nasanhealth / แลกเปลี่ยนข่าวสารสาธารณสุขล้วนๆ / ความรู้เกี่ยวกับพัสดุ

ความรู้เกี่ยวกับพัสดุ

ด้วยการตรวจรับพัสดุเป็นขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งในการจัดซื้อพัสดุและการจัดจ้างทั่วไปที่ไม่ใช่การจ้างก่อสร้าง  เพราะหากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุยังไม่ได้ตรวจรับและลงนามในบันทึกการตรวจรับพัสดุแล้ว จะนำพัสดุดังกล่าวเข้าบัญชีควบคุมพัสดุ หรือจะนำพัสดุดังกล่าวไปใช้งานไม่ได้ ซึ่งในการตรวจรับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในหน้าที่และข้อกำหนดเงื่อนไขในสัญญา เพราะหากทำการตรวจรับพัสดุที่ไม่เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะหรือเงื่อนไขข้อกำหนดในสัญญา หรือตรวจรับโดยขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และทำให้ราชการต้องได้รับความเสียหายหรือเสียประโยชน์แล้ว  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอาจถูกตรวจสอบและถูกตั้งกรรมการสอบสวนความรับผิดในทางวินัย ทางแพ่ง ฯลฯ ได้ 
ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัสดุและผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ ทำหน้าที่ตรวจรับพัสดุอย่างถูกต้องสอดคล้องกับระเบียบ จึงขอนำระเบียบและสาระสำคัญที่เกี่ยวกับการตรวจรับพัสดุมากล่าวไว้ เพื่อนำไปใช้ประกอบในการตรวจรับพัสดุต่อไป    

1.       องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

1.       ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน โดยปกติแต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป กรณีกรรมการท่านใดท่านหนึ่ง หรือหลายท่านย้ายไปรับราชการที่อื่น หรือออกจากราชการต้องแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมให้ครบองค์ประกอบก่อนการตรวจรับ

2.       ซื้อครั้งเดียวกันห้ามแต่งตั้งกรรมการเปิดซองสอบราคา หรือกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา หรือกรรมการประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ

3.       การซื้อวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท จะแต่งตั้งข้าราชการหรือลูกจ้างประจำคนหนึ่ง  ซึ่งมิใช่ผู้จัดซื้อเป็นผู้ตรวจรับพัสดุนั้นก็ได้

4.       มติคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์   กรรมการท่านใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้

2. หน้าที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

              ระเบียบสำนักนายกรับมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 71 ได้กำหนดหน้าที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุไว้ดังนี้.-
1. ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง
การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่นในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลง จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการก่อน

2. ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ สำหรับกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้นๆ ก็ได้
    ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ

3. โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งและให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

4. เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับทำใบตรวจรับ โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อยสองฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ 1 ฉบับ เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินจากเงินจากคลังและรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ
       ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบ มีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

5. ในกรณีที่ผู้ขายที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้อง โดยถือปฏิบัติตาม (4) และโดยปกติให้รับรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนับ

6. การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้จะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น และโดยปกติให้รีบรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ตรวจพ

7. ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (4) หรือ (5) แล้วแต่กรณี

กล่าวโดยสรุปก็คือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องตรวจรับพัสดุที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้  กรณีผู้ขาย หรือผู้รับจ้างส่งมอบไม่ตรงตามข้อกำหนดสัญญา ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

1. ระยะเวลาในการตรวจรับพัสดุ

สำนักนายกรัฐมนตรีได้แจ้งเวียนซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับระยะเวลาในการตรวจรับพัสดุ เพื่อถือปฏิบัติตามหนังสือที่ นร.1305/5855 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2544  ดังนี้.-
ในการตรวจรับพัสดุ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับในวันที่คู่สัญญานำพัสดุมาส่งมอบ และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จไปโดยเร็วที่สุด  แต่อย่างช้าไม่เกิน 5 วันทำการ นับแต่วันที่คู่สัญญานำพัสดุมาส่งมอบ  ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวไม่รวมถึงระยะเวลาในการตรวจทดลอง หรือตรวจสอบในทางเทคนิค หรือทางวิทยาศาสตร์
กรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวข้างต้นได้ ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการพร้อมด้วยเหตุผลความจำเป็นพร้อมกับสำเนาแจ้งให้คู่สัญญาทราบด้วย
กล่าวโดยสรุป ก็คือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จะต้องตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายนำพัสดุมาส่งมอบและตรวจรับให้เสร็จโดยเร็วที่สุดอย่างช้าไม่เกิน 5 วันทำการ โดยไม่รวมวันที่ใช้ในการตรวจสอบหรือทดลอง (ถ้ามี) กรณีมีการตรวจสอบหรือทดลอง ให้ทำการตรวจรับปริมาณให้ครบจำนวนตามสัญญาไว้ก่อน  การตรวจรับจะสมบูรณ์ถูกต้องตามสัญญาก็ต่อเมื่อผลการตรวจสอบหรือทดลองมีผลใช้ได้  จึงจะสามารถดำเนินการเบิกจ่ายเงินค่าพัสดุตามสัญญาต่อไปได้

2. หากท่านเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุควรทำอย่างไร

ถ้าท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ ท่านควรดำเนินการดังนี้.-

1.       ศึกษาเงื่อนไขข้อกำหนดในสัญญา รายการคุณลักษณะเฉพาะ  แคตตาล็อก  ฯลฯ  ให้เข้าใจก่อนทำการตรวจรับ

2.       ทำการตรวจรับตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามระเบียบพัสดุฯ  ข้อ 71 (ตามข้อ 2)

3.       ทำการตรวจรับให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดไม่ควรเกินระยะเวลาตามที่ระเบียบฯ กำหนด คือ 5 วันทำการ นับแต่ผู้ขายนำพัสดุมาส่ง (ตามข้อ 3)

4.       ลงนามในบันทึกการตรวจรับพัสดุ และใบแจ้งสงวนสิทธิการปรับตามสัญญาซื้อหรือจ้าง(กรณีมีการปรับ)

5.       กรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลง หรือขยายระยะเวลาทำการตามสัญญาหรือการงด หรือลดค่าปรับ จะต้องเป็นผู้เสนอให้ความเห็นในแต่ละกรณีเพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการ (หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ) ใช้ประกอบในการพิจารณาสั่งการในแต่ละครั้งด้วย ตามนัยหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร(กวพ.) 1305/11948  ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2543

6.       การตรวจรับคณะกรรมการฯ ต้องมาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง มติของคณะกรรมการฯ ต้องเป็นเอกฉันท์ กรณีมีความเห็นแย้งให้บันทึกความเห็นไว้เพื่อเสนอให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการเมื่อหัวหน้าส่วนราชการสั่งการ อย่างไรก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น

            กรณีตัวอย่างที่ กวพ. เคยตอบข้อหารือ

1. องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ {หนังสือที่ นร (กวพ.)1305/1104 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2543}  สรุปได้ดังนี้.-

ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  พ.ศ.2535  และที่แก้ไขเพิ่มเติม    ข้อ 35 วรรคหนึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ว่า คณะกรรมการตาม ข้อ 34 แต่ละคณะให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป.............................”  ดังนั้น กรณีส่วนราชการได้แต่งตั้ง นาย ก. เป็นประธานกรรมการ แต่งตั้ง นาย ข. เป็นกรรมการ และแต่งตั้งหัวหน้าแผนกอุปกรณ์การกำลังเป็นกรรมการ  ต่อมานาย ข. ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกอุปกรณ์กำลัง ในการตรวจรับ นาย ก. ประธานกรรมการ และ นาย ข. ในฐานะกรรมการโดยชื่อและโดยตำแหน่งเท่านั้น  ทำการตรวจรับ  เป็นการตรวจรับที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบฯ  เนื่องจากมีจำนวนกรรมการไม่ถึง 3 คน ไม่ครบองค์ประกอบตามระเบียบฯ ข้อ 35  กรณีนี้ หัวหน้าส่วนราชการจะต้องแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมให้ครบ 3 คน ก่อน  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่ระเบียบฯ กำหนดไว้ต่อไปได้
สรุป  กรณีกรรมการมีไม่ครบ 3 คน  ตามองค์ประกอบของคณะกรรมการต้องแต่งตั้งเพิ่มเติมให้ครบก่อน แต่ในวันตรวจรับจะมาครบหรือไม่ก็ได้แต่ต้องมาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

2. การตรวจรับพัสดุก่อนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา {หนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร(กวพ.)1305/3968  ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2544}
สรุปได้ดังนี้.-

ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  พ.ศ.2535   และที่แก้ไขเพิ่มเติม   ข้อ 71(2)  กำหนดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีหน้าที่ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ทำการตรวจรับพัสดุ  ภายหลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการประเภทสปอร์ตโทรทัศน์รายการ ตามล่าหาความจริง  ชึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 17.10 – 18.00 น.  ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อส.มท. มาเป็นรายการ ถอดรหัส  ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา 21.00 – 21.45 น. ทางสถานีโทรทัศน์ ITV. ทีวีเสรี  โดยยังไม่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญา  จึงเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการชี้แจงว่า ในทางปฏิบัติตารางออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะลอ หรือระงับไว้จนกว่าจะได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงรายการได้ เพราะอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากทั้งผู้รับจ้างและทางราชการ กวพ. จึงเห็นควรใช้อำนาจ  กวพ.  ตามนัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ   พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 12 (2) อนุมัติผ่อนผันให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการตรวจรับงานก่อนการได้รับอนุมัติให้แก้ไขสัญญาได้เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
สรุป  การตรวจรับพัสดุก่อนการอนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาจากหัวหน้าส่วนราชการเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามระเบียบฯ ซึ่ง กวพ. อาจพิจารณาผ่อนผันหรือไม่ผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย หรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับเหตุผลความจำเป็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่  ดังนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำ เพราะหากเหตุผลมีน้ำหนักไม่เพียงพอเหมือนกรณีนี้ กวพ. อาจไม่ผ่อนผันให้ก็ได้
ข้อสังเกต  ตามเรื่องที่หารือเป็นงานจ้าง แต่ในการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ใช้ชื่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ  เนื่องมาจาก

1.       คณะกรรมการตรวจรับพัสดุใช้กับงานซื้อและงานจ้างทั่วไปที่ไม่ใช่งานจ้างก่อสร้าง

2.       คณะกรรมการตรวจการจ้างใช้เฉพาะกับงานจ้างก่อสร้าง  ซึ่งจะต้องมีการแต่งตั้งผู้ควบคุมงานตามระเบียบฯ ข้อ.73  ควบคู่ไปด้วย

3. การตรวจรับพัสดุที่ส่งมอบไม่ตรงกับรายละเอียดที่เสนอ {หนังสือ ด่วนมาก ที่ นร(กวพ.)1305/8218  ลงวันที่ 13 กันยายน 2532}
สรุปได้ดังนี้.-

โดยหลักการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 71 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องตรวจรับพัสดุที่ผู้ขายส่งมอบให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ได้ตกลงกันไว้  กรณีผู้ขายส่งของไม่ตรงตามข้อกำหนดสัญญาให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่งการ
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ขายส่งมอบครุภัณฑ์ จำนวน 3 รายการ ไม่ตรงกับรายละเอียดในสัญญา  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องรายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ และหากหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาเห็นว่าสามารถนำมาใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ ประกอบกับผู้ขายยินยอมปรับลดราคาให้เหมาะสมกับความเป็นจริงหรือมีการชดเชยในส่วนที่ส่งมอบไม่ถูกต้องแล้ว  เห็นสมควรรับครุภัณฑ์ทั้ง 3 รายการตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้วจะต้องทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาให้มีรายละเอียดสอดคล้องกับข้อตกลงใหม่  โดยจะต้องอยู่ในเงื่อนไขของระเบียบฯ ข้อ 136 กล่าวคือ จะต้องไม่ทำให้ทางราชการเสียประโยชน์  เมื่อได้ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก็ย่อมจะตรวจรับพัสดุตามสัญญาข้อตกลงใหม่ตามระเบียบต่อไปได้
ข้อสังเกต  จะเห็นว่าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จะทำการตรวจรับพัสดุที่มีรายละเอียดแตกต่างไปจากในสัญญามิได้ หากเห็นว่าสมควรจะตรวจรับและนำมาใช้ประโยชน์กับทางราชการตามวัตถุประสงค์ได้นั้น จะต้องเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาให้ถูกต้องสอดคล้องกับพัสดุที่นำมาส่งให้และจัดทำข้อตกลงใหม่เสียก่อน  จึงจะทำการตรวจรับพัสดุดังกล่าวมาใช้ในราชการต่อไปได้

4. การส่งพัสดุตรวจพิสูจน {หนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร(กวพ.)1305/5990  ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2543} สรุปได้ดังนี้.-

การส่งพัสดุไปตรวจพิสูจน์ในขั้นตอนการพิจารณาผลการประกวดราคาระเบียบฯ ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ไว้ จึงย่อมเป็นดุลพินิจและความรับผิดชอบของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา หัวหน้าส่วนราชการและผู้มีอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้างที่จะพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น
สำหรับขั้นตอนของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ระเบียบพัสดุฯ ข้อ 71(2) ให้ทำการตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา  กรณีมีการทดลองหรือตรวจสอบทางเทคนิคหรือวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้น มาให้คำปรึกษา หรือส่งพัสดุไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒินั้นๆ ก็ได้  ดังนั้น โดยหลักการหากไม่มีข้อตกลงในสัญญาไว้เป็นการเฉพาะ การจะส่งพัสดุไปตรวจพิสูจน์ในขั้นตอนของการตรวจรับพัสดุอย่างไรหรือไม่ จึงเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ  ทั้งนี้ ผู้ที่จะทำการตรวจสอบควรเป็นส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีความพร้อมที่จะสามารถให้บริการในการตรวจพิสูจน์ได้ด้วย
ข้อสังเกต ในการตรวจรับพัสดุ จะมีการทดลองหรือตรวจสอบหรือไม่ก็ต้องดูเงื่อนไขในสัญญาว่ากำหนดไว้หรือไม่ ถ้ากำหนดไว้ก็จะต้องดำเนินการด้วยโดยเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมตรวจรับ  (เช่น  ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์  ,  ครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์  ฯลฯ)   หรือส่งไปทดลองคุณภาพ (เช่น สีตีเส้น , ลูกแก้ว ฯลฯ) จะต้องดูเงื่อนไขในสัญญาเป็นสำคัญและดำเนินการตามนั้น  กรณีในสัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่าจะมีหรือไม่อย่างไรก็อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

5. บทสรุป

จะเห็นได้ว่าในการตรวจรับพัสดุ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาให้ชัดเจน และทำการตรวจรับตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในระเบียบฯ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดของสัญญา หากการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับไปไม่เป็นไปตามสัญญา  ซึ่งทำให้ทางราชการเสียประโยชน์หรือเกิดผลเสียหายกับทางราชการ หรือมีเจตนาที่จะช่วยเหลือผู้ขายหรือผู้รับจ้างแล้ว ความรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นดังกล่าว  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ  ซึ่งอาจต้องรับผิดตามบทกำหนดโทษตามระเบียบพัสดุฯ ข้อ 10  หรือผิดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 หรือทางแพ่ง อีกด้วย และอีกประการหนึ่งที่สำคัญจะต้องเข้าใจว่าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุใช้ในการตรวจรับพัสดุที่ซื้อ และตรวจรับงานจ้างทั่วไปที่ไม่ใช่งานจ้างก่อสร้างด้วย

http://blog.buu.ac.th/blog/supply/127

oldmanMon Feb 14 2011 10:04:16 GMT+0700 (ICT)