแม้ตัวท่านไม่ใช่คนไทย แต่จิตใจของท่านเป็นคนไทย และเป็นคนเชียงใหม่ก็ขอตายในเชียงใหม่ ท่านได้จากไปเมื่ออายุได้เพียง ๖๘ ปี ทิ้งผลงานและคุณงามความดีของท่าน ให้เป็นตัวอย่างชนรุ่นหลังซึ่งพวกเราไม่อาจลืมได้ สวนสัตว์ที่ท่านรักและหวงแหนถึงแม้ท่านจะจากไปแต่ชื่อแลคุณงามความดีที่ท่านได้ให้ไว้กับเมืองเชียงใหม่ของเรายังเป็นอนุสรณ์ที่ลูกหลานควรจะจดจำเอาไว้เป็นแบบอย่าง”
ด้วยความที่เป็นคนรักสัตว์ของมิสเตอร์ยังก์ ทำให้มีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ที่ประสบอยู่ในขณะนั้น การต่อสู้ปัญหาของมิสเตอร์ยังก์ น่าจะเป็นแบบอย่างของผู้ที่กำลังต่อสู้กับปัญหาต่างๆ อยู่ในขณะนี้ หากไม่มีมิสเตอร์ยังก์ คงจะไม่มีสวนสัตว์เชียงใหม่ในวันนี้ก็เป็นได้.
(บทความ นสพ.ไทยนิวส์ ๑๒,๑๓,๑๔ ก.พ.๒๕๒๕)
พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.สภ.พร้าว
(มีข้อมูลเพิ่มเติมแจ้ง anunernhard@yahoo.co.th)

ที่มา  
http://www.thainews70.com/news/news-culture-arnu/view.php?topic=178

rammaSun Aug 01 2010 14:37:01 GMT+0700 (ICT)