naja / จิปาถะมั่วๆกับไฟท์ติ้ง / มาดูเครื่องบินรบใหม่ของไทยกัน

มาดูเครื่องบินรบใหม่ของไทยกัน





Jas-39 Gripen

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 52
รัฐบาลไทยได้สั่งซื้อเครื่องบินรบ Jas-39 Gripen (อ่านเป็นไทยว่า ยาส39 กริเพน ประจำการภายใต้รหัส บข20:บินขับไล่20) จำนวนทั้งหมดหกลำจากประเทศสวีเดนเป็นเงิน  19.5 พันล้านบาท เพื่อทดแทน F5 ที่เราใช้มานานกว่า 40 ปีจนเรียกได้ว่าอายุคราวพ่อของใครหลายคน

ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยก็พิจารณา ซู30 จากรัสเซียและ F16C/D จากสหรัฐอยู่เช่นกัน แต่แล้วทำไมไทยไม่ซื้อ F-16 ล่ะ เรามารู้จักกับ Jas-39 Gripen กันดีกว่า

- กริเพนไม่มีหางหลัง แต่ใช้ปีกเสริมด้านหน้า(Canard)เพิ่มความคล่องตัวและแรงยก
- JAS ย่อจาก Jakt (อากาศสู่อากาศ), Attack (อากาศสู่พื้น), and Spaning (ลาดตระเวน)
- ความเร็วสูงสุด: มัค 2 (เร็วกว่าเสียงสองเท่า)
- พิสัยปฏิบัติการ: 800 กิโลเมตร
- เพดานบิน: 15 กิโลเมตร
- บรรทุกน้ำหนัก(อาวุธ/น้ำมัน)ได้: 8ตัน รวมน้ำหนักเครื่องบิน 14 ตัน
- อัตราการไต่ระดับ: 20,000 ฟุตต่อนาที
- ค่าดูแลรักษา: 90,000บาทต่อหนึ่งชั่วโมงบิน
- เข้าประจำการครั้งแรก: ปี1997

จะเห็นได้ว่าเจ้ากริเพนมีความเร็วเท่ากับ F16 และช้ากว่า SU30(2.35 มัค) เล็กน้อย แต่ต้องอย่าลืมว่าเครื่องซูเป็นแบบสองเครื่องยนต์ต้องการเชื้อเพลิงและค่าการบำรุงรักษาสูงกว่าหลายเท่า
และการมีค่าดูแลรักษาเครื่องบินต่ำจึงสำคัญ (90,000 บาทอย่าคิดว่าแพง F16 ค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมง 130,000 บาทส่วนเครื่องรัสเซียก็เหยียบๆ 3-4 แสนบาท!)

เนื่องจาก F16A/B เจ้าอากาศเก่าของไทยที่อายุจะขึ้นเลขสามสิบ เก่าเกินไปที่จะรบกับเขมร


SU30 พม่าและมาเลเซียมีไว้ประจำการ คู่ต่อกรของ F15,F18
(ราคาถูกกว่า F15แต่ยังแพงกว่าF16,กริเพน)


ZU-30 ของพม่าและมาเลเซีย

พิสัยทำการ น้ำหนักบรรทุก กริเพนสูสีกับ F16 แต่แพ้ SU อยู่พอสมควร
(3,000 กิโลเมตร, บรรทุกได้ 17 ตัน)
ก่อนจะบอกว่า โอ้โห! แล้วจะซื้อกริเพนมาเพื่ออะไร ก็ขอให้ท่านๆดูข้อมูลเกี่ยวกับประเทศของเราสักนิด

ประเทศไทยยาว 1,000 กิโลเมตร กว้างไม่ถึง 800 กิโลเมตร มีความจำเป็นต้องหาเครื่องบินพิสัย 3,000 กิโลเมตร น้ำหนักบรรทุกมากๆมาเพื่ออะไรในเมื่อไม่ได้จะไปทิ้งระเบิดใครเขา?
งั้นทำไมมาเลย์ซื้อ SU30 ล่ะ? ทั้งที่ราคาแพงกว่า กริเพนเกือบเท่านึง ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงก็แพงกว่าตั้งแยะ?
เพราะเราชอบลืมว่าอาณาเขตมาเลเซียไม่ได้อยู่ติดประเทศไทยเท่านั้นน่ะเซ่ มาเลย์ยังมีดินแดนอีกส่วนอยู่ตรงข้ามทะเลจีนใต้ ฉะนั้นการมีเครื่องพิสัยทำการไกลจึงสำคัญกว่าไทย ที่สำคัญงบกลาโหมเราไม่ได้มากเหมือนเขาด้วย = ='

ข้อดีอีกอย่างของกริเพนที่เครื่องบินรบอื่นๆโลกทำไม่ได้คือเรื่องของรันเวย์...ทราบหรือไม่ว่ากริเพนบินขึ้นได้จากถนนหลวงขนาดกว้างเพียง 9 เมตร ยาว 400 เมตรเท่านั้น พูดง่ายๆคือถ้าเคลียร์รถออกจากถนนด้านหน้าธรรมศาสตร์รังสิตหมดก็สามารถใช้เป็นรันเวย์ให้กริเพนขึ้นลงได้ทันที!
ซึ่งขึ้นจากถนนสั้นและแคบอย่างทางหลวงหลายสายในเมืองไทยได้สบาย

ตรงนี้เป็นความสามารถที่กริเพนทำได้เครื่องเดียวในโลกเพราะสวีเดนมีนโยบายทางทหารเหมือนไทยคือรับไม่ใช่รุก สมมติเกิดสงครามแล้วสนามบินใหญ่ๆอย่างดอนเมือง ตาคลี อู่ตะเภาถูกทำลาย เราก็ยังให้กริเพนขึ้นต่อสู้จากถนนหลวงและหาถนนสายเหนือ อิสาน ตะวันออกตรงจุดเรียบๆ ที่ไม่โดนกรมการทางหรือนักการเมืองกินจนหน้าดินทรุดก็ใช้ลงจอดได้ ไม่เหมือนSUหรือ F16 ที่หากสนามบินถูกทำลายก็ต้องหนีไปลงจอดประเทศอื่น

แต่เครื่องบินรบซื้อมารบไม่ใช่มาจอดขายขนมวันเด็กอย่างเดียว กริเพนจะสามารถต่อกรกับ มิก29 ซู30 F15 ของเพื่อนบ้านได้หรือไม่ในกรณีเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆหรือ?

ท่าบินพิสดารที่ SU30 ชอบโฆษณาหนักหนา ทั้งเบรกกลางอากาศ บินกลับหัวกะทันหัน อาจดูสวยและเท่ห์เวลาแอร์โชว์ แต่ของจริงใช้ก็ยาก โอกาสจะใช้ก็ยาก แถมหากเครื่องบินติดอาวุธ เติมน้ำมันเต็มพิกัดแล้วฝืนทำกายกรรมเปียงยางก็อาจทำให้เครื่องเสียหายอย่างหนักได้
ถึงความคล่องตัวในระยะใกล้ของกริเพนแม้จะสูสีกับ F16 สู้ Su30 ไม่ได้

แต่การรบสมัยใหม่ BVR หรือ Beyond Visual Range แปลไทยว่านอกระยะสายตานั้น มีอาวุธสำคัญสองอย่างคือเรดาห์และจรวดนำวิถี หลักการคือเปิดเรดาห์กวาดหาศัตรู...เมื่อพบแล้วก็ล็อคจรวดยิงปลิดชีพจากระยะเกือบ 100 กิโลเมตร

เมื่อเป็นเช่นนี้หัวใจสำคัญของเครื่องขับไล่ยุคใหม่คือ
1.ระยะเรดาห์ว่าใครเห็นใครก่อน
2.เครื่องใครโดนตรวจจับบนเรดาห์ได้ง่ายกว่ากัน
3.ระยะและความแม่นยำของจรวดนำวิถี


การใช้เรดาห์ก็ใช่ว่าจะเปิดค้างตลอดเวลา เพราะเมื่อใดที่คุณเปิดใช้งานมันข้าศึกก็จะจับสัญญาณได้ เห็นคุณทันทีเช่นกัน
(เรดาห์) ของกริเพนมีระยะไกลกว่าF16 สูสีกับซูแถมยังละเอียดกว่า ใหม่กว่า แถมขนาดที่เล็กของกริเพน(ในที่นี้รวมถึงF16)ยังทำให้ข้าศึกตรวจจับด้วยเรดาห์ได้ยากอีกด้วย

ที่สำคัญมากคือกริเพนมีระบบส่งข้อมูลไฮเทคที่สามารถรับข้อมูลเรดาห์จากสถานีซึ่งอยู่ไกลออกไป 500 กิโลโดยไม่ต้องเปิดเรดาห์ให้ใครเห็น
ซึ่งปัจจุบันมีกริเพนและ F22 เครื่องบินรุ่นก้าวหน้าของสหรัฐที่ไม่มีวันขายให้ใครเท่านั้นที่ใช้ระบบนี้


ซู30 มิก29 และ F16 ไม่มีความสามารถทำได้ กริเพนจึงได้เปรียบมากในการรบเลยระยะสายตาเพราะสามารถเห็นศัตรูได้ตั้งแต่ 120 กิโลเมตร(ด้วยเรดาห์บนเครื่อง) หรือ 450 กิโลเมตร (ด้วยเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ Airbourne Early Warning AWACS ที่สวีเดนแถมให้ฟรีๆ และประเทศแถบนี้นอกจากสิงคโปร์ไม่มีใช้)  แต่ ทอ.ไทยใช้กันเป็นรึเปล่าหนอ.


ในการซ้อมรบกับประเทศพันธมิตรอย่าง ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ กริเพนก็สามารถเอาชนะ F18,F16 ได้อย่างสวยงามด้วยเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น




nickySat Dec 19 2009 10:02:50 GMT+0700 (ICT)