muslimchaingmai / บุคคลในประวัติศาสตร์,บุคคลสำคัญ, / ประวัตินายแพทย์ แวมาฮาดี แวดาโอะ (หมอแว)

ประวัตินายแพทย์ แวมาฮาดี แวดาโอะ (หมอแว)

นายแพทย์ แวมาฮาดี  แวดาโอะ (หมอแว)

Dr.Wanmahdee  Wandaud

M.P.Narathiwat : สมาชิกสภาผู้แทน จังหวัดนราธิวาส (สส.)

ประวัติ

- เกิด วันที่  6  มิถุนายน พ.ศ. 2505

- ต้นตระกูลคุณพ่อมาจาก เมืองจีน  ต้นตระกูลทางคุณแม่มาจาก มาเลย์  ( ลูกครึ่ง จีน ผสม มาลายู)

- จบการศึกษาชั้นประถม 3 จาก รร.เทศบาล 3 ยะกัง จ.นราธิวาส

- จบการศึกษาชั้นประถม 7 จาก รร.ประจำอำเภอเมือง จ.นาธิวาส

- จบชั้นมัธยม 3 จาก รร.อัตตะกียะ อิสลามียะฮ์ จ.นราธิวาส

- จบชั้น มศ.5 รร.นราธิวาส

- จบปริญญาประกาศนียบัตรแพทย์ศาสตร์บัณฑิต สาขาแพทย์ทั่วไป จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่)

- ประกาศนียบัตรหลักสูตรโรคผิวหนัง จากสถาบันโรคผิวหนัง

- Mini  M.B.A  มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์

- ประกาศนียบัตรวิทยุชุมชน จาก ประเทศเยอรมัน

- ปปร. จาก สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรการบริหารงานสำหรับผู้บริหารชั้นสูง

ตำแหน่งปัจจุบัน

- สมาชิกสภาผู้แทน จังหวัดนราธิวาส (สส.)

สนทนา ถาม - ตอบ

Islammore : หมอเป็น สส. มากี่สมัยแล้ว ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ผมเป็น สส.นราธิวาส สมัยแรก

แต่ทำไมดูเหมือนว่าหมอมีบทบาทในการทำงานทางสามจังหวัดภาคใต้มานานแล้ว

          จริงๆแล้ว ผมเป็น สว.นราธิวาส ปี 2549 ประมาณ 5 เดือน ในปี 2520 ผมได้รับตำแหน่ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประมาณ 1 ปี พอปี 2551 ก็ได้รับเลือกจากประชาชนเป็น สส.จังหวัดนราธิวาส จนตอนนี้ ก็  2 ปีแล้วครับ  เขต 1 ที่ผมลง เป็นเขตของพหุสังคม คือ มีทั้งมุสลิม คนไทย คนจีน อยู่ร่วมกัน ถ้าพูดถึงความยุติธรรม ผมเป็นตัวแทนของทุกชาติพันธุ์ ทุกเผ่าพันธุ์

Islammore : การทำหน้าที่ของ สส.มุสลิม ในสภา กับ สส.อื่น แตกต่างกันอย่างไร ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : วันนี้เรายังไม่สามารถทำให้สังคมทั่วไปได้รับรู้ว่า การเป็นสส.มุสลิม กับ สส.ธรรมดา มีข้อแตกต่างกันอย่างไร ! เวลา สส.เดินไปไหนด้วยกัน เราไม่สามารถบอกได้ว่า สส.นี้เป็นมุสลิม สส.นี้เป็นคนธรรมดา เพราะรูปลักษณ์ภายนอกส่วนใหญ่ก็เหมือนกันหมด

อย่างเช่น ถ้า สส.อื่นด่ากัน สร้างฟิตนะฮ์ต่างๆในสภา เพื่อให้ตัวเองได้ขึ้นมามีชื่อเสียง แล้ว สส.มุสลิม ก็ด่าด้วยทำด้วย มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกัน

สส.มุสลิม ทั้งหมด มีประมาณ 20 กว่าคนในสภา แต่หน้าที่ของ สส. คือ เป็นกระบอกเสียง พูดแทนประชาชน แต่ยังไม่สามารถลงมือทำอะไรได้มากนัก

Islammore : การทำหน้าที่ สส. ในทรรศนะของหมอ อะไรสำคัญที่สุด ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : สส.เป็นคนกลาง เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่ตัวแทนของรัฐ ไม่ใช่ตัวแทนของราชการ หน้าที่ สส. คือ เป็นปากเสียงให้ประชาชน(พูดแทนประชาชน)โดยผ่านสภา เราไม่ใช่เป็นผู้กำหนดว่าสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก ถ้ามีผู้มาร้องเรียนต้องตรวจสอบข้อมูลว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนเท็จ และกลั่นกรองข้อมูลก่อน ว่าสิ่งไหนสมควรที่จะนำเสนอออกไป

Islammore : เหตุใดประชาชนถึงให้ความไว้วางใจ เลือกหมอเป็นผู้แทน ทั้งๆที่หมอเคยถูกจำคุกคดี เจ.ไอ.ถึง 2 ปี ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : หลังจากออกจากคุก ผมได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนและขอบคุณพี่น้องประชาชนตามมัสญิด และชุมชนต่างๆ ตอนแรกผมกะว่าจะไปทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนในประเทศมาเลเซีย แต่พี่น้องขอร้องไว้ ให้อยู่ทำงานเพื่อพวกเขา ก็เลยมีการปรึกษากันในคณะสภาชูรอของผม และลงมติให้เล่นการเมือง เพื่อสะท้อนภาพของชีวิตมุสลิมที่ไม่ได้รับความยุติธรรมจากรัฐ ประชาชนเรียกร้องมาก และผมตั้งเป้าหมายที่จะทำงานเพื่อประชาชนทั้งหมด 43 ข้อ แต่เพิ่งจะทำได้ 3 - 4 ข้อ จึงต้องการทำงานอย่างต่อเนื่อง

อาจเป็นเพราะว่า ก่อนติดคุกผมทำงานดะวะฮ์ ทำงานสื่อสารประชาสัมพันธ์ วิทยุชุมชน รณรงค์ประชาสังคม เพื่อให้ประชาชนรู้จักใช้วิธีคิด ใช้ความคิด ผมยืนทำงานอยูในที่แจ้ง ก็เลยถูกอุ้มไป

แล้วตอนถูกอุ้มหมอไม่กลัวจะโดนฆ่าตายหรอ !

ก็กลัวครับ แต่ผมคิดว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับอัลลอฮ์ ถ้าอัลลอฮ์ ไม่ได้กำหนด มนุษย์ก็ทำอะไรไม่ได้ 

Islammore : หมออยู่ในพื้นที่ ข่าวสารข้อมูลที่สื่อรัฐบาลออกมา กับความเป็นจริงในพื้นที่ตรงกันหรือไม่ ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ผมมักจะให้ข่าวที่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลเสมอ ถ้าเราไม่มีการกลั่นกรองข่าวก่อนนำเสนอจะทำให้มีความเสียหายต่อคนกลุ่มหนึ่ง เช่น ข่าวที่มีการยิงที่ไอปาแย รัฐบาลบอกว่า R.K.K. ยิง แต่ผมบอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐ สุดท้ายหมายจับออกมาเป็นทหารพรานเป็นคนยิง และมีอีกหลายเรื่อง

ผมอภิปรายในวัน ที่รัฐบาลเสนองบประมาณสำหรับสำนักข่าวกรองในสามจังหวัด 100 ล้านบาท ผมไม่เห็นด้วยเป็นงบประมาณที่เยอะมาก แต่ในขณะที่ข่าวที่ได้ออกมานั้น จะเป็นข่าวกลวงมากกว่าข่าวกรอง และข่าวที่ออกมาบางครั้งเพี้ยนกับความเป็นจริง  คนที่ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าว หรือนักข่าว ต้องเป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่ใช่คนที่ทำความชั่วเป็นนิจ ก็จะให้ข่าวที่ไม่มีคุณธรรม ข่าวที่ได้ก็จะเป็นข่าวที่ตอแหล ทำอย่างไรก็ได้ให้นายชอบ ให้ดูข่าวเข้มข้น สุดท้ายก็ไปสร้างความเสียหายให้กับบุคคลอื่น

Islammore : ปัญหาทางภาคใต้ที่เกิดขึ้น ควรแก้ไขสิ่งไหน เป็นอย่างแรก และด่วนที่สุด ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ต้องแก้ปัญหาด้านความสงบให้เกิดขึ้นจริง แต่การที่จะให้สงบหรือไม่นั้น มีอยู่ด้วยกัน 3 ฝ่าย คือ ขบวนการ R.K.K. , กองทัพ(ทหาร) , ฝ่ายพลเรือน(เจ้าหน้าทีรัฐ)

ถามว่าวันนี้ทุกฝ่ายมีความจริงใจหรือยังที่จะให้เหตุการณ์สงบ ! ผมไม่แน่ใจ

เพราะในขณะที่งบ ประมาณลงไปปีละเป็น หมื่นๆล้าน ถามว่าฟ่ายกองทัพอยากให้สงบไหม ? ฝ่ายพลเรือนข้าราชการประจำ ที่ได้งบประมาณลงไปในโครงการต่างๆ ได้เงินรายได้พิเศษต่างๆ ถามว่าพวกเขาอยากให้สงบไหม ? ถ้ามีคนคิดว่าตรงนั้นเป็นแหล่งหาผลประโยชน์มันก็ไม่สงบลงได้  ส่วนฝ่าย ขบวนการ R.K.K. ก็ไม่อยากให้สงบเพราะนั่นคือเงื่อนไขในการต่อรองกับรัฐบาล ? และมีอำนาจแทรกแซงจากภายนอก ซึ่งต้องการเข้ามามีบทบาทแทรกแซงกิจการภายในประเทศก็ไม่อยากให้ที่นี่สงบ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการเข้ามา ถ้าทุกคนอยากจะสร้างเงื่อนไข บางฝ่ายต้องการหาผลประโยชน์ สรุปแล้วก็ไม่มีใครมีความจริงใจที่จะให้สงบ แล้วอย่างนี้สามจังหวัดภาคใต้จะ สงบไหม ? ถ้าสามฝ่ายนี้มีความจริงใจที่อยากจะให้สงบ จึงจะสงบได้ แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยังไม่พร้อม ก็ยังไม่สามารถสงบลงได้ !

ฝ่ายที่ต้องการ ให้สงบ คือ ฝ่ายประชาชน แล้วประชาชนมีอำนาจไหม ? ไม่มี มีเงินไหม ? ไม่มี มีอาวุธไหม ? ไม่มี  ไม่มีสิทธิ์อะไรเลยครับ   ในขณะเดียวกันในการที่จะดึงประชาชนนั้นไปกำหนดว่า ที่นี่ต้องสงบ ต้องให้เขาจัดการกันเอง คือต้องกำหนดให้เป็นเขตปกครองตนเอง เขตปกครองพิเศษ นั่นคือเป็นอุดมการระบอบประชาธิปไตยในแง่ของการกระจายอำนาจ นั่นคือสูงสุดในระบอบรัฐศาสตร์ เพราะการกระจายอำนาจสูงสุดคือ การที่เขากำหนดตัวของเขาเอง เลือกผู้ว่าเอง

การกระจายอำนาจ ไม่ใช่เอกราช ไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดน การกระจายอำนาจยังอยู่ภายใต้ขอบเขตตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ แต่ทุกครั้งที่เราพูดคำนี้ ก็มีการพยายามตีความว่าเป็นการแบ่งแยกดินแดน

จริงๆแล้วรัฐ ต้องกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น ผมถามว่าที่อื่นต้องการไหม ? เขาก็ต้องการทั้งนั้นแหละครับ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต แต่รัฐยังไม่มีต้นแบบให้ได้ศึกษา ถ้าบ้านเมืองนี้ ประเทศนี้ต้องการให้มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการจัดการของประเทศ ผมว่าน่าจะทดลองที่สามจังหวัดเป็นต้นแบบ ถ้าดูแล้วว่ามันไม่สำเร็จ หรือแย่กว่าเดิม ก็ยกเลิกได้ครับเพราะมันอยู่ภายใต้กรอบกฏหมายรัฐธรรมนูญที่มีอยู่

เราต้องกล้าพูด สิ่งเหล่านี้ เพราะนี่คือการให้ทางออกกับบ้านเมือง ไม่ใช่ให้กับเรา เพราะเราอยู่อย่างไรก็ได้ไม่มีปัญหา แต่บ้านเมืองมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ และไม่ได้เป็นการเรียกร้องให้กับมุสลิมมลายู แต่เรียกร้องให้กับประเทศนี้ เพื่อที่จะสร้างความมั่นคงของรัฐ เพราะตอนนี้รัฐไม่มีความมั่นคง 

Islammore : คนที่เรียนจบแพทย์ จะเป็นคนที่เรียนเก่ง หมอมีเทคนิคในการเรียนอย่างไร ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : เก่งไหม ! มันเป็นภาพที่บอกว่า คนไทยใครเรียนเก่งต้องเรียนหมอ จะตีความหมายยังไงก็สุดแล้วแต่ แต่ถ้าสิงค์โปรคนเรียนเก่งสุดต้องไปเป็นนักบริหาร

จริงๆ แล้วผมค่อนข้างจะเป็นคนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา เพราะผมอยู่ในชนบท ต้องถีบจักรยานไปเรียนวันหนึ่ง 5 กิโล ไปกลับ 10 กิโล ผมมีชุดนักเรียนชุดเดียวใส่ 2 ปี มีเงินอยู่ 5 บาทต่อวัน

ผมต้องตื่นตีสี่ ครึ่ง ช่วยที่บ้านทำงานขายปาท่องโก๋ ตีห้าไปละหมาด พอห้าครึ่งกลับมาช่วยทำงานที่บ้านต่อ พอหกโมงไปเรียนอัลกุรอาน เจ็ดโมง แต่งตัวกินข้าว ต้องเสร็จภายในเครึ่งชั่วโมง ผมต้องปั่นจักรยานใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าสายแปดโมงโดนตีครับ ผมเป็นนักเรียนที่ถูกทำโทษมากเป็นลำดับสองของโรงเรียน ในจำนวนเด็กทั้งหมดสองถึงสามพันคน  พอเรียนเสร็จตอนเย็นเลิกสี่โมง ผมต้องรีบไปหาขนมกินกับน้ำแก้วนึง แล้วก็ละหมาดอัศรี่ เพราะสี่ครึ่งผมต้องเรียนพิเศษเพื่อเตรียมสอบมหาวิทยาลัย ค่าเรียนพิเศษเดือนละ 100 บาท เรียนจนถึงหกโมงเย็น ผมต้องถีบจักรยานประมาณ 2 กิโล พอดีมัฆริบก็จะหยุดละหมาด เสร็จแล้วถีบต่อจนถึงบ้าน อาบน้ำเสร็จ พอสองทุ่มละหมาดอิชา แล้วก็จะหิ้วตำราไปนอนที่มัสญิด ผมจะตั้งเป็นกลุ่มประมาณ 10 คน ใครจะอ่านหนังสือ จะช่วยกันติวมาที่มัสญิด อ่านหนังสือประมาณชั่วโมงครึ่ง นอนประมาณสี่ทุ่ม ตื่นตีสี่ จะวนอยู่อย่างนี้ประมาณ 2-3 ปี พอเสร็จก็สอบ สมัครอะไรก็สอบหมด พอสอบได้แพทย์แม่ไม่ให้เรียน บอกว่าต้องหยุด 1 ปี เพราะพี่ยังไม่จบแพทย์ รอให้เขาจบก่อน เพราะส่งสองคนไม่ทัน ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไง อยู่วันหนึ่งพี่ชายกลับมาบอกว่าต้องไปเรียน ผมก็ว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหน พี่บอกว่าไม่เป็นไรเขาจะไปยืมมา ก็ยืมมาครับ ตกลงตอนจบติดหนี้ประมาณ 8,000 บาท  กางเกงที่เราใช้ตอนจบ มศ.5 บางมาก เสื้อที่ใส่บางแทบจะเห็นเนื้อ เพราะต้องซักรีดเสื้อทุกวัน แต่กางเกงสามวันซักที สิ่งหนึ่งที่ผมมาเรียนแพทย์ได้ คือผมขอดูอาร์ตลอด 5 ปีให้ได้เรียนแพทย์ตั้งแต่ ม.1 คำพูดนี้เลยครับภาษายาวี แปลเป็นไทยว่า "โอ้อัลลอฮ์ ขอให้ผมได้เรียนแพทย์ที่ มอ.หาดใหญ่" ทุกครั้งเลยครับ ตั้งใจไว้นานแล้ว เพราะพี่ชายเรียนแพทย์

Islammore : หมอคิดว่าปัจจุบันเด็กมุสลิมในสามจังหวัด มีการศึกษาเป็นอย่างไรบ้าง ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : คนที่นั่นมีความรู้นะครับ เขารู้หลายภาษา ภาษาไทย ภาษามลายู มีพื้นฐานภาษาอาหรับ มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ ผมว่าไม่มีในประเทศไทย ที่คนรู้ภาษามากเท่ากับคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รู้เรื่องสังคม รู้เรื่องทั่วไป รู้เรื่องศาสนาอีก จะไปบอกว่าเขาไม่มีความรู้ ไม่ได้ ! แต่เกณฑ์ที่บอกว่ามีความรู้ หรือ ไม่มีความรู้ ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการใช้กำหนดเกณฑ์ ไม่ได้กำหนดสิ่งเหล่านี้ เพราะใครที่ไม่รู้ภาษาไทยถือว่าเป็นคนด้อยความรู้

ตกลงความรู้คือ อะไร เขาก็มากำหนดกฏเกณฑ์ว่าคนที่มีความรู้คือคนอ่านภาษาไทยออก แล้วตกลงคนที่ไม่เป็นภาษามลายูมีความรู้ได้อย่างไร ? คนไทยใช้ภาษาได้ 67 ล้านคน คนมลายูใช้ภาษาได้เกือบ 200 ล้านคน แล้วไปบอกว่าเขาไม่มีความรู้ได้อย่างไร

เพราะฉะนั้นเกณฑ์คำว่า มีความรู้ หรือ ไม่มีความรู้ อยู่ตรงไหน รัฐบาลจึงต้องไปประเมินว่าตรงไหน ? เช่น ถ้าคนนึงรู้ภาษาอาหรับ แต่อาจจะรู้ภาษาไทยนิดๆ แล้วจะบอกว่าไม่มีความรู้ได้อย่างไร เขาสามารถค้าขายได้กับคนอาหรับ 300 ล้านคน แต่รู้ภาษาไทยค้าขายได้นิดหน่อย ตกลงใครมีความรู้มากกว่ากัน ใช่ไหมครับ ?

อันนี้คือ ความรู้ที่ผมยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้น ความรู้ ไม่ใช่คนที่รู้ภาษาไทย คือคนที่มีความรู้ เพราะฉะนั้นผมคงไม่ตอบว่าคนที่นั่นมีความรู้หรือเปล่า

Islammore : การศึกษาของเยาวชนมุสลิมปัจจุบัน ควรมุ่งไปทางไหน?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : เออ ! แปลกนะ ควรมุ่งศึกษาเพื่อไปเป็นคนใช้ คนใช้ คือ เป็นคนรับจ้าง รับจ้างราชการ รับจ้างบริษัท มุ่งไปทางนั้น พอในที่สุด ล้มเหลวครับ จบรัฐศาสตร์ปีๆนึง หนึ่งพันคน อบต.รับสมัคร ปลัด ปีละ 5 คน ตกลงคนที่เหลือทำอะไรไม่เป็น โฉนดสวนยางพ่อขายแล้ว เอาให้ลูกเรียน เสร็จแล้วก็เอาโฉนดแผ่นนึงชื่อ โฉนดปริญญาบัตร ใช้งานไม่ได้ จะไปกรีดยางก็ไม่ได้เพราะที่ดินขายแล้ว

เพราะฉะนั้น เยาวชนมุสลิม ฝ่ายแนะแนวต้องไม่ใช่ฝ่ายแนะนำ ต้องแนะแนวให้เขามองออกว่าเขาต้องเรียนอะไร แต่เนื่องจากตลาดการศึกษาเมืองไทยมันเป็นเชิงธุรกิจไปแล้ว ทางมหาลัยในส่วนกลางก็เลยไปต้อนเด็กมา ทำไมต้อนได้ครับ เพราะคนไม่มีเงินก็เรียนได้ ก็ไปกู้ กยส. คุณไปก่อหนี้ให้เด็กคนนึง 5-6แสนบาท เด็กได้กระดาษใบนึงกลับไป ทำงานไม่ได้ และต้องรับภาระหนี้ตลอดชีวิต แถมมีดอกเบี้ยอีก มีบาปต่ออัลลอฮ์  อีก นี่เป็นเรื่องใหญ่นะครับ และเป็นวิกฤตทางการศึกษา

เดี๋ยวนี้ผมแนะ นำอย่างอื่นแล้วครับ ลูกผมแนะนำวิธีคิดใหม่ ตอนแรกเขารับไม่ได้ แต่พอไปถึงจุดนึงเขาก็เข้าใจ ผมไม่มุ่งให้ไปรับใช้ ถ้าจะค้าขายต้องเป็นเถ้าแก่ มือบนต้องดีกว่ามือล่าง ถ้าแค่คิดก็อยากจะเป็นมือล่างแล้ว ต่อไปคุณจะเจริญก้าวหน้ากันได้อย่างไร

ถามว่าเยาวชน ทำไมมุ่งแบบนั้น เพราะพ่อแม่ก็คิดแบบนั้น ลูกก็คิดแบบนั้น แล้วครูโรงเรียนก็สอนแบบนั้น ไม่ยอมเปิดให้เด็กคิดเอง ว่าเขาต้องไปใช้ชีวิตอย่างไร ต้องเปิดให้เขารู้จักคิดให้เป็น ให้คิดเป็นเถ้าแก่สิครับ

Islammore : เยาวชนมุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้ จบการศึกษาจากเมืองนอกมากมาย ทำไมพวกเขาไม่ค่อยได้มีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่น ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ประการแรก ในอดีต พวกเขาถูกกดขี่ครับ รัฐตั้งสมมุติฐาน คนจบนอกคือขบนการก่อการร้าย ประการที่สอง อดีตรัฐบาลโง่ !  ไม่ใช้พวกนี้เพื่อทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ในสมัยก่อนทั้งกระทรวงการต่างประเทศมีคนพูดภาษาอาหรับได้สองคน แล้วคุณจะไปเปิดตลาดฮาลาลได้อย่างไร ? ฑูตพานิชย์ต้องเป็นมุสลิมในประเทศอาหรับเพราะมีตลาดส่งออกอยู่ 300-400 ล้าน ยังไม่รวม แอฟริกา แต่รัฐบาลโง่ ไปมองพวกเขาในมิติของความมั่นคง ไม่ไปมองเขาในมิติของเชิงพาณิช มันก็เลยไม่มีโอกาส

วันนี้ครับ พอประเทศโดนวิกฤต ส่งออกมีสามแห่ง 1 อเมริกา และยุโรป 2 ญี่ปุ่น 3 ตะวันออกกลาง

อเมริกามีปัญหา เศรษฐกิจ ส่งให้เขาไม่ได้แล้ว ยุโรปก็ไม่ได้ ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ เหลือตลาดเดียวที่มีเงินมั่นคง เพราะเขามีพลังงาน คือ กลุ่มประเทศอาหรับ แต่วันนี้รัฐบาลไม่พร้อม เพราะระบบมาตรฐานฮาลาลก็ไม่มี เขาไม่เชื่อถือ ได้ตราฮาลาลแต่มีหมู เจ้งไปแล้วหลายเดือน

คนไปเจรจา ฑูตพานิชย์ในประเทศอาหรับ ไม่เป็นภาษาอาหรับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลโง่ คนเหล่านี้จึงไม่มีโอกาสที่จะทำงานเพื่อประเทศ แต่วันนี้เริ่มฉลาดแล้วครับ มี 40-50 คน สังเกตไหมครับ โรงพยาบาลเอกชนเป็นตลาดอาหรับครึ่งหนึง ล่ามก็ต้องใช้ภาษาอาหรับ แล้วทางเราได้เสนอมานานแล้วครับให้สอนภาษาอาหรับกับแพทย์ พยาบาล คุณก็ไม่สอน เดี๋ยวนี้เริ่มให้สอนแล้วครับ

เห็นไหมประเทศ ฟิลิปปินส์ เขาสอนภาษาอาหรับพยาบาล เป็นตลาดส่งออกพยาบาลไปต่างประเทศ ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย  พยาบาล 90% เป็นพยาบาลจากประเทศฟิลิปปินส์ พวกเขานำเงินตราเข้าประเทศ ทำไมเราไม่คิดบ้าง ทุกอย่างไปคิดแต่ในแง่ความมั่นคงหมด ไม่รู้จักคิดในเชิงพานิชย์

Islammore : ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในสามจังหวัด เป็นเพราะเยาวชนมุสลิมไม่เรียนหมอกันใช่หรือไม่ ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : 1. เด็กมุสลิมไม่ค่อยมีโอกาสได้ศึกษา 2. แพทย์สภาไทยคิดว่าตัวเองนี่แหละเก่งคนเดียวในโลก จบจากประเทศอื่นไม่ได้มาตรฐาน ผมถามกลับแพทย์สภา ในสภาผมก็ถามว่า ตกลงคนในประเทศอื่นตายกันหมดเลยใช่ไหม ? จบอียิปต์ก็ไม่ได้ จบปากีสถานก็ไม่ได้ แพทย์ไทยเนี่ยเก่ง(เน้นเสียง) ลูกผมไปเรียนแพทย์รัสเซีย อยู่ปี 4 ไม่ยอมรับรองให้ ผมเลยถามว่าแพทย์ไทยได้รางวัลโนเบิลแพททีฟ มากี่รางวัล ? เขาบอก ไม่มี ! แต่ประเทศรัสเซียได้มา 7 รางวัลแล้วคุณจะไปหาว่าคนอื่นเขาไม่เป็นได้อย่างไร

เพราะฉะนั้นคุณ ต้องเอาแนวคิดแบบมาเลเซีย ส่งเด็กไปรัสเซีย ไปเรียนแพทย์ 5 มหาวิทยาลัย รัฐบาลส่งแพทย์สภาไปเช็คเลยครับ ว่ามหาวิทยาลัยไหนใช้ภาษาอังกฤษสอนและได้มาตรฐาน แล้วให้นักเรียนสมัครสอบ ถ้ามหาลัยไหนรับเด็ก รัฐบาลให้ทุนเรียน เมืองกุ๊ด ที่ลูกผมเรียน มีเด็กมาเลเซีย 490 คน มีเด็กไทย 4 คนที่ผมส่งไป นี่คือตัวอย่าง และมีอีกครับ มาเลเซียเขาบอกว่าถ้าจะให้เขาผลิตแพทย์เอง เขาผลิตไม่ทันหรอก ในที่สุดในมาเลเซีย ทุกวันนี้ใน ทุกสถานีอนามัยจะมีแพทย์ 2 คน ไม่ใช่โรงพยาบาลนะ อนามัยประจำตำบลครับ ส่วนประเทศไทย โรงพยาบาลประจำอำเภอมีหมอแค่ 2 คน ประชากร 30,000 กว่าคน เพราฉะนั้นเราจะต้องเปิดมุมมองให้ทันเขา

นโยบายผมส่งนัก เรียนในพื้นที่ไปเรียนพยาบาล ตอนนี้มีนักเรียนพยาบาลของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3,000 คนที่กำลังศึกษาอยู่ อีกปีครึ่งจบครับ เพราะฉะนั้นต่อไปจะมีพยาบาลเป็นคนพื้นที่ เป็นมุสลิม 80%  ต่างศาสนิก 20% ไปปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัด และตอนนี้เรากำลังผลิตพยาบาลที่ใช้ภาษาอาหรับ ท่านไปดูได้ที่ มอว.ครับ มีอาจารย์ที่จบมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย และประเทศอียิปต์ สอนภาษาอาหรับให้นักเรียนพยาบาล

ส่วนเรื่องแพทย์ เราเรียกร้องให้รัฐบาลส่งไปเรียนปีละ 50 คน แต่รัฐบาลส่งได้แค่ 36 คน  เป้าหมายเราต้องการแพทย์ 300 คน เพราะเราต้องการให้ทุกตำบลมีแพทย์ หนึ่งคน นี่คือหน้าที่ต่อสังคมที่เราต้องรับผิดชอบ ทำไมต้องมีพยาบาล 3,000 คน เพราะเราใช้ฐานมัสญิด และ วัด เป็นตัวนับ และต้องการหมอฟัน 300 คน ตอนนี้เราส่งแค่ 7 คน อีกอันหนึ่งที่เรากำลังมุ่ง คือ เรืองฮาฟิตอัลกุรอาน ต้องมีทุกมัสยิด เราส่งไปแล้ว 20 คนและปีนี้จะส่งอีก 36 คนที่เซาว์แอฟริกา เหล่านี้คือโครงสร้างพื้นฐานที่เราวางไว้ให้กับลูกหลานของเรา อินชาอัลลอฮ์ ในประเด็นนี้เราขอเวลา 15 ปีครับ อินชาอัลลอฮ์

Islammore : ทำไมคนต่างศาสนิก ถึงกล่าวหาว่ามุสลิม สกปรก ทั้งๆที่ตามหลักศาสนบัญญัติสอนให้รักษาความสะอาด ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ก็ โดยแก่นแท้มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ มีเมืองนึงครับในประเทศไทยชื่อถนนมุสลิม เป็นถนนที่สกปรกที่สุดในเมืองนั้น มุสลิมสกปรก แต่ไม่ได้หมายความว่าอิสลามไม่ดี เพราะอิสลามนั้นดีอยู่แล้ว อันนี้เราต้องรณรงค์กันครับ ต้องรณรงค์ให้เป็นคนที่สะอาด มีระเบียบ มีวินัย ต้องขยัน แต่สิ่งเหล่านั้นไม่มีกับเรา เราก็เลยถูกมองว่าไม่ดี ใช่ไหม ? แต่ผมว่าเดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้นนะ ดีขึ้น ค่อยๆแก้ไปนะ ..

Islammore : ปัญหาทางด้านสาธารณสุข ของมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : เรื่องนี้แปลกครับในสามจังหวัด อัตราการเป็นโรค หลายโรคอยู่ในอันดับหนึ่งของประเทศ ไข้เลือดออกมากที่สุด เท้าช้างมากที่สุด เบาหวานมากที่สุด ทำไมเป็นอย่างนั้นครับ ผมว่าจะมองทางประชาชนเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องมองทางรัฐบาลด้วยว่า คุณดูแลพวกเขาอย่างไร ทำไมเขาจึงเป็นแบบนั้น ! ถ้าคุณบอกว่าเพราะพฤติกรรมของมุสลิม แล้วทำไมไปที่รัฐกลันตันเขาไม่เป็นแบบ นั้น คนกลันตันกับคนนราธิวาสเป็นญาติกันเลยครับ พูดภาษาเดียวกัน วิถีชีวิตเหมือนกัน ความเป็นอยู่เหมือนกัน กินอาหารเหมือนกัน แล้วทำไมคนที่นั่นไม่เป็นหมือนที่คนนราธิวาสเป็น แสดงว่าอยู่ที่การจัดการของรัฐบาล ต้องดูว่ารัฐดูแลประชาชนอย่างไร  

ต้องดูที่ประชาชนเป็นอันดับแรก ใช่ครับ แต่ต้องดูด้วยว่าผู้ปกครองเป็นอย่างไร ? เพราะฉะนั้นผมให้มอง สองมิติ...

Islammore : การที่ไม่รู้จักหนังสือภาษาไทย ทำให้มีผลต่อการแก้ไขปัญหาทางสาธารณสุขด้วยหรือไม่ ? เช่น การมีแผ่นพับไปแจกที่บอกถึง การปฏิบัติตนในเรื่องต่างๆ

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : แล้วทำไมไม่ส่งคนที่พูดภาษามลายูไปหล่ะ ก็รู้อยู่แล้วว่าคนที่นั่นพูดภาษามลายู ถ้าบอกว่าไม่มี ก็ส่งให้คนในพื้นที่ไปเรียน ให้เรียนสาธารณสุข ให้เรียนแพทย์ เรียนพยาบาล ถ้าบอกว่าคนที่นั่นโง่ เรียนไม่ได้ แล้วทำไมญาติเขาที่อยู่ที่รัฐกลันตันเรียนได้หล่ะ กินอาหารอย่างเดียวกัน กินบูดูเหมือนกัน สังคมเหมือนกัน วัฒนธรรมเดียวกัน กินปลาแห้งเหมือนกัน แต่รัฐไม่ได้เปิดโอกาสให้กับพวกเขา ผมก็กินปลาแห้ง แล้วทำไมผมเรียนได้หล่ะ !!

Islammore : แพทย์สาขาใด ที่สังคมมุสลิมต้องการมากที่สุด ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : แพทย์ ตอนนี้ขาดแคลนแพทย์ทางผู้หญิง สูตินรีแพทย์ เพราะผู้หญิงมีมดลูกอันเดียวก็กลายเป็นหนึ่งสาขาวิชา แต่ว่ากลายเป็นปัญหาและต้องดูแลให้ดี และถ้าเราไม่สามารถทำตรงนั้นได้ โดยหลักการผู้หญิงมุสลิม เลือกแพทย์อันดับแรกต้องเลือกแพทย์ผู้หญิงที่เป็นมุสลิม อันดับสองแพทย์ผู้ชายที่เป็นมุสลิม อันดับสามแพทย์ผู้หญิงที่ไม่ใช่มุสลิม และอันดับสุดท้ายแพทย์ผู้ชายที่ไม่ใช่มุสลิม

เพราะฉะนั้น แพทย์ผู้ชายที่เป็นมุสลิม ก็ต้องเลือกก่อนแพทย์ผู้หญิงที่ไม่ใช่มุสลิม เพราะอย่างน้อยแพทย์ผู้ชายที่เป็นมุสลิมเขาน่าจะรู้หลักคุณธรรม จริยธรรม และวิธีปฏิบัติตามหลักการมากกว่าคนที่ไม่ใช่มุสลิม ต่อผู้หญิงที่เป็นมุสลิม

Islammore : ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ในสภามีอะไรบ้าง ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ก็มีบ้างครับ เพราะว่าโดยวัฒนธรรมที่มันไม่เอื้อ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้ฮิกมะ(วิทยะปัญญา) และต้องใช้หลักการลำดับความสำคัญ เช่น มีงาน 10 อย่างต้องทำ แต่เราต้องคิดว่าต้องเลือกอันไหนก่อน อุปสรรคมีครับเพราะโดยวัฒนธรรมทางการมือง ทางระบบสภามันรวมไปทุกอย่าง ทั้งตัวบุคคล ทั้งวิถีปฏิบัติ ทั้งกติกาและเราในฐานะที่เป็นมุสลิมที่มีภาระกิจหลักเฉพาะ ก็น่าจะมีปัญหาบ้าง แต่ว่าอัลลอฮ์  ไม่ได้เอาโทษ อัลลอฮ์  บอกเท่าที่เจ้ามีความสามารถ 

Islammore : ปัญหาและอุปสรรคในชุมชน และสังคมมุสลิม ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ผมว่าเรื่อง แตกแยก จะด้วยอะไรก็สุดแล้วแต่ ความเป็นพี่น้องไม่มี

เพราะวัตถุเจริญขึ้นใช่ไหม

ผมว่าไม่น่าจะ เกี่ยว แต่จิตใจมันต่ำลงมากกว่า ถ้าวัตถุเจริญขึ้น จิตใจสูงขึ้นก็ไม่น่ามีปัญหา ถ้ามีรถเบนท์ขับแล้วมีอิหม่านเพิ่มขึ้นก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะนะบี  บอก ให้ใช้ มุสลิมต้องมี 3 อย่าง สตรีที่ซอลิฮะ(ดี) บ้านที่กว้างขวาง และพาหนะที่ดี แต่ปัญหาถ้ามีพาหนะดีแล้วไม่มีอิหม่าน มันก็เลยชอบไปเที่ยวเตร่ เพราะฉะนั้นผมว่า จิตใจคนต่ำลง ผมไม่ใช้คำว่า เพราะวัตถุมันสูงขึ้น

Islammore : ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานร่วมกับข้าราชการในพื้นที่ ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : เนื่องจากเราเป็นผู้แทนประชาชน ต้องพูดแทนประชาชน เพราะฉะนั้นบางทีมันขัดกับความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และบางครั้งข้อมูลที่เรารับมาจากประชาชนมันไม่เหมือนกับข้อมูลที่เจ้า หน้าที่ของรัฐบอก มันก็เลยอาจเกิดการขัดแย้งในเชิงการรับทราบข้อมูลข่าวสาร แต่ทั้งนี้ และทั้งนั้นถ้าทุกคนมีความจริงใจเพื่อบ้านเมืองก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะจะได้เปรียบเทียบข้อมูลให้ถูกต้องครับ แต่ถ้าทำงานบนพื้นฐานที่มีอคติ ถ้าใครที่ทำงานไม่เหมือนเราก็คือศัตรู อันนั้นจะทำให้มีปัญหาครับ

Islammore : หมอมีวิธีการแบ่งเวลาในการดูแลครอบครัวอย่างไร ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : เมื่อก่อนหลังมัฆริบ ถึง อิชาอ์ ผมจะอยู่กับลูกสอนลูกทุกอย่าง เดี๋ยวนี้ถ้าไม่มีอุปสรรคมากๆ ผมจะใช้หลังศุบฮี่ผมจะสอนอัลกุรอาน หมายความว่าผมจะปลุกลูกไปละหมาดพร้อมผมที่มัสญิด หลังจากนั้นจะสอนอัลกุรอาน

ลำดับต่อมา ผมจะกลับดึกแค่ไหน กระเป๋าของลูกทุกคนผมจะต้องตรวจค้นและจะเขียนประเด็นต่างๆที่ได้พบ พอพรุ่งนี้เช้าผมก็จะให้มานั่งคุย

ลำดับต่อมา ผมมีครูพี่เลี้ยงอยู่ หนึ่งคน เพราะผมมีลูกทั้งหมด 19 คน อยู่ต่างประเทศ 7คน  และมีบ้านอีกสองหลังต่างหากอีก ครูคนนี้ผมจะทำตารางให้ ลูกคนนี้ภาระกิจของคุณคือ ให้เขาอ่านออกเขียนได้ 1. ภาษาไทย  2.มลายูอักษรยาวี มลายูอักษรรูมี 3.อัลกุรอาน  4.อังกฤษ แต่ไม่ได้อัดทีเดียว ผมจะมีหลักสูตรของผมทีผมไปหามา ครูก็จะบันทึกว่าเขาสอนหน้าไหนไปเรื่อยๆ ผมก็จะตรวจสอบดู 2-3 วันครั้ง ถ้าเห็นว่าลูกคนไหนมีปัญหา ผมก็จะเรียกครูมาถามว่าลูกคนนี้มีปัญหาอะไร ทำไม ! นี่คือเรื่องการศึกษา

วิธีการอยู่กับ ลูก เนื่องจากว่าเราไม่ค่อยมีเวลา แต่จะตั้งเลยครับ อาทิตย์ละหนึ่งวัน ผมจะพาลูกๆและครอบครัวทั้งหมดไปกินอาหารที่ร้าน มื้อนั้นทุกคนจะรู้เลยว่าเราจะกินปลา ปลากระพงสามรส และต้องทำหลายตัว เผ็ดมาก เผ็ดน้อย ไม่เผ็ด  ลูกๆและภรรยาจะรู้เลยว่าจะนั่งโต๊ะไหน ตรงไหน อันนั้นคือกิจกรรมที่ทำเป็นประจำร่วมกัน

อีกอย่างผมชอบพา ลูกเที่ยว แต่เที่ยวเชิงทรรศนะศึกษา ผมจะลงทุนพาไปโน่นไปนี่ บางทีให้อยู่ในสวนยางอาทิตย์นึง บางครั้งให้ไปอยู่ที่ร้านยา ส่วนลูกสาวให้ไปอยู่ที่ร้านอาหาร ให้ไปรู้จักการทำอาหารเพราะอย่างไรเขาก็ ต้องใช้

บางครั้งตื่น ขึ้นมาตอนเช้าก็จะแบ่งงานให้ทำ คนเล็กอยู่อนุบาลสามให้ไปจัดรองเท้า ตัวโตหน่อยกวาดถู อีกคนล้างจาน อีกคนล้างห้องน้ำ ผมจะทำเองด้วยพร้อมเขาเลยครับให้เขาได้เห็น ถึงแม้จะมีแม่บ้าน อันนั้นคือตัวเสริมเราต้องทำด้วย เพราะถือว่าลูกผมจะต้องเรียนรู้ สี่อย่าง หนึ่ง ต้องเรียนอิสลาม สองต้องเรียนความรู้ทั่วไป สาม เขาต้องมีความรู้วิชาอาชีพ หนึ่งอย่าง ฮะ ซัน บัลนา บอกว่า มุสลิมหนึ่งคน ต้องเป็นหนึ่งอย่าง อย่างน้อยซ่อมร้องเท้าก็ยังดี ทำแกงมัสมั่นเป็นก็ยังดี สี่ ต้องเรียนทักษะชีวิต ผู้หญิงถึงคุณจะเก่งคุณก็คือ ภรรยาของสามี แม่ของลูก คุณต้องซักผ้าเป็น รีดผ้าเป็น หุงข้าวเป็น ทำกับข้าวเป็น กับข้าวต้องทำเป็นอย่างน้อย 5 อย่าง อะไรก็ได้ คุณต้องบริหารบ้านเป็น คุณต้องรู้จักรดน้ำต้นไม้ ต้องถูบ้านเป็น ต้องรู้จักให้อาหารปลา สิ่งเหล่านี้มันไม่มีในโรงเรียน และสังคมสมัยใหม่เริ่มทอดทิ้งไป และในที่สุดก็กลายเป็นแม่บ้านถุงพลาสติก แม่บ้านแกงถุง ร้านซักรีด มันไม่มีความภูมิใจ ผมในฐานะสามีใส่เสื้อคนอื่นรีด ผมไม่มีความภูมิใจกินข้าวของคนอื่นปรุง แต่เขาเป็นภรรยาผม อั้นนั้นคือตัวอย่าง

และผมให้เขาดูแล กันเอง พี่จะต้องดูแลน้อง ลูก ป.3 จะต้องรีดเสื้อให้น้องอนุบาล 1  เขาต้องรับผิดชอบกันเอง เพราะผมมีลูกเยอะต้องบริหารครับ อีกข้อหนึ่ง คือ ระหว่างแม่ ลูกต้องไปนอนบ้านโน้น บ้านนี้ สลับเวียนกัน และปีหนึ่งจะมีไปพร้อมกัน ปีที่แล้วไปเกาะลันตา ลูกๆ บรรดาภรรยา คนใช้ไปหมด นั่นคือสิ่งที่เราพยายามสร้าง การมีภรรยาหลายคนมันเป็นอุดมการของอิสลาม พราะฉะนั้นต้องไม่มีปัญหา ต้องทำให้ได้เพราะนั่นคือหลักการที่อิสลามส่งเสริม และนี่คือวิธีการของผม

ส่วนลูกที่อยู่ ต่างประเทศ ผมจะใช้โทรศัพท์ แต่ผมจะไม่ฟุ่มเฟือย คำทักทายผมครั้งแรกจะ อัสลามุอลัยกุม วะอลัยกุมมุสลาม ผมจะถามคำแรก ละหมาดหรือยัง สอง อ่านอัลกุรอานหรือยังวันนี้ แล้วถึงจะคุยเรื่องอื่นครับ พอตอนจะจบผมจะขอลูกชาย 3 อย่าง อันที่หนึ่งให้ละหมาดครบ 5 เวลา ทำไมครับ เพราะการละหมาดมันจะยับยั้งความชั่ว   อันที่สอง ขออย่าเข้าใกล้ซินา(ผิดประเวณี) อันที่สาม ขออย่าสูบบุหรี่ พอแล้วครับลูกผู้ชายสามอย่างนี้ และอย่างอื่นมันจะมาเอง เพราะฉะนั้นการทักทาย กับการปิดท้ายคือสิ่งที่เราจะต้องคำนึง

และสุดท้ายผมจะพูดว่า ให้รู้ด้วยนะอัลลอฮ์ เห็นเรา จะทำอะไรไม่ดี ไม่ต้องปิดบังพ่อหรอกนะ เพราะอัลลอฮ์  รู้  คนที่จะให้สวรรค์ หรือนรก กับลูกคืออัลลอฮ์  ต้องผูกเขากับอัลลอฮ์

Islammore : ครอบครัวมีส่วนช่วยในการสนับสนุน การทำหน้าที่ สส. อย่างไรบ้าง ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ตอนนี้ผมมีภรรยา 2 คน เสียชีวิตไปหนึ่ง ผมใช้หลักในการหาภรรยา คือต้องเป็นคนง่ายๆ อย่าขี้บ่น ให้รู้ว่าเรามีภาระกิจต่ออัลลอฮ์  มี ภาระกิจต่อตัวเราเอง เรามีภาระกิจต่อครอบครัว เรามีภาระกิจต่อสังคมและประชาชาติ เพราะฉะนั้นคุณจะเอาเวลาผมไปให้ตัวคุณเองหมด มันไม่ได้หรอกครับ มันเห็นแก่ตัว และผมก็ต้องให้เวลากับคนอื่นด้วยเพราะนี่คือภาระกิจของอัลลอฮ์  แต่เราจะได้อยู่ด้วยกันในสวรรค์โดยไม่ต้องใช้เวลากับคนอื่นอีกแล้ว

ภรรยาก็จะให้ กำลังใจ แต่สำหรับผมไม่ต้องให้กำลังใจก็ได้ แต่อย่าสร้างปัญหา คุณคือรัฐมนตรีมหาดไทย ผมให้งบประมาณไป ภรรยาส่วนหนึ่ง ลูกต่างหาก นี่คือค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐาน คุณบริหารจัดการเอง คุณมีอำนาจเต็มที่ ส่วนรายการค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผมจะให้เป็นรายการๆไป ปีหนึ่งเที่ยวสองครั้ง ผมบอกแพ็คเกจชัดเจน การแบ่งเวลาอย่างนี้ สิ่งอำนวยความสะดวก บ้านหนึ่งหลังและรถจักรยานยนต์ แต่ถ้าลูกเกิน สามคน จะมีรถยนต์หนึ่งคัน ผมจะบอกรายการครบถ้วน ทีนี้เขาก็จะรู้ภาระกิจ รู้หน้าที่ของเขา

และแน่นอนครับ ไม่มีใครสมบูรณ์บนโลกนี้ ผมก็จะหาจุดที่เขาไม่สมบูรณ์เราก็จะแถมให้ เช่น ภรรยาผมคนนึงเขาไม่ชอบสอนหนังสือลูกก็จะให้ครูพิเศษ ส่วนอีกคนชอบสอนก็ไม่ต้องให้ ก็สุดแล้วแต่ว่าแต่ละคนเป็นแบบไหน และทุกคนจะต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ธุรกิจของเขาเป็นเงินสะสมของเขาเอง จะให้พ่อให้แม่ พี่น้องก็เรื่องของเขา แต่ถ้าคุณจะกินต้องเอาของผมเพราะผมเป็นคนรับผิดชอบ

ส่วนรางวัลชีวิต คือ พาไปทำฮัจญ์ หนึ่งครั้ง ผมจะสะสมเอง จะเป็นกี่ปีก็แล้วแต่อัลลอฮ์  จะให้

Islammore : ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป อยากให้พี่น้องมุสลิม ใช้หลักการใดในการเลือกผู้แทน (สส.) ที่จะมาทำหน้าที่ในสภาแทนพวกเขา ? 

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : เลือก สส. ที่เป็นไปตามภาระกิจที่ต้องทำ ท่านเราะซูล บอกว่า "เมื่อใดก็ตามที่เราได้แต่งตั้งคนหนึ่ง แต่เขามิได้มีความชำนาญในเรื่องนั้น จงรอวันแห่งความหายนะ"

เลือกช่างรถยนต์ ไปเอาช่างไม้ เจ้งแน่ครับ เพราะฉะนั้นต้องรู้ภาระกิจ สส.มุสลิม คืออะไร ก็เลือกให้ตรงตามคุณสมบัตินั้น แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่าคนนี้ไม่เหมาะ แล้วยังไปเลือกอีก  ท่านเราะซูลได้บอกไว้ว่า "เขาสามารถตอบได้นะกับอัลลอฮ์ " "และเขาได้ชัดเจนนะกับมุมิน" เพราะฉะนั้นผลกระทบของการเลือกผู้นำไม่ถูก ตัวแทนไม่ถูก มีผลกระทบสามอย่าง คือ สังคมหายนะ คนเลือกหายนะ และผู้ที่ถูกเลือกโดยทำหน้าที่ไม่เหมาะสมก็หายนะเช่นกัน

ผู้นำคือ อามานะฮ์ การเลือกตั้งไม่ว่าในระดับไหนต้องให้รู้ภาระกิจ เลือกอิหม่ามต้องรู้ภาระกิจอิหม่าม เลือกผู้ใหญ่บ้านต้องรู้ภาระกิจผู้ใหญ่บ้าน เลือก สส.ต้องรู้ภาระกิจ สส. เพราะฉะนั้นถ้า หมอแวไม่ใช่บุคคลที่จะทำภารกิจให้พี่น้องได้ก็ไม่ต้องเลือก ให้บุคคลอื่นเป็นต่อ

Islammore : อยากฝากอะไร ถึงเพื่อน สส.มุสลิม ในสภา ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : ผมมิบังอาจที่จะฝากเพื่อน สส. แต่นะบี  ฝากบอกว่า "ทุกคนคือ ผู้นำ (ผู้ดูแล) และเขาต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาดูแล (หรือต่อสิ่งที่เขานำ)" หมายความว่า อัลลอฮ์  จะ ตรวจสอบการทำงานต่อหน้าที่ของเขา ฉะนั้นมีผลตอบแทนสองอย่างเองครับ คือ นรก กับ สวรรค์ ขอให้เพื่อน สส. ได้ทำภาระกิจตามหน้าที่ที่อัลลอฮ์  ได้กำชับ และสุดท้ายเราจะได้เข้าสวรรค์ด้วยกัน อินชาอัลลอฮ์

Islammore : อยากฝากบอกอะไรถึงเยาวชนมุสลิมที่กำลังเติบโตขึ้นมา และเพื่อให้พวกเขาได้เป็นกำลังสำคัญของสังคมมุสลิม ?

Dr.Wanmahdee (หมอแว) : เยาวชนมุสลิม ผมขอฝากว่า ท่านเราะซูล  บอกว่า "มี บุคคลอยู่ 7 ประเภท ที่ในวันกิยามะฮ์ ที่ทุ่งมะหัชร์ จะได้อยู่ใต้ร่มเงาของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในวันนั้นไม่มีร่มเงาอื่นเลย หนึ่งในนั้นก็คือ เยาวชนที่อยู่กับศาสนา" ขอให้ท่านเป็นคนที่พยายาม ใฝ่ฝัน ใฝ่หา ร่มเงาอันนี้ โดยการเป็นเยาวชนที่ดีในทรรศนะของพระองค์อัลลอฮ์  แม้จะเป็นคนที่ล้าหลัง เป็นเต่าล้านปี เป็นคนไม่ทันสมัยในทรรศนะของมนุษย์ก็ตาม

Islammore : ขอ ขอบคุณ นายแพทย์ แวมาฮาดี  แวดาโอะ (หมอแว) ญาซากัลลอฮุคอยรอน สำหรับ หมอแว ของประชาชนที่ชาวบ้านจะเรียกกันติดปาก แม้ปัจจุบันตำแหน่งและหน้าที่ของท่านจะเปลี่ยนไป แต่ชื่อเสียงในความเป็นหมอที่รักษาชาวบ้านยังคงอยู่ในใจตลอดมา

ขอชูโกร ต่อพระองค์อัลลอฮ์ ที่ ทรงกำหนดวันและเวลา ให้ทางอิสลามมอร์ได้มีโอกาสสนทนากับหมอแวในเนื้อหาที่มีสาระและประโยชน์ต่อ สังคมมุสลิม และได้ข้อมูลต่างๆ เพื่อความกระจ่างในการทำงานครั้งต่อๆไป 

Admin Islammore

credit

http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=43&...

binmusaWed Aug 11 2010 07:54:59 GMT+0700 (ICT)