otopbantago / กองทุนในชุมชน / กองทุนสัจจะออมทรัพย์

กองทุนสัจจะออมทรัพย์

ปฐมบท "สัจจะออมทรัพย์"


กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อผมเป็นครูใหญ่โรงเรียนน้ำขาว ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา อันเป็นถิ่นเกิดโดยให้เด็กนักเรียน ซึ่งต่างก็มาจากครอบครัวยากจน หันมาออมวันละบาท ผลจากการออม นอกจากจะทำให้นักเรียนมีเงินออม ยังได้รับเงินปันผลกันถ้วนหน้า จัดสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลนักเรียน ยังช่วยปลดหนี้ครู จัดสวัสดิการครู มีเงินพัฒนาโรงเรียนอีกด้วย

 

หลังจากประสบความสำเร็จในโรงเรียน วันหนึ่งชุมชนน้ำขาวแห่งนี้ จึงขอให้ผมไปทำกลุ่มออมทรัพย์ให้ชาวบ้านบ้าง จึงเป็นที่มาของการพัฒนา "กลุ่มสัจจะออมทรัพย์น้ำขาว" จนกลายเป็นต้นแบบระดับประเทศ
 

การดำเนินการของกลุ่มออมทรัพย์เป้าหมายหวังพัฒนาคน โดยยึดตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระราชดำรัส ในพระราชพิธีบวงสรวง สมเด็จพระบุรพกษัตริยาธิราชเจ้า ณ ท้องสนามหลวง วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2525) เรื่องคุณธรรม 4 ประการ คือ
 

1. การรักษาความสัจจะ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม
 

2. ความรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจจะ ความดีนั้น
 

3. การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด
 

4. การรู้จักละวาง ความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง
 

แม้จะเป็นผู้พลิกแนวคิดทางสังคมด้วยเงิน แต่ผมมองว่าเงินเป็นเรื่องเล็ก
 

ทุนทางสังคมไม่ว่า ทุนคน ทุนทางปัญญา ทุนทางศาสนาและวัฒนธรรม ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุนแรงงาน ทุนเวลา และทุนเงินตรา ผมให้เงินอยู่อันดับสุดท้าย แต่โลกวันนี้ เงินตรามาแรงเหลือเกิน ทำให้ทุนอื่นล้มหรืออ่อนแอ ทุกคนอยากมุ่งหน้าเข้าไปหาเงิน ผิด ถูก ดีชั่ว ไม่เกี่ยว
 

ผมจึงตั้งโจทย์ว่าถ้าเงินเป็นพระเจ้าจริง ทำไมคนรวยล้นฟ้าถึงตาย
 

เมื่อคนรวยยังตายอยู่ แสดงว่าเงินเป็นส่วนหนึ่งที่มนุษย์สมมติขึ้นมา มนุษย์คิดเงินตราขึ้นมาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยน แต่ตอนนี้ เงินกลับมาเป็นนายเรา
 

การพัฒนาคนในทางกาย ประกอบด้วย การพัฒนาสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิด เน้นอนามัยส่วนบุคคล สิ่งแวดล้อม พัฒนาคนให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เน้นการงาน พื้นฐานอาชีพ และพัฒนาคนให้เป็นประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 
 

การพัฒนาคนในทางจิตใจ หวังสร้างคนที่มีคุณลักษณะ 7 ประการ

1. พึ่งตนเอง มีความเสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

2. วินัยในตนเอง มุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จ

3. ขยัน หมั่นเพียร ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน
 
4. รู้จักคิด วิจารณ์ และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
 
5. มีขันติธรรมต่อคำวิจารณ์ รู้ถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 
 
6. มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักยกย่องผู้อื่น
 
7. พัฒนาคนให้ทำงานร่วมกันได้ โดยรู้จักเป็นผู้ให้ ผู้รับ เป็นผู้นำ และเป็นผู้ตามที่ดี
 

ปลูกพืชจะต้องเตรียมดิน จะกินต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาการต้องเตรียมประชาชน จะพัฒนาคนต้องพัฒนาจิตใจ จะพัฒนาใครต้องพัฒนาตัวเองก่อน
 

การเอาเงินตรามาเป็นเครื่องมือพัฒนาคน ได้ถ่ายทอดแนวคิดนี้ที่ตำบลน้ำขาวตั้งแต่ปลายปี 2525
 

"ผมถามว่า...พี่น้องครับทำไมท่านส่งลูกเรียนหนังสือ
 

เขาบอกว่า อยากให้ลูกรับราชการ เพราะมีสวัสดิการ เจ็บไข้ได้ป่วย รัฐบาลจ่ายให้หมด พ่อแม่ ลูกเมีย รัฐบาลจ่ายให้ ผมถามต่อว่าเงินที่รัฐบาลเอามาจ่ายให้พวกนี้ เอามาจากไหน ทุกคนก็ตอบว่าเอามาจากภาษีของประชาชน"
 

เมื่อรัฐเอาเงินไปจากประชาชน ทำไมประชาชนไม่จัดสวัสดิการเอง ...คนในชนบทควรมีสวัสดิการคล้ายข้าราชการ กองทุนสวัสดิการชุมชน จึงมีความจำเป็นและสำคัญ
 

แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เชื่อ เห็นว่าทำไม่ได้แน่เพราะเป็นเรื่องยาก
 

ผมบอกว่าจะทดลองความคิดสัก 4 ปี นับต่อไปนี้ พี่น้องต้องสัจจะตัวเองว่าจะเหลือเงินเดือนละ 10 บาท ถ้าทำได้ต้อง 10 บาททุกเดือนจนครบ 12 เดือน ถ้าใครสัจจะว่า 20 บาท ก็ต้อง 20 บาท หรือ 30 บาท ก็แล้วแต่กำลัง ปรากฏว่า 11 หมู่บ้านในตำบลน้ำขาวทำเหมือนกันหมดพอเอาเงินมารวมกันเราบริหารจัดการเอง เพราะเราเป็นคนจน ถ้าเอาเงินคนจนไปให้ธนาคาร คนที่กู้เงินธนาคารได้คือคนรวย
 

พอสิ้นปีทางกลุ่มมีเงินให้สมาชิกกู้ โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแต่ต้องเสียค่าบำรุงให้กลุ่ม เวลาต่อมาใช้หลักการสหกรณ์ คือ คนออมมากกู้ได้มาก ออมน้อยได้ แต่จุดสำคัญต้องนำเงินครึ่งหนึ่งมาตั้งเป็นสวัสดิการชุมชน กระบวนการอย่างหลังไม่ได้ดูเงิน แต่เน้น "สัจจะ" คือ คุณลักษณะของคนเกี่ยวกับวินัยตนเอง ความประพฤติ ครองตน ที่แน่นอนสม่ำเสมอ ใครบกพร่องเรื่องสัจจะไม่สามารถทดแทนได้ด้วยการโปะเงินชดเชย แต่ต้องกลับไปฝึกสัจจะเริ่มตั้งต้นฝากเงินใหม่ อธิบายด้วยหลักคิดที่กลุ่มสัจจะออมทรัพย์เป็นสถาบันพัฒนาคน เงินเป็นแค่เครื่องมือ

otoptagoThu May 24 2012 18:58:53 GMT+0700 (ICT)