nfio / ไม้สัก / การผลิตเหง้าสัก - การหว่านเมล็ด

การผลิตเหง้าสัก - การหว่านเมล็ด

การหว่านเมล็ด

               การหว่านเมล็ดควรคำนึงถึงหลักใหญ่ ๆ 2 ประการคือ

   1.      ให้ได้กล้าอย่างสม่ำเสมอ  มีจำนวนพอเหมาะ  ไม่ถี่หรือห่างเกินไป

   2.      ใช้เมล็ดอย่างประหยัด  โดยเฉพาะเมล็ดสักพันธุ์ดีจากสวนผลิตเมล็ดพันธุ์และแหล่ง

   ผลิตเมล็ดพันธุ์ซึ่งมีมูลค่าสูง  ควรจะมีการใช้เมล็ดอย่างคุ้มค่า

   เมื่อยกแปลงเพาะเรียบร้อยแล้ว  อาจต้องทำการสับดินแต่งหน้าแปลงเพาะอีกครั้งโดยใช้

   จอบเพื่อให้ดินแตกละเอียดมากขึ้น  มีขนาดเหมาะสมกับการเพาะเมล็ดสัก  จากนั้นก็ทำแนวร่องสำหรับการหว่านเมล็ด  สำหรับแปลงเพาะขนาดเล็กอาจทำโดยใช้คราดประมาณ  10  ซี่  แต่ละซี่ห่างกัน 10 ซม.  ทำการคราดเป็นแนวยาวตลอดจากหัวแปลงถึงท้ายแปลง  ส่วนแปลงเพาะขนาดใหญ่อาจพ่วงคราดท้ายรถแทรกเตอร์ ใช้ทำแนวร่องได้  ในขณะเดียวกันก็ใช้หว่านเมล็ดไปพร้อมกันด้วย

               เมล็ดสัก  ควรจะหว่านลงในแปลงเพาะในช่วงระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม  ในทางปฏิบัตความหนาแน่นในการหว่านเมล็ดลงในแปลงเพาะแตกต่างกันไปเล็กน้อย  ระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้และกรมป่าไม้ คือ ที่ศูนย์เพาะชำขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ อ.แม่เมาะ  .ลำปาง  หว่านเมล็ดลงตามร่องซึ่งห่างกัน 10 ซมในอัตรา 426  เมล็ด/ตารางเมตร  ส่วนศูนย์เพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ ที่ อ.งาว  .ลำปาง  หว่านในความหนาแน่น 350 เมล็ด/ตารางเมตร

               อย่างไรก็ตามมีสูตรที่ใช้คำนวณหาเนื้อที่ที่ควรจะหว่านเมล็ดสัก 1 ถัง ดังนี้

   (สูตรดัดแปลงของ  Hawley and Smith)

   

    

    

                           A          =          C x G x L

                                                         S                                       

               เมื่อ       A          =          พื้นที่เป็นตารางเมตร

                           C          =          จำนวนเมล็ดต่อ  1  ถัง

                           G         =          พลังงอกมีค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ (%)

                           L          =          เปอร์เซ็นต์ (%) การรอดตาย

                           S          =          จำนวนกล้าไม้ต่อตารางเมตรที่ต้องการ

    

               สมมุติว่า  ใช้เมล็ดสักขนาดกลาง  (1.0 – 1.2 ซม.)  1  ถัง  ซึ่งจะมีเมล็ด (C)  12,900 เมล็ด  มีพลังงอก(G)  30% (0.30)  เปอร์เซ็นต์การรอดตาย (L)  60%  (0.6)  จำนวนกล้าไม้ที่ต้องการต่อตารางเมตร  (S)  60  ต้น

               ดังนั้นจะหว่านเมล็ดได้    A          =          12,900 x 0.30 x 0.60

                                                                                       60

                                                               =                      38.7  ตร..

               หรือในทางตรงข้ามจะใช้เมล็ดประมาณ 333 เมล็ด  ต่อพื้นที่ 1 ตร..

    

               เมื่อหว่านหรือหยอดเมล็ดแล้วจะต้องมีการกลบเมล็ด  เหตุที่ต้องกลบเมล็ดเพราะ

   ก.      เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและรักษาระดับความชื้นหน้าแปลงเพาะ

   ข.      ป้องกันเมล็ดจากลมและฝนพัดพาหรือชะลงจากแปลงเพาะ

   ค.      คลุมเมล็ดเพื่อกันสัตว์จำพวกกัดแทะ

   ง.       เพิ่มปุ๋ยและอินทรีย์วัตถุแก่ดินและกล้าไม้

   คุณสมบัติของวัสดุที่จะนำมาใช้กลบเมล็ดมีดังนี้

   1)      จะต้องมีน้ำหนักเพียงพอ  ฝนชะและลมพัดไม่ปลิวออกจากแปลงได้ง่าย

   2)      อมความชื้นและถ่ายเทอากาศได้ดี

   3)      สลายตัวเป็นปุ๋ยกล้าไม้ได้ง่าย  โดยไม่ทำให้เกิดปฏิกริยาเคมีเป็นอันตรายต่อเมล็ดและกล้าไม้  ตลอดจนเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินมากเกินไป

   4)      ไม่มีเมล็ดวัชพืชปนอยู่ด้วย

    วัสดุที่นิยมใช้ในการกลบเมล็ดโดยทั่วไป  มีดังนี้

   1)      ขี้เลื่อยผสมทรายเล็กน้อย

   2)      เปลือกไม้แห้งสับละเอียด  (bark chips)

   3)      ผลไม้สนสับละเอียด  (cone chips)

   4)      มูลสัตว์หรือปุ๋ยที่ปราศจากเมล็ดพืช

    

   ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ลำปาง  (งาว)  ของกรมป่าไม้ใช้ขี้เลื่อยผสมทรายในการกลบเมล็ด 

   ส่วนศูนย์เพาะชำกล้าไม้ของ  ออปที่แม่เมาะ  ลำปาง  ใช้ขี้เลื่อย  ทราย  และลิกไนท์ละเอียด  ในอัตราส่วน  1 : 1 : 1  กลบหนา 1 – 2 นิ้ว

kludpromWed Mar 21 2012 17:07:36 GMT+0700 (ICT)