padook / Car news / BMW 523i ใหม่ จัดทดสอบก่อนเปิดตัวประกอบใน(CKD)9-12 กันยายนนี้

BMW 523i ใหม่ จัดทดสอบก่อนเปิดตัวประกอบใน(CKD)9-12 กันยายนนี้







บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
จัดงานทดสอบขับรถ BMW 523i ใหม่ให้กับสื่อมวลชน
เพื่อให้สัมผัสถึงความเหนือชั้นของสุดยอดซาลูนระดับผู้บริหารอย่างต่อเนื่องฉับไว
เพราะก่อนหน้าเคยเปิดตัวรุ่นนำเข้าไปแล้วเมื่อเดือนก.ค.ตามหลังตลาดโลกไม่กี่เดือน
และจะมีการเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน BMW Xpo 2010
ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 กันยายนนี้ ที่สยามพารากอน ในวันนี้
ทีมงานของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยได้เลือกเส้นทางสุราษฎร์ธานี-กระบี่
ที่ผสมผสานระหว่างเส้นทางไฮเวย์และเส้นทางคดเคี้ยวสู่เขื่อนรัชชประภา
ซึ่งนอกจากจะได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภาคใต้แล้ว
ยังได้ทดสอบความเหนือชั้นของระบบแชสซีของ BMW ซีรี่ย์ 5 ใหม่
ที่กระจายน้ำหนักอย่างสมดุล 50:50 หน้า-หลัง
พร้อมทั้งระบบช่วงล่างอันเหนือชั้นที่ผสมผสานทั้งปราดเปรียวคล่องตัวและปลอดภัยสูงสุดในทุกโค้งเข้ากับความนุ่มนวลสะดวกสบายสมกับเป็นสุดยอดซาลูนระดับผู้บริหาร





 



         บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเดินหน้าการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง
หลังจากการเปิดตัวของบีเอ็มฯ ซีรีซ์ 5 รหัส เอฟ 10 ในตลาดโลกช่วงต้นปี 2010
ก็มีการเปิดตัวการทำตลาดในไทยช่วงเดือนก.ค. โดยเป็นแบบนำเข้าทั้งคัน
จนถึง 24-25
สิงหาคมทีมงานไทยไดรฟ์เวอร์ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทดสอบกับยนตกรรมสุดหรูอย่างซีรีซื
5 รุ่น 523i ประกอบในประเทศอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ก่อนการเปิดตัวในงาน ในงาน BMW
Xpo 2010 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 กันยายนนี้ ที่สยามพารากอน


        มร. มิคาเอล คอร์ดิส ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป
ประเทศไทย กล่าวว่า “นอกจาก BMW ซีรี่ย์ 5
ใหม่จะโดดเด่นในด้านสมรรถนะความปราดเปรียวและเทคโนโลยีที่เหนือชั้น
ซึ่งเป็นจุดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยูอยู่แล้ว
มันยังได้ถูกสร้างให้มีความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ BMW ซีรี่ย์ 5
ใหม่เป็นรถซาลูนระดับผู้บริหารที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราสะดวกสบายและอารมณ์การขับขี่แบบสปอร์ตซาลูนได้ลงตัวที่สุด
สำหรับ BMW ซีรี่ย์ 5
ใหม่รุ่นประกอบในประเทศที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นเดือนกันยายนนี้
มีให้เลือกถึง 2 รุ่น คือ BMW 523i และ BMW 523i Highline
เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าในระดับที่แตกต่างกัน โดยรุ่น Highline
จะมีการติดตั้งอุปกรณ์อ๊อปชั่นเสริมเพิ่มเติม เช่น ระบบนำทาง BMW Navigation System
Professional, เบาะนั่งด้านหน้าแบบ Comfort Seat, ระบบเลี้ยวสี่ล้ออัจฉริยะ
Integral Active Steering, พวงมาลัยสปอร์ตพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย, ระบบ
Adaptive Headlights, ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงไฮไฟ
พร้อมระบบเล่นดีวีดีและจอมอนิเตอร์เพิ่มขนาดเป็น 10.2 นิ้วจากขนาด 7.0
นิ้วในรุ่นมาตรฐาน ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 2.5
ลิตร 204 แรงม้า พร้อมกับระบบส่งกำลังที่เป็นสุดยอดเทคโนโลยีในวันปัจจุบัน
ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8HP ที่มีอัตราทดถึง 8 สปีด
นอกจากจะสามารถถ่ายทอดกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อการขับขี่ที่สปอร์ตคล่องแคล่วปราดเปรียวแล้ว
ยังมีการเปลี่ยนเกียร์ที่เนียนลื่นเหมาะสมสำหรับรถซาลูนระดับผู้บริหารเป็นอย่างยิ่ง
อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย อีกหนึ่งจุดเด่นสำหรับ
BMW ซีรี่ย์ 5 ใหม่ คือ ดีไซน์ที่สง่างาม
มันได้รับรางวัลดีไซน์ระดับโลกถึงสองรางวัลในปีนี้ กล่าวคือ รางวัล Red Dot Design
Award 2010 และรางวัล Auto Bild Design Award จากคาร์แรคเตอร์ของ BMW ซีรี่ย์ 5
ใหม่ที่โดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยีทันสมัยและดีไซน์ที่หรูหราสง่างาม”




สัดส่วนสมดุล ดีไซน์สง่างาม
แฝงความสปอร์ตในสไตล์
BMW


         BMW ซีรี่ย์ 5 ใหม่มีสัดส่วนที่สมดุลอย่างลงตัวในทุกมุมมอง
ฐานล้อที่ยาว ประกอบกับลายเส้นแนวขนานด้านข้าง เน้นความพลิ้วไหวอย่างต่อเนื่อง
ให้ความรู้สึกถึงความยาวของตัวรถ
ในขณะที่แนวหลังคาที่ลาดเทลงให้ความรู้สึกถึงรถแบบสปอร์ตคูเป้
แฝงความสปอร์ตดุดันในความสง่างามได้อย่างแยบยล เส้นขอบหน้าต่างบานหลังหักมุมในแบบ
‘Hofmeister Kink’
ซึ่งนอกจากจะสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นบีเอ็มดับเบิลยูอย่างลงตัวแล้ว
ยังขับเน้นถึงความโดดเด่นให้กับผู้โดยสารที่นั่งด้านหลัง


         BMW ซีรี่ย์ 5
ใหม่ได้ถูกออกแบบมาให้เน้นถึงความสปอร์ตผสมผสานความหรูหราและสง่างามได้อย่างกลมกลืน
ลายเส้นที่ต่อเนื่องจากด้านหน้า ตลอดความยาวตัวรถด้านข้าง อ้อมสู่ด้านหลัง
ขับเน้นให้เห็นถึงความหรูหราของรถซาลูนระดับผู้บริหาร ในขณะเดียวกันส่วน Power Dome
บนฝากระโปรงหน้าถูกประดับด้วยลายเส้นที่ถูกวางอย่างบรรจงในแนวทแยงมุ่งเข้าสู่สัญลักษณ์
‘ไตคู่’ ขนาดใหญ่ ขับเน้นถึงความมีอำนาจ แฝงความคมคาย ไฟหน้าพร้อมไฟวงแหวน LED
ให้ความรู้สึกเสมือนดวงตาที่จ้องเขม็งอย่างมุ่งมั่น และในด้านหลัง ลายเส้นแนวขวาง
ประกอบกับแทร็คที่กว้างและซุ้มล้อที่กางออก บ่งบอกถึงความหนักแน่นและมั่นคง
สร้างมุมมองที่น่าประทับใจให้กับผู้พบเห็น


         นอกจากความสง่างามที่สร้างให้ BMW ซีรี่ย์ 5
ใหม่โดดเด่นกว่าใครในยามกลางวันแล้ว
นักออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยูได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบไฟส่องสว่างและไฟ LED
เพื่อสร้างภาพลักษณ์ยามค่ำคืนที่โดดเด่นได้อย่างน่าอัศจรรย์
ดีไซน์ระบบไฟหน้าที่ผสมผสานระหว่างระบบไฟ LED และไฟหน้าแบบไบ-ซีนอน
พร้อมกับพื้นผิวโค้งเว้า สร้างแสงเงาที่สง่างามอย่างแตกต่าง สำหรับด้านหน้า
ไฟท้ายที่ใช้ระบบไฟ LED แนวขวาง ถูกออกแบบให้เฉียงขึ้นเล็กน้อย
พร้อมทั้งอ้อมรอบตัวถังสู่ด้านข้าง ประกอบกับพื้นผิวโค้งเว้า และลายเส้นแนวขวาง
สร้างมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์
บ่งบอกถึงความเป็นซาลูนผู้บริหารระดับหรูแม้ยามค่ำคืน



เครื่องยนต์: BMW 523i เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง 204
แรงม้า
เทคโนโลยี EfficientDynamics เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ
ความประหยัดน้ำมัน
และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


         BMW 523i ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง
บล็อคเครื่องยนต์ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมเทคโนโลยี
EfficientDynamics ที่เหนือชั้น ยกตัวอย่างเช่น ระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ
VALVETRONIC, ระบบปั๊มน้ำและปั๊มน้ำมันเครื่องแบบ On-demand, ระบบ Active Air Flap
ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านแอร์โร่ไดนามิกส์, Under-body moulding
เพื่อจัดระเบียบการไหลของลมใต้ท้องรถ
เพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนและลดการต้านอากาศในเวลาเดียวกัน และระบบ Brake Energy
Re-generation ที่นำพลังงานที่สูญเสียขณะเบรก
แปรรูปกลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้าสะสมไว้ในแบตเตอรี่
เพื่อเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ทั้งหมดนี้เพื่อสมรรถนะที่สูงขึ้น
ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น นอกจากนั้น BMW 523i ใหม่
ยังสามารถใช้พลังงานทางเลือกก๊าซโซฮอล์ E20 ได้ด้วย


         เครื่องยนต์ของ BMW 523i ใหม่ สามารถผลิตกำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า
(เพิ่มขึ้น 14 แรงม้าหรือ 7% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า) และแรงบิดสูงสุด 250
นิวตัน-เมตรที่ 2,750-3,000 รอบ (เพิ่มขึ้น 20 นิวตัน-เมตรหรือ 9%
เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า) มีอัตราเร่งจาก 0- 100
กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 8.5 วินาที (เร็วขึ้น 7%) อัตราการประหยัดน้ำมัน
12.5 กิโลเมตรต่อลิตร (ดีขึ้น 16%) และอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 187
กรัมต่อกิโลเมตร (ลดลง 17%) ตามมาตรฐาน EU


ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8HP 8 สปีด
นวัตกรรมระบบส่งกำลังขั้นสุดยอด
ประหยัดน้ำมัน
พร้อมทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพในการถ่ายทอดกำลังสูงสุด


         ระบบเกียร์ชุดนี้จัดเป็นสุดยอดนวัตกรรมระบบส่งกำลัง
ที่เหนือชั้นกว่าทั้งระบบเกียร์อัตโนมัติและระบบเกียร์แบบคลัทช์คู่ในปัจจุบัน
มันสามารถให้ทั้งสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ที่ยอดเยี่ยม
อีกทั้งความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ ในขณะเดียวกัน
มันยังมีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา


         ในด้านนวัตกรรมยานยนต์ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8HP ที่มีอัตราทด 8
สปีดชุดนี้จัดได้เป็นหนึ่งในสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ในยุคนี้
มันอาศัยการผสมผสานการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของชุดเกียร์เพียง 4
ชุดเข้ากับชุดคลัทช์ 3 ชุดและกลไกระบบเบรก 2 ชุด เพื่อสร้างอัตราทดถึง 8 สปีด
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8HP จึงมีขนาดที่กะทัดรัดและน้ำหนักเบากว่าเกียร์อัตโนมัติ 6
สปีดที่ใช้ใน BMW ซีรี่ย์ 5 รุ่นก่อนหน้า


         นอกจากจุดเด่นในด้านของขนาดและน้ำหนักแล้ว ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8HP
ยังโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพและความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์
โดยวิศวกรได้มุ่งเน้นให้มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวครั้งน้อยที่สุด
ในการเปลี่ยนเกียร์แต่ละครั้ง จะอาศัยการเปิดคลัทช์เพียงสองชุดเท่านั้น
ซึ่งนอกจากจะทำให้มีประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังช่วยให้เกิดความร้อนในระบบน้อยด้วย
และด้วยอัตราทดถึง 8 สปีด ทำให้มันสามารถมีอัตราทดเกียร์ยาวขึ้นในเกียร์สูง
อีกทั้งยังมีระบบบริหารเกียร์ที่ควบคุมด้วยสมองกลอิเลคทรอนิคที่ช่วยทำให้มันเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างเหมาะสมและนุ่มนวลในทุกช่วงความเร็วและประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยมอีกด้วย


       
ระบบได้รวมเอาข้อดีของความรวดเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ของระบบคลัทช์คู่และความสามารถในการรับแรงบิดสูงของระบบเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิมเข้าไว้ในระบบเดียว
มันจึงเป็นระบบชุดเกียร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในวันปัจจุบัน
ทั้งในแง่ของความสามารถในการถ่ายทอดกำลัง
อีกทั้งยังมีการสูญเสียกำลังที่เกิดขึ้นเนื่องจากแรงเสียดทานภายในระบบน้อยมาก




ความสะดวกสบายเหนือระดับ
สำหรับผู้บริหารหัวใจสปอร์ต


         วิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยูออกแบบให้ BMW ซีรี่ย์ 5
ใหม่มีความนุ่มสบายในการขับขี่มากขึ้นกว่าในรุ่นเดิม
แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไว้ลายความเป็นสุดยอดสปอร์ตซาลูน ฐานล้อของ BMW ซีรี่ย์ 5
ได้รับการเพิ่มความยาวจากรุ่นก่อนหน้าอีก 80 มิลลิเมตร เป็น 2,968 มิลลิเมตร
ฐานล้อที่ยาวขึ้นนี้
นอกจากจะช่วยเพิ่มความกว้างขวางสะดวกสบายของห้องโดยสารและเพิ่มความนุ่มสบายสำหรับผู้โดยสารแล้ว
ยังเป็นการเพิ่มความปราดเปรียวคล่องตัวในการบังคับรถให้กับผู้ขับด้วย
ในด้านของมิติตัวถัง ความยาวของ BMW ซีรี่ย์ 5
ได้รับการเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าอีก 58 มิลลิเมตร เป็น 4,899 มิลลิเมตร
ในขณะที่ความกว้างเพิ่มขึ้นอีก 14 มิลลิเมตร เป็น 1,860 มิลลิเมตร แต่ความสูงลดลง 4
มิลลิเมตร อยู่ที่ 1,464 มิลลิเมตร


         นอกจากนั้น BMW ซีรี่ย์ 5
ใหม่ยังมีนวัตกรรมช่วงล่างผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบา
พร้อมระบบช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนในด้านหน้า และระบบช่วงล่างแบบมัลติลิงค์
Integral V ในด้านหลัง ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู
ซีรี่ย์ 5
ใหม่ให้ความนุ่มสบายสมกับเป็นซาลูนระดับผู้บริหาร
ในขณะที่ยังคงปราดเปรียวอย่างเหนือขั้นในสไตล์สปอร์ตซาลูน
สำหรับด้านระบบควบคุมบังคับเลี้ยว
วิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยูเลือกใช้ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่นอกจากสามารถให้การบังคับควบคุมได้อย่างเฉียบคมแล้ว
ยังช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วย และ BMW 523i Highline
ได้เพิ่มความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้ขับและผู้โดยสารอีกขั้น
ด้วยอ๊อปชั่นระบบเลี้ยวสี่ล้ออัจฉริยะ Integral Active Steering
ซึ่งในขณะความเร็วต่ำ ล้อหลังจะเลี้ยวทำมุมในทิศตรงข้ามกับล้อหน้า
เพื่อลดวงเลี้ยวให้แคบลง เพิ่มความปราดเปรียวคล่องตัว โดยเฉพาะการขับขี่ในที่แคบๆ
เช่น ในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า ขณะความเร็วสูง เช่น ขณะเปลี่ยนเลนบนทางด่วน
ล้อหลังจะเลี้ยวทำมุมในทิศเดียวกับล้อหน้า ช่วยลดอาการเหวี่ยงตัวของรถ
เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเปลี่ยนเลน
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารในเวลาเดียวกัน




เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน
ทั้งด้านความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก


         BMW 523i รุ่นมาตรฐาน มาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ
ทั้งด้านความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ยกตัวอย่างเช่น ระบบ Headlight
Beam-throw Control
ที่ทำหน้าที่ปรับลำแสงของไฟหน้าตามระดับความเร็วเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืน,
ระบบ Cruise Control with Braking Function
ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกล
อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นเบรกสำหรับกรณีที่เข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป,
ระบบรักษาเสถียรภาพ DSC Dynamic Stability Control พร้อมฟังก์ชั่นระบบเบรกพิเศษ
ได้แก่ ระบบ Brake Readiness ที่เมื่อผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง
ระบบเบรกจะเข้าโหมดเตรียมพร้อมทันที และเมื่อผู้ขับเหยียบแป้นเบรก
ระบบก็จะตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งเป็นการลดเวลาในการตอบสนองและเพิ่มความปลอดภัยโดยเฉพาะขณะใช้ความเร็วสูง, ระบบ
Dry Brake ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยรีดน้ำและความชื้นออกจากระบบเบรก
เพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด โดยเฉพาะเวลาขับในสภาพถนนเปียก และระบบ Brake
Fade Compensation ซึ่งจะเพิ่มแรงจับเบรกอย่างอัตโนมัติตามอุณหภูมิของจานและผ้าเบรก
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเบรกในขณะที่ระบบเบรกถูกใช้งานหนักจนมีความร้อนสะสม


         ส่วนในด้านของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มความสบาย BMW 523i
รุ่นมาตรฐาน ก็มีให้อย่างครบครัน ยกตัวอย่างเช่น ระบบ Comfort Access
ที่สามารถเปิด-ปิด สตาร์ทรถ และล็อครถ เพียงแค่พกกุญแจไว้, ระบบ Ambient Light
ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศการขับขี่ยามค่ำคืน, ระบบปรับอากาศแบบ Climate Control
พร้อมระบบกรองอากาศ Microfiber และ Active Carbon Filter, ระบบ Bluetooth
เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ และระบบควบคุมสั่งการ iDrive ที่มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 7.0
นิ้วและระบบเชื่อมต่อ iPhone เป็นต้น



       
นอกเหนือจากอุปกรณ์ต่างๆในรุ่นมาตรฐานที่ได้กล่าวมาแล้ว BMW 523i รุ่น Highline
จะมีการติดตั้งอ๊อปชั่นเสริมเพิ่มเติม เช่น ระบบนำทาง BMW Navigation System
Professional ที่มีฮาร์ดดิสก์ขนาด 12
กิ๊กกะไบท์สำรองไว้ให้สำหรับเก็บข้อมูลไฟล์เพลง mp3, เบาะนั่งด้านหน้าแบบ Comfort
Seat, ระบบเลี้ยวสี่ล้ออัจฉริยะ Integral Active Steering,
พวงมาลัยสปอร์ตพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย, ระบบ Adaptive Headlights,
ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงไฮไฟ
พร้อมระบบเล่นดีวีดีและจอมอนิเตอร์ขนาด 10.2 นิ้ว
ที่มา:www.thaidriver.com

 

pakapongMon Oct 18 2010 16:53:35 GMT+0700 (ICT)