my3rdworld / ROMEO [X] JULIA / Chapter I

Chapter I

 


.....สิบห้าปีก่อน คฤหาสน์คาปุเลต
 
.....แม่นมของสตรีแห่งคาปุเลตกำลังเช็ดราวระเบียงชั้นสามที่ยื่นออกมาจากตัวคฤหาสน์ จู่ๆก็สังเกตเห็นผ้าสีขาว ๆ ลักษณะเป็นก้อนกลุ่ม ลอยมาตามสายน้ำ เธอรีบวิ่งลงบันไดไปที่คลองใสหลังคฤหาสน์ เพราะต้องการจะรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร
 
....."คุณเบนโวลิโอ เห็นนั้นไหมคะ"แม่นมชี้ไปที่กลุ่มผ้าสีขาวพร้อมถามเบนโวลิโอ หนุ่มวัยยี่สิบเศษสายเลือดมองตากูส์ที่กำลังชมธรรมชาติอยู่
 
....."ข้าเห็น...แต่ข้ากำลังคิดว่าจะช่วยเด็กคนนั้นยังไง"เขามีทีท่าคิดอยู่นานพอควร
 
....."ท่านรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนั้นเป็นเด็ก"เธอถามอย่างสงสัย เพราะไม่มีสิ่งใดบอกได้เลยว่ากลุ่มก้อนผ้าสีขาวนั่นเป็นเด็ก"ท่านลองฟังดี ๆ สิ" 
 
.....สิ้นประโยคของเบนโวลิโอ แม่นมก็เงียบและตั้งใจฟัง..
 
.....แว้ แว้ แว แว๊ ~
 
.....เป็นเด็กทารกแน่นอน เพราะฉันเลี้ยงเด็กมาตั้งนมนานไม่ผิดแน่ !แต่ตอนนี้น้ำเชี่ยวในระดับหนึ่ง หากเป็นคุณเบนโวลิโอลงไปช่วยเห็นจะไม่ได้การ เพราะคุณเขาว่ายน้ำไม่เป็น "ข้ารู้แล้ว แม่นม ท่านว่ายน้ำเป็นนี่นา !"
 
....."นั้นมันในอดีต ในตอนนี้ฉัน...ไม่น่าจะสามารถ"แม่นมปฏิเสธ และเสียงร้องของก้อนผ้าหรือที่เบนโวลิโอคิดว่าเป็นเด็กนั่นดังเรื่อย ๆ สื่อว่ากลุ่มผ้านั่นถูกพัดพาใกล้เข้ามาแล้ว "น่า แม่นมลองเสี่ยงดู ข้าจะไปเรียกคนมาช่วยทีหลัง"
 
....."แต่ฉันจะหกสิบแล้วนะคะคุณเบน”
 
....."ท่านรักเด็กนี่นา ข้าเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น ข้าไปเรียกคนอื่นมาช่วยแล้วกันนะ แม่นม”
 
.....แล้วเบนโวลิโอก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งพร้อมเรียกหาคนที่พอจะช่วยได้ ทางแม่นมก็คิดหนักครู่ใหญ่จนเสียงร้องของเด็กใกล้เข้ามา และดังขึ้นเรื่อย ๆ
 
.....ไม่ได้การ ยังไงก็ต้องช่วยไว้ก่อน
 
.....แม่นมคิดก่อนจะค่อยย่างค่อยก้าวไปข้าง ๆ คลองน้ำใส เธอถอดรองเท้าไว้ริมคลอง แล้วค่อยๆหย่อนเท้าข้างขวาลงไปก่อน
 
.....โอยย ทำไมมันเย็นอย่างนี้
 
.....คงเป็นเพราะแม่นมมีอายุมากแล้ว ทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบจนเกือบชาไปทั้งเท้า เธอชักเท้าขึ้นมาก่อนที่ตัดสินใจกระโดดลงไปในคลองน้ำใส
 
.....ตู้มม !
 
.....โอยย ทำไมรู้สึกเหมือนจะจม ไม่ได้ ไม่ได้ เราต้องช่วยเด็กก่อน
 
.....แม่นมพร่ำบอกตัวเอง แว้ แว แว้ แว๊ เสียงเด็กทารกดังขึ้น ๆ เธอพยายามยืดตัวขึ้นให้เห็นก้อนผ้าสีขาว อุบบ ! ไม่ทันจะมองเห็น ก้อนผ้านั่นก็ปะทะเข้ากับใบหน้าก็แม่นม และไม่ทันจะคว้าไว้ มันก็ลอยต่อไป
 
.....แม่นมว่ายตามไป ถึงจะรู้สึกติด ๆ ขัด ๆ เพราะเสื้อผ้ารุ่มร่ามนี่ แต่ก็ยังสามารถว่ายต่อไปได้ แม่นมห่างกับก้อนผ้านั้นเกือบเมตร เธอว่ายให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะตีคู่กับก้อนผ้านั้น ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น และหมายจะคว้า..แต่ทว่า
 
.....ฟวั่บ !
 
....."คุณเบน !"แม่นมหันไปตามบ่วงซึ่งคว้าก้อนผ้าไปก่อนที่เธอจะคว้าได้
 
....."ข้าขอโทษที่ขัดขวางแม่นม แต่เห็นท่านท่าจะไม่ค่อยดี ข้าเลยต้องมาช่วย" เบนโวลิโอโค้งขอโทษ “จ้ะ..แต่คุณเบนข้ามมาฝั่งนี้ได้อย่างไรกัน"
 
....."ลุงเรือกอนโดล่านั่นช่วย เอาล่ะ แม่นมขึ้นมาบนฝั่งก่อนขอรับ"เบนโวลิโอให้เกียรติแก่แม่นมเสมอ...ทั้ง ๆ ที่แม่นมเป็นแค่แม่นม ไม่ได้มีศักดิ์เป็นคุณชายอย่างเขา
 
.....ฮึ่บ ! อึดใจเดียวหญิงชราวัยหกสิบก็ขึ้นมาอยู่บนฝั่งตรงข้ามกับคฤหาสน์คาปุเลตได้แล้ว
 
....."คุณลุง ช่วยพายมารับเราทางนี้ด้วย"แล้วไม่นานนัก คุณลุงอิตาเลี่ยนท่าทางน่ายำเกรงก็พายเรือกอนโดล่ามารับแม่นม เบนโวลิโอกับทารกในบ่วง และออกพายเรือมุ่งลัดเลาะตามลำคลองน้ำใส
 
....."คุณเบนโวลิโอ เอาเด็กออกมาจากผ้าเถอะค่ะ เดี๋ยวเธอจะหายใจไม่ออก"
 
....."แหมม คุณแม่นมเห็นเป็นเด็กนี่ไม่ได้เลยนะขอรับ"
 
....."น่า คุณจูเลียตก็เสียไปสองปีแล้ว ฉันก็เงียบเหงานี่นา คุณทิบอลต์ก็ดูแลตัวเองอยู่แล้ว"แม่นมถอนหายใจ และกล่าวด้วยถ้อยเสียงสลด คงเป็นเพราะคิดถึงคุณหนูของตัวเอง แน่ละ ห่างหายมาสองปีกับคนที่เลี้ยงดูมาตลอดไม่เคยห่าง
 
.....หลังจากบทสนทนาจบลงไป เรือกอนโดล่าก็เข้าเทียบริมคลองหลังคฤหาสน์คาปุเลต ในการเดินเรือนี้มีระยะเวลาสั้นผันตามระยะทางที่สั้นเช่นกัน แม้ว่าจะพายทวนน้ำก็ตาม

.....
นั้นเป็นจุดเริ่มต้น ที่เหมือนกับการกลับมาของจูเลียต..สาวน้อยในผ้าพับสีขาว
 
.....'จูเลีย' ความอ่อนเยาว์ตั้งแต่แรกพบ...
 
 
.....ปราสาทสฟอร์ซา
 
.....ที่แห่งนี้มันเป็นที่พำนักพักอาศัยของตระกูลสฟอร์ซา...ตระกูลเจ้าเมืองแห่งเมืองมิลา
นนี่นา ! แล้วทำไมเราต้องถ่อมาจากเวโรนาด้วย ไหนแม่นมบอกว่าจะมาร่วมงานกับเจ้าเมืองเวโรนาไง ทำไมไม่ไปที่คฤหาสน์ของท่านอัสคาอุสนะ
 
.....แต่ปราสาทนี้ก็แปลกแหะ ถึงจะไม่มีเจ้าเมืองที่มาครองเมืองมิลานมานานแล้ว ยังสะอาดสะอ้านอยู่เลย และที่แปลกทุกห้องในปราสาทที่เท่าที่สังเกตตั้งแต่เข้ามาเยือนล้วนมีหลังคาสูงโปร่งทั้งสิ้นและมีภาพวาดตามผนังเพดานอย่างวิจิตรตระการตา แม้จะมีสีสันจะลบเลือนไปบ้างเล็กน้อย
 
.....พระเจ้า ! อย่างกับพระราชวัง เราต้องไม่ทำตัวเสียมารยาทในพระราชวังนี่นะ ไม่เช่นนั้นต้องถูกท่านพ่อเตือนยกใหญ่แน่เลย
 
.....จูเลียได้แต่อุทานหรือพูดคุยในความคิดของตัวเองเท่านั้น เพราะที่นี่น่าเกรงขามยิ่งนัก เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเดินไปตามพื้นพวกนี้ด้วยซ้ำ เธอประหลาดใจอย่างมากเมื่อเข้ามาในห้องโถงใหญ่ บันไดสีทองอร่ามเปล่งประกายวิบวับราวกับมีเพชรฝังอยู่เพื่อส่องประกาย แม้จะเหมือนว่าถูกขูดขีดไปบ้าง แต่ทำไมยังสวยงามได้ขนาดนี้นะ นี่มันก็หลายปีแล้วนะ..
 
.....จูเลียเดินชมตามท่านคาปุเลตและภรรยาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งท่านพ่อและท่านแม่ของเธอได้หยุดโค้งคำนับและย่อกายเคารพบุคคลปริศนา
 
.....ในเมื่อท่านพ่อกับท่านแม่ยังให้ความเคารพ เรายังเป็นเด็กก็ต้องเคารพบุคคลนั้นด้วยใช่ไหมนะ
 
.....ไวเท่าความคิด จูเลียย่อกายหมายจะเคารพบุคคลตรงหน้า
 
....."ท่านอัสคาลุส" เธอเผลอพูดออกไป...ทั้ง ๆ ที่สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำตัวเสียมารยาท
 
....."ใช่จ้ะ จูเลีย แต่ลูกน่าจะเรียกท่านว่าเจ้าชายมากกว่านะ ต้องขอโทษท่านด้วยเพคะ" คุณหญิงแห่งคาปุเลตตักเตือนลูกสาวก่อนจะหันไปย่อกายขอโทษเจ้าชายอัสคาลุสอีกครั้ง
 
....."ไม่เป็นไรหรอก คุณหญิง เธอยังเด็ก ข้าเข้าใจ เอาล่ะ ท่านมองตากูส์ก็มาแล้ว ข้าว่าเราไปที่ห้องรับประทานอาหารเลยดีก่อนจะเสียเพลาไปมากกว่านี้" 
 
.....เมื่อได้ยินคำว่า ‘มองตากูส์’ จูเลียดูสดใสขึ้นมา เพราะเธอนึกถึงท่านพี่...เบนโวลิโอ ผู้ชายคนเดียวในตระกูลมองตากูส์ที่เธอปลื้มใจ แต่หากนึกถึงโรเมโอ ลูกหลงของท่านมองตากูส์แล้ว...เธอจะมีสีหน้าและท่าทีตรงข้ามอย่างยิ่ง !
 
.....คงเป็นความชังที่มีตั้งแต่เด็ก เมื่อครั้นเบนโวลิโอพาโรเมโอมาที่คฤหาสน์คาปุเลตเป็นประจำ ซึ่งความเกลียดชังเริ่มขึ้นตอนที่...
 
.....ทั้งสองกำลังเล่นเกมส์หนึ่ง ๆ อยู่
 
.....'เจ้า มันก็แค่ลูกเลี้ยงที่ลำเลียงมาตามลำคลองแค่นั้นแหละ จะมาสู้โรเมโอ สายเลือดแท้มองตากูส์ได้อย่างไร !'
 
.....'ใช่สิ แต่ถึงข้าจะเป็นเพียงเลือดเทียม ถึงข้าจะลอยมาเพราะสายน้ำ...ข้าอาจจะมีแม่ที่แท้เป็นสายน้ำ นั้นก็ดีแล้วนี่ ไม่ต้องมีพันธะมากมาย มีอิสระพัดผ่านตามครรลองของคลองน้ำใสไปวัน ๆ แต่ข้า...จะต้องเป็นเจ้าเมืองของเวโรนา เมื่อนั้น ข้าจะขับไล่เจ้าไปให้ไกลสายตา !'
 
.....เมื่อห้าปีก่อนนั้น โรเมโอมักจะพูดข่มจูเลียตลอดเวลาที่เขาพบหน้ากัน จูเลียรู้ดีว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แต่เธอก็รักคุณหญิงและท่านคาปุเลตราวกับเป็นพ่อแม่ลูกกันเมื่อชาติปางก่อน จูเลียจะเชื่อใจแม่นมมากที่สุด เพราะแม่นมเอาใจใส่ ดูแลเธอเป็นอย่างดี แม่นมมักพูดเสมอว่า...
 
.....จูเลียเป็นเด็กหน้าตาสละสลวย แววตามุ่งมั่นตลอดเวลา เหมือนกับคุณหนูจูเลียตเลย ทั้งหน้าตา นิสัย ราวกับฟ้าประทานคุณหนูมาให้เราเลยนะคะ
 
.....แม้แม่นมจะพูดถึงจูเลียตตลอด แต่จูเลียก็ไม่รู้สึกว่าแม่นมจะเอาเธอไปเปรียบเทียบกับจูเลียตเลย กลับเห็นว่าจูเลีย...เหมือนกับจูเลียต และไม่ชื่นชมว่าจูเลียตนั้นเป็นเลือดแท้ที่ดีกว่าเลือดเทียม
 
.....ยืนยันจากปากใคร ๆ เขาก็ว่าฉันดีและเก่ง ฉันต้องชนะนายแน่นอน !
 
.....ออกจากมุม ๆ หนึ่งมาสู่ห้องรับประทานอาหารที่เพียบไปด้วยมารยาทเสี่ยมสานบนโต๊ะอาหาร
 
....."เอาล่ะ ๆ พวกท่านคงรู้จักข้าแล้ว แต่ลูกชายลูกสาวของท่านอาจจะไม่รู้ ข้า อัสคาลุส เป็นเจ้าเมืองแห่งเมืองเวโรนา ในวันนี้พวกท่านอาจจะแปลกใจที่ข้าจัดงานที่นี่แทนที่จะเป็นคฤหาสน์ของเจ้าเมืองเวโรน
า"
 
.....เจ้าเมืองเว้นวรรคเพื่อหายใจและกวาดสายตามองอย่างทั่วถึง
 
.....”เพราะว่าตอนนี้ที่คฤหาสน์นั้นบางท่านอาจจะทราบแล้วว่ามีการทรุดโทรมเล็กน้อยถึงมาก และที่ปราสาทสฟอร์ซาที่นี้ยังดูดีกว่าที่นั่นด้วยซ้ำ และเพื่อเป็นการได้เห็นทัศนียภาพใหม่ ๆ ของมิลานที่แตกต่างกันเวโรนา”
 
.....ใช่...มิลานดูเป็นเมืองมากกว่าเวโรนาเสียอีก หากอยู่ที่เวโรนาหันไปทางไหนก็เป็นอันได้เจอแต่คลองน้ำใส แต่ที่มิลานจะพบว่ามีส่วนที่เป็นพื้นถนนมากกว่าเวโรนา
 
.....แต่ถึงกระนั้น เราก็ยังชอบคลองน้ำใสมากกว่าถนนที่มีแต่คนพลุกพล่านเหมือนเดิม
 
....."ท่านทั้งหลาย ข้ามีเรื่องที่ค่อนข้างเป็นความลับ ดังนั้นขอเชิญผู้ที่ไม่มีส่วนควรรู้เห็นแยกไปที่ห้องโถงเล็กด้วย ขอความช่วยเหลือจากท่านหน่อยนะแม่นมแห่งคาปุเลต" ท่าน..เอ่อเจ้าชายอัสคาลุสยิ้ม..เราก็คงเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีส่วนควรรู้เห็นเรื่องนี้สินะ
 
.....”เจ้าทั้งสองด้วย โรเมโอ จูเลีย แต่เจ้าจะได้รู้เห็นทีหลัง เชิญ”
 
.....แล้วแม่นมก็พาเราไปยังห้องโถงเล็กชั้นถัดไป ส่วนผู้ที่รู้เห็นก็มีแต่ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุงและท่านป้ามองตากูส์นั้นแหละ
 
....."หึหึ เจ้าคงไม่รู้สินะว่ามีผู้บุกรุกปราสาทของเจ้าเมืองเวโรนา"เจ้าโรเมโอมากระซิบข้างหูจูเลียด้วยน้ำเสียงแอบเย้ยหยัน แม้จูเลียไม่ใส่ใจที่จะโต้ตอบแต่ใช่ว่าเธอไม่สนใจข้อมูลนั้น
 
....."คุณหนูคะ ‘นมจะไปห้องอาหารนะคะ มีเร่งด่วนก็ไปตามนมที่นั่นนะคะ"จูเลียพยักหน้าตอบ
 
....."เจ้าเมืองโดนประท้วงให้ลาออกนี่นา และเจ้าเมืองคนต่อไปคงเป็นใครไม่ได้นอกจากข้า โรเมโอแห่งมองตากูส์ ฮะ ฮะ !"เขาเน้นน้ำเสียงเพื่อให้จูเลียได้คิดว่าเธอไม่ใช่สายเลือดโดยแท้ แต่เธอไม่สนใจ
 
.....คงเพราะจูเลียไม่โต้ตอบ โรเมโอจึงเงียบไป แล้วห้องโถงก็เข้าสู่ความเงียบงัน
 
.....ถ้าท่านพี่เบนมาด้วยก็ดีสิ ทำไมต้องมีแค่เจ้าโรเมโอมาด้วยนะ
 
.....เธอพูดกับตัวเอง จู่ ๆ ร่างที่คุ้นตาก็โผล่มาพร้อมกับเสียงเรียก
 
....."น้องจูเลีย โรเมโอเจ้าชายเรียกตามพี่มา" 
 
.....พี่เบนโวลิโอ !
 
.....ทำไมพี่เพิ่งมา พี่รู้ไหมว่าข้าอึดอัดแค่ไหนที่อยู่กับคนที่ข้าชังนัก แต่จะพูดไปก็ไม่ได้ เกรงว่าจะเกิดความแตกแยกระหว่างตระกูลทั้งสองอีก ฮึ่ยย !
 
.....เธอบ่นในใจอย่างอารมณ์เสียเป็นที่สุด
 
.....เมื่อถึงห้องอาหารที่เคยมาเยือนแล้วครั้งหนึ่ง เจ้าชายก็อนุญาตให้เรานั่งลงเก้าอี้ใกล้ ๆ
 
....."โรเมโอเจ้าคงรู้เรื่องที่ปราสาทข้าถูกบุกรุกแล้วสินะ ส่วนจูเลียเจ้าคงเพิ่งรู้จากโรเมโอ ข้าเชื่อว่าเจ้าเด็กนี่ปากรั่วในเรื่องแบบนี้"เจ้าชายเปรยขึ้น
 
.....ก็ถ้าเรื่องที่เจ้าโรเมโอบอกเป็นความจริงก็คงใช่
 
....."และข้าก็ถูกกลุ่มชาวบ้านประท้วง เพราะข้าดูแลบ้านเมืองไม่ได้...ข้าไม่รู้ว่าข้าจะมอบหน้าที่นี้ให้ใครดี พวกเจ้าทั้งสองเหมาะสมยิ่งกว่าเมอร์คิวติโอที่สนุกไปวัน ๆ และเบนโวลิโอที่รักแต่ธรรมชาติเสียอีก แต่..."
 
.....เจ้าชายทิ้งคำไว้ คล้ายกับจะทิ้งปริศนาให้ครุ่นคิดกันเอง
 
....."ข้าเลือกไม่ถูกว่าจะเป็นเจ้า..โรเมโอหรือจูเลีย เพราะข้าไม่ดูถูกสายเลือดของเจ้าจูเลีย และข้าไม่ดูถูกเพศของเจ้าเช่นกัน"จู่ๆเจ้าชายก็เงียบไป กลับเป็นเสียงแก่ ๆของท่านมองตากูส์แทน "พวกเราอยากให้ลูกเข้ารับการทดสอบ"
 
....."ข้าตกลง /ข้าตกลง !"จูเลียตอบรับด้วยเสียงปกติต่างจากโรเมโอที่คล้ายกับตะโกนตอบรับ
 
....."นี่ก็เป็นการทดสอบแล้วนะโรเมโอ ด้านมารยาทนี่เจ้าไปหัดแบบนี้มาจากไหนกัน"ท่านมองตากูส์สอนลูกชายของตน และโรเมโอก็กล่าวขอโทษ เป็นคำหนึ่งที่ทำให้จูเลียประหลาดใจได้ทีเดียว
 
....."การทดสอบเริ่มตั้งแต่วินาทีนี้"เสียงเรียบของเจ้าชายเอ่ยขึ้น เหมือนเป็นการบอกลางานเช่นกัน
 
.....พวกเราต่างพากันลุกจากเก้าอี้แล้วโค้งเคารพและย่อกายตามมารยาทก่อนที่จะออกมาที่ห้อง
โถงใหญ่ โรเมโอเดินเฉมาทางจูเลียก่อนจะเอ่ยประโยคตามวิสัยของเขา
 
....."การแข่งขันเริ่มแล้ว ยัยเลือดเทียม เตรียมตัวแพ้ได้เลย !"

jaeoilFri Nov 02 2012 15:01:28 GMT+0700 (ICT)