nu / อ่านเรื่องผีสยองขัวญ ขนหัวลุก / 10 สุดยอดหนังขนหัวลุก

10 สุดยอดหนังขนหัวลุก

เคยมั้ย...คุณนั่งอยู่ในห้องนอนคนเดียว ในอารมณ์เหงาๆ เหงาจนไม่รู้จะระบายออกยังไง ก็เลยหยิบหนังขึ้นมาดูสักเรื่องหวังจะแก้เหงา แต่เหมือนหนีเสือปะจรเข้ หนังที่หยิบมาดันเป็นหนังประเภทสยองขวัญซะได้ แทนที่จะหายเหงายิ่งเหงาหนักกว่าเดิม แถมด้วยอาการผวาเฮือกๆ ตามมาอีก

     ถ้าคุณเคยประสบเหตุการณ์อย่างที่ว่านี้ ข้อเขียนข้างล่างนี้คือรายชื่อของ 10 สุดยอดหนังขนหัวลุก ถ้าคุณอยู่คนเดียว กลางคืน อากาศเย็นๆ นอนไม่หลับ ... อย่าหยิบขึ้นมาดูเชียว !!!

10. Blair Witch Project



     ความรู้สึกแรกเมื่อออกจากโรงคือผมรู้สึกว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อของการตลาด จำได้ว่ากระแสหนังเรื่องนี้มาแรงมาก เพราะเขาชูความสมจริงของหนัง อันเกิดจากการที่ไม่มีนักแสดงคนไหนรู้บทเลย ทุกคนถูกจับไปปล่อยรวมกันในป่าแล้วเผชิญชะตากรรมกันตามลำพัง

     ผมตีตั๋วไปดูเพราะอยากรู้ว่ามันสมจริงแค่ไหน คำตอบที่ได้คือ มันเหมือนนั่งดูวิดีโอที่เด็กๆ แถวบ้านถ่ายเล่นกัน แต่ความรู้สึกนี้ตรงกันข้ามกับคนอื่นๆ ที่ดูรอบเดียวกัน เพราะคู่รักที่นั่งข้างหน้าต่างคนต่างก็เอามือปิดตาร้องวี้ดว้ายกันทั้งชายหญิง (คุ้นๆ ว่าเสียงชายดังกว่าด้วย) ส่วนน้องสาวของเพื่อนซี้ถึงกับนอนไม่หลับไปหลายคืน พร้อมถามว่านี่มันเรื่องจริงหรือแค่ถ่ายหนัง ดูสิครับ...เหมือนจริงจนคนดูแยกไม่ออกขนาดนี้ คงต้องยกให้เขาแล้วล่ะ

9. บุปผาราตรี



     นี่สิ ทางถนัดของคอหนังชาวไทย หนังผีปนตลกแบบนี้แหละที่ถูกคอคนไทยอย่างเราๆ ท่านๆ ตั้งแต่บ้านผีปอบ 13 ภาค ยันผีหัวขาดในปัจจุบัน แต่ที่หนังเรื่องนี้พิเศษกว่าเรื่องอื่นๆ ก็คือ เขาทำได้ถึงเครื่องทั้งทางตลกและทางสยองขวัญ ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า หนังเรื่องนี้ทำให้เขาเกือบวางมวยกับคนดูด้านหลัง เพราะทุกฉากที่ผีโผล่ออกมา พ่อเจ้าประคุณข้างหลงก็สะดุ้งเตะเก้าอี้ข้างหน้าจนไม่เป็นอันดูหนัง จนท่านนั้นถึงกับทนไม่ได้ต้องหันกลับไปขอร้อง แต่ก็ยังไม่วายเตะปั้กๆ อยู่ทั้งเรื่อง แหม...ก็มันน่ากลัวจริงๆ นี่นา

8. A Nightmare on Elm Street : นิ้วเขมือบ



     ในบรรดาปีศาจสยองขวัญแห่งฮอลลีวู้ด ตัวที่มีความโดดเด่นพิเศษสุดเห็นจะเป็น เฟรดดี้ ครูเกอร์ นี่คือปีศาจที่ต้องขอยกว่าน่ากลัวที่สุด เพราะมันเข้ามาฆ่าคนในความฝัน ลองคิดดูนะครับ
       1.เราเป็นคน
       2.เราต้องนอนหลับ
       3.เราต้องฝัน
       4.เราหนีมันไม่รอดแน่ๆ ถ้ามันจ้องจะเชือดเรา ต่อให้ เจสันศุกร์13 หรือ เลเธอร์เฟซสิงหาสับ หรือเจ้าชัคกี้ตุ๊กตานรก ก็ยังไม่น่ากลัวขนาดนี้เลย บรื๋อออออออ

7. Final Destination



     แม้ว่าศัตรูของตัวละครในหนังเรื่องนี้จะไม่ใช่ภูติผีหรือปีศาจแบบเห็นได้จับต้องได้ หากแต่เป็น “ความตาย” ซึ่งเป็นนามธรรมเท่านั้น แต่หนังเรื่องนี้ก็ทำให้มันน่ากลัวได้ถึงกึ๋น ตามปกติแล้ว หนังทั่วไปเวลาจะ built up ให้คนกลัว จะเริ่มปูมาเป็นจังหวะ 1 – 2 แล้วค่อยมาลงมือที่จังหวะนับ 3 แต่หนังเรื่องนี้น่ากลัวมากขึ้นไปอีกขั้น คือหลอกให้เรานับ 1 – 2 แต่ไม่ทันที่เราจะนับถึง 3 มันจะชิงขย้ำเราก่อนทันที ไม่มีความกลัวใดจะน่าขยาดเท่าความกลัวที่แฝงมากับความคาดไม่ถึงอีกแล้ว

6. Shutter กด ติด วิญญาณ



     จุดอ่อนของหนังผีทั้งหลายที่คนจิตแข็งใช้เป็นข้ออ้างในการไม่กลัวก็คือ “เหตุผล” หนังผีมักจะมีเหตุผลที่อ่อน เอะอะคิดอะไรไม่ออกก็กำจัดตัวละครทิ้งให้ตายไปซะดื้อๆ แต่ชัตเตอร์ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือหนังผีที่ตัวบทแข็งแรงอย่างยิ่ง เหตุผลทุกข้อร้อยเรียงกันได้อย่างไม่มีที่ติ เมื่อเรื่องดำเนินไปอย่างมีเหตุผล คนดูจึงสร้างความกลัวออกมาได้อย่างไม่กังขา เขาเรียกว่ากลัวได้เต็มร้อย ต่อให้ใครที่เคยอ้างว่าแมนสุดๆ ไม่เคยร้องกรี๊ดเวลาดูหนังผี ขอให้มาลองนั่งดูชัตเตอร์เถอะครับ รับรอง สาวแตกกันเป็นแถว

5. Scream



     จริงๆ แล้วมันไม่ใช่หนังผีหรอกครับ แต่มันได้ทำให้คนนับล้านคนทั่วโลกเกิดอาการขนหัวกระดกกันมาแล้ว เจ้าฆาตกรโรคจิตหน้าผีในหนังเรื่องนี้กลายเป็นต้นแบบให้เกิดหนังฆาตกรสวมหน้ากากตามมาอีกเป็นสิบๆ เรื่อง นอกจากความระทึกขวัญแบบสุดขั้วแล้ว ความเจ๋งอีกอย่างก็คือการล้อเลียนเสียดสีสูตรหนังสยองขวัญไว้ครบถ้วน เรียกว่าได้ทั้งบู๊และบุ๋นในคราวเดียว

4. Evil Dead



     หนังทุนต่ำทำสนองตัณหาของผู้กำกับ แซม ไรมี่ ถือเป็นผลงานสร้างชื่อชิ้นแรกของเขาก่อนที่จะมาโด่งดังสุดขีดใน Spider-Man ทั้ง 2 ภาค ตั้งโจทย์ง่ายๆ เพียงแค่ว่า วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้าไปพักแรมในบ้านร้างกลางป่าเปลี่ยว (ทำไมชอบกันจัง) ซึ่งบังเอิญเป็นบ้านที่นักโบราณคดีเคยมาศึกษาเรื่องคัมภีร์มรณะจากนรก เมื่อมีคนมือบอนไปเปิดเทปที่อัดเสียงร่ายคาถาเรียกวิญญาณเอาไว้ วิญญาณนรกทั้งหลายจึงพากันปิดประตูตีแมวทีละตัวๆ แบบไม่มีช่วงผ่อนให้คนดูพักเหนื่อยกันเลย ขนาด สตีเฟ่น คิง ราชานิยายสยองขวัญถึงกับเอ่ยปากว่า นี่คือหนังที่น่ากลัวที่สุดที่เคยดูมา (พูดไว้ตั้งแต่ปีมะโว้ ป่านนี้คงเจอไปอีกหลายเรื่องแล้ว)

3. The Sixth Sense



     ''I see dead people'' ใครเคยดูต้องจำประโยคนี้ได้แน่ๆ เรื่องราวของคนดวงดีหรือดวงซวยก็ไม่รู้ ที่ดันมีเซ้นส์สามารถรับรู้และติดต่อกับวิญญาณได้ บวกกับบทสรุปแบบหักมุมสุดๆ ที่ทำให้ใครหลายคนต้องหงายหลังมาแล้ว (ใครชอบเล่าตอนจบของหนังให้เพื่อนฟัง ถ้าเป็นเรื่องนี้มีหวังศพไม่สวยแหงๆ) เรื่องนี้ทำให้ชื่อของผู้กำกับ เอ็ม ไนท์ ชามาลาน กลายเป็นจ้าวแห่งหนังเขย่าขวัญยุคใหม่เลยทีเดียว

2. Ju-on ผี... ดุ



     ตามธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ที่ที่ปลอดภัยที่สุดคือใต้ผ้าห่ม เมื่อไหร่ที่กลัวผี เรามักจะมุดใต้ผ้าห่ม ถูกมั้ยครับ? แต่หนังเรื่องนี้ทำให้มนุษย์หมดที่พึ่งไปโดยสิ้นเชิง เพราะเขาได้สร้าง ผีผ้าห่ม ขึ้นมาซะดื้อๆ แล้วจะไม่ให้สะดุ้งสุดตัวยังไงไหวละครับ นี่คือหนังที่ทำให้ แซม ไรมี่ (ผกก. Evil Dead) ยกย่องว่าเป็นหนังที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยดูมา (อีกแล้ว ฝรั่งเขาชอบชมกันแบบนี้ล่ะครับ) จนมาซื้อลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นไปรีเมคเป็นภาคฮอลลีวู้ดแล้วเรียบร้อย ในชื่อ The Grudge โคตรผีดุ

1. The Ring (หรือ Ringu ภาคญี่ปุ่น)

     แม้ทั้งเรื่องจะมีฉากผีอยู่แค่ไม่กี่ฉาก แต่ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 ในในนักเลงหนังหลายต่อหลายคนทั่วโลก เหตุเพราะ นี่คือต้นกำเนิดแนวทางแห่งหนังสยองขวัญยุคปัจจุบัน เป็นผู้ให้กำเนิดกฎแห่งผี นั่นคือ หนังผีจะน่ากลัวได้ต้องมีส่วนประกอบดังนี้
       1.เป็นผีสาว
       2.ชุดขาว
       3.ผมยาวปรกหน้า
       4.เปียกน้ำเฉอะแฉะ
       5.เคลื่อนไหวลำบากๆ ค่อยๆ คลานด้วยท่าทางบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติเพื่อสร้างความสยดสยอง (ลองนับดูสิครับ มีกี่เรื่องแล้วในโลกที่มีผีแบบนี้) <

     จึงนับได้ว่า ซาดาโกะ ผีสาวในเรื่องนี้ คือมารดาแห่งผีเอเซียยุคปัจจุบันขนากฮอลลีวู้ดยังอยู่เฉยไม่ได้ หยิบไปรีเมคเรียบร้อยแล้ว 2 ภาค

asian101990Fri Sep 25 2009 03:56:16 GMT+0700 (ICT)