muslimchaingmai / ประวัตินบี สาวก อุลามะฮฺ / ประวัติท่านหญิงอาอิชะห์(รอฎิยัลลอฮุอัลฮา)

ประวัติท่านหญิงอาอิชะห์(รอฎิยัลลอฮุอัลฮา)


อาอิชะห์(รอฎิยัลลฮุอัลฮา)




สตรีผู้เป็นที่รักของท่านรอซูล



By webmaster -


สตรี ผู้เป็นที่รักของท่านรอซูล ถึงแม้ท่านหญิงคอดียะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ผู้เป็นหุ้นส่วนชีวิตและผู้ช่วยเหลือที่ดีที่สุดในการเผยแพร่อิสลามของท่าน
นบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม จะจากไปแล้ว
แต่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของท่านในการเรียกร้องเชิญชวนผู้คนมาสู่ อัลลอฮ์
ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา มาสู่อิสลามก็ยังคงดำเนินต่อไป
จำนวนผู้ศรัทธาเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ได้ทรงคัดเลือกสตรีผู้ทรงเกียรติอีกหลายท่านมาเป็นภรรยาของท่านนบี
ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อท่านในด้านครอบครัว
การช่วยเหลือท่านในการเผยแพร่อิสลาม
การเป็นครูสตรีสำหรับอบรมอิสลามให้แก่บรรดาสตรี และในด้านอื่น ๆ
บรรดาภรรยาของท่านนบี หรือมารดาแห่งศรัทธาชนผู้บริสุทธิ์เหล่านี้
คือแบบอย่างที่ดีที่สุดแก่บรรดาสตรีผู้ศรัทธา

อัจฉริยะแห่งอิสลาม
ในบรรดาภรรยาของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม นั้น ผู้ที่ทรงความรู้และได้ถ่ายทอดมรดกคำสอนอิสลามแก่บรรดาผู้ศรัทธามากที่สุด
คือ “ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา“ นั่นเอง
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เป็นบุตรีของท่านอบูบักร อัศ-ศิกดีก เราะฎิยัลลอฮุ
อันฮุ ชายคนแรกที่เข้ารับอิสลาม ผู้เป็นสหายสนิทร่วมอุดมการณ์ของท่านนบี
ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม และเป็นผู้ที่อยู่ร่วมกับท่านในถ้ำ
ขณะที่ทั้งสองได้ออกจากมักกะฮ์เพื่อจะมุ่งหน้าไปยังมะดีนะฮ์
และมีกลุ่มมุชริกออกติดตามเพื่อจะฆ่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ
ซัลลัม 

ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้แต่งงานกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ขณะที่นางมีอายุหกปี และได้ใช้ชีวิตร่วมกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม
เมื่อนางอายุได้เก้าปี
นางเป็นผู้ที่มีคุณธรรมอันสูงส่งเนื่องจากได้รับการอบรมบ่มเพาะคุณลักษณะ
พื้นฐานของอิสลามมาจากผู้เป็นบิดา
อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดมีปฏิภาณไหวพริบที่เฉียบคม และมีความจำที่เป็นเลิศ
จาก การที่นางได้ใช้ชีวิตอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม
อย่างใกล้ชิดนางจึงได้เก็บเกี่ยวความรู้ต่าง ๆ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ
อะลัยฮิ วะ ซัลลัม มากที่สุด โดยนางเป็นผู้ที่มีความรู้ในวิชาอัลกุรอาน
ฟิกฮ์ การแพทย์ ประวัติศาสตร์ กวีนิพนธ์
และมีความเชี่ยวชาญในบทบัญญัติอิสลามอย่างกว้างขวาง
อีกทั้งเป็นผู้ที่มีความสามารถมากที่สุดในการแยกแยะระหว่างสิ่งฮะลาลและฮะ
รอม 

ความสามารถและวิชาความรู้ของนางเป็นที่ยกย่องและยอมรับจากบรรดาเศาะฮาบะฮ์
โดยท่านอบูมูซา อัล- อัชอารี เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้กล่าวว่า
“ไม่ มีฮะดีษไหนที่เป็นเรื่องเร้นลับสำหรับพวกเรา (บรรดาเศาะฮาบะฮ์) หลังจากเราได้ถามจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา
และพวกเราได้รับรู้ว่านางเป็นผู้ที่รอบรู้ในฮะดีษดังกล่าว”
 
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เป็นผู้ที่มีบทบาทมากในการช่วยเหลือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม อบรมอิสลามแก่บรรดาสตรี
เนื่องจากสตรีในสมัยนั้นต่างก็มีความกระหายในความรู้อิสลาม
และจะมีความรู้สึกอายที่จะถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม
ในเรื่องที่เกี่ยวกับบทบัญญัติต่าง ๆ ของอิสลาม
โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของสตรี
การจัดการเรื่องความสัมพันธ์เกี่ยวกับสามีและภรรยา
สำหรับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เอง ก็มีบุคลิกส่วนตัวที่ขี้อาย
ท่านจึงให้คำตอบแก่สตรีเหล่านั้นอย่างไม่ค่อยกระจ่างชัดมากนัก
บางครั้งท่านก็จะตอบแบบอ้อม ๆ
ทำให้บรรดาสตรีเหล่านั้นไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ท่านหญิงอาอิชะฮ์
เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา
จึงทำหน้าที่เป็นครูที่ดีสำหรับพวกนางในเรื่องเกี่ยวกับสตรีจนพวกนางได้รับ
ความกระจ่างชัด
 
ผู้เป็นที่รักของท่านนบี
ท่านอัมร อิบนุอาศ ได้กล่าวว่า
“แท้จริงฉันได้ถามท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ว่า “ผู้ใดในมวลมนุษย์ที่เป็นที่รักแก่ท่าน” ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ
ซัลลัม กล่าวว่า “อาอิชะฮ์”
ท่านอัมร ถามต่อไปอีกว่า “และจากบรรดาผู้ชายเล่าใครเป็นที่รักยิ่งแก่ท่าน” ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุ
อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ตอบว่า “บิดาของนาง” (หมายถึงท่านอบูบักร อัศ-ศิดดิก
เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ)
(รายงานโดยบุคอรี มุสลิม และติรมีซีย์)

การ ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม รักท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เหนือกว่าภรรยาคนอื่น ๆ นั้น
ไม่ใช่เพราะว่านางเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดจากบรรดาภรรยาของท่าน
หรือด้วยอารมณ์ส่วนตัวของท่าน แต่เป็นเพราะว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ
วะ ซัลลัม จะไม่กระทำสิ่งใดนอกจากสิ่งนั้นจะเป็นวะฮีย์จากอัลลอฮ์
ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา เท่านั้น
ถึงกระนั้นท่านก็ยังคงปฏิบัติต่อภรรยาทุกคนอย่างยุติธรรมเสมอ
แม้ท่าน หญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา จะเป็นที่รักของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ
อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เหนือกว่าภรรยาคนใด ๆ
แต่ในความรู้สึกส่วนตัวของความเป็นผู้หญิงแล้ว ท่านหญิงอาอิชะฮ์
เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้เล่าว่า
“ฉันไม่เคยหึงหวงภรรยาคนใดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม นอกจากคอดียะฮ์ ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่เคยเห็นเธอ
แต่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวถึงเธอมาก
บางทีเมื่อท่านเชือดแพะก็จะตัดส่วนหนึ่งส่งให้เพื่อน ๆ ของคอดียะฮ์
บางครั้งฉันถึงกับพูดกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ว่า
ท่านทำประหนึ่งว่าในโลกนี้ไม่มีหญิงใดอีกแล้วนอกจากคอดียะฮ์ ท่านนบี
ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ก็จะตอบว่า คอดียะฮ์เป็นอย่างนั้น
อย่างนั้น และเธอก็ให้กำเนิดบุตรกับฉัน”
(รายงานโดยบุคอรี)
 
ความประเสริฐของท่านหญิงอาอิชะฮ์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวถึงความประเสริฐของท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา จากการรายงานของท่านอนัส อิบนุ มาลิก ว่า
“ความเลอเลิศของอาอิชะฮ์ที่เหนือกว่าสตรีทั้งหลายนั้น
เหมือนกับความเลอเลิศของษะรีด(อาหารชนิดหนึ่ง)ที่เหนืออาหารอื่น ๆ“
(รายงานโดยบุคอรี)

และมลาอิกะฮ์ญิบรีลยังได้ฝากสลามถึงนางมากับท่านนบีศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม โดยนางกล่าวว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม
เห็นในสิ่งที่ฉันไม่เห็น
ความภาคภูมิใจจากการที่ได้เป็นภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม นั้น
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ได้เล่าว่า

“ฉัน ได้รับหลายอย่างที่ไม่มีภรรยาคนใดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ด้วยกันได้รับนั่นคือ“อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา
ทรงสู่ขอฉันให้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม “
ด้วยการให้ ท่านญิบรีลนำวะฮีย์จากอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา มาให้ท่านในความฝันถึง
2 ครั้ง โดยท่านญิบรีลได้อุ้มนางในชุดผ้าแพร และกล่าวว่า
“นี่ไงภรรยาของท่าน” เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้เปิดดู
ก็ คือ อาอิชะฮ์ ท่านจึงกล่าวว่าหากเป็นความฝันที่มาจากอัลลอฮ์ซุบฮานะฮู วะ
ตะอาลา พระองค์ก็ทรงให้เป็นไปตามนั้น แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ
ซัลลัม ก็ได้แต่งงานกับท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ในเวลาต่อมา
(รายงานโดยบุคอรี)

“อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา ทรงประทานความบริสุทธิ์ให้กับฉัน”
โดย ในช่วงที่นางถูกปล่อยข่าวใส่ร้ายจาก อับดุลลอฮ์ อิบนุ อุบัยย์ และพรรคพวก เพื่อทำลายเกียรติของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม
ทำให้นางต้องประสบความทุกข์อย่างที่สุดจากการทดสอบในครั้งนั้น
จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือน อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮู วะ ตะอาลา
ก็ได้ประทานอัลกุรอาน ซูเราะฮ์อันนูร อายะฮ์ที่ 11-26 ลงมา
เพื่อเปิดเผยความบริสุทธิ์ของนาง นางจึงได้รับฉายาว่า “อัล-มุบัรเราะอะฮ์
(ผู้พ้นผิด) และอัศ-ศิดดีเกาะฮ์ (ผู้สัจจริง)

“ญิบรีลไม่ได้นำวะฮีย์มาให้แก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ขณะที่ท่านอยู่ในบ้านภรรยาคนใด นอกจากเวลาที่ท่านอยู่ในบ้านของฉัน” และ

“ขณะที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เสียชีวิต ท่านนอนอยู่บนตักของฉัน”
นี่คือเรื่องราวของมารดาแห่งศรัทธาชน “อาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา ภรรยาสุดที่รักของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ผู้ซึ่งได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับท่านนบีศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม
เป็นเวลา 9 ปี อย่างมีคุณค่าที่สุด
ชีวิตของนางมีบทบาทสูงสุดต่อคำสอนอิสลาม โดยนางเป็นผู้ที่รายงานฮะดีษถึง
2210 ฮะดีษ ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในลำดับที่ 4 ของบรรดานักรายงานฮะดิษ
และท่านนบีศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม
ได้กล่าวว่า “ศาสนาครึ่งหนึ่งมาจากแม่แก้มแดงคนนี้”
------------------------------------------------
เรียบเรียงโดย อุมมุ อามีเราะฮ์
คอลัมน์ “เรื่องจริงที่ผู้หญิงควรรู้” วารสาร ร่มเงาอิสลาม ฉบับที่ 11 ประจำเดือนมิถุนายน 2548
ที่มา  http://www.baanmuslimah.com/dp57/node/455

binmusaFri Aug 06 2010 22:17:36 GMT+0700 (ICT)