pcsony / แนะนำเรื่องราวต่างๆได้ที่นี่ครับ / ล๊อคเนส

ล๊อคเนส

[hide]

ล๊อคเนส

 



ทัศนียภาพของทะเลสาบล๊อคเนส

ใขณะนั้นเป็นเวลา 9.25 น. ของเช้าวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2519 อากาศค่อนข้างหนาวเย็น ท้องฟ้าเต็มไปด้วยปุยเมฆ บดบังแสงอาทิตย์ น้ำในทะเลสาบล๊อคเนส สงบราบเรียบ มันเป็นความราบเรียบที่มีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่

     

ทันใดนั้นเองเสียงน้ำแตกกระจาย สิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่งผุดโผล่ขึ้นมา กลางสระอันกว้างใหญ่ มันโผล่หลังสีดำเลื่อม ที่มีลักษณะโค้งนูนคล้ายหลังเต่าขนาดมหึมา ขึ้นเหนือน้ำ หลังจากนั้น ส่วนที่ยื่นยาวคล้ายลำตัวงูก็โผล่ตามขึ้นมา หัวที่แบนราบของมันส่ายไปมาเล็กน้อย คะเนความยาวของหัวและคอที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ประมาณ 2 เมตร เพียงชั่วเวลาไม่ถึงครึ่งนาที สัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลสาบก็จมหายลงไปใต้ผิวน้ำ แต่กว่ามันจะลับหายลงไป คนที่เฝ้าคอยอยู่แล้วบนเรือลำเล็ก ริมฝั่งห่างออกไปราว 200 เมตร ก็กดชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูปที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว 3-4 ครั้ง.....

 

เหตุการณ์ข้างบนนั้นเป็นบันทึกตอนหนึ่งของนายแฟรงค์ เซิร์ล (Frank Searle) นายทหารนอกราชการ ชาวกรุงลอนดอน ผู้ซึ่งให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของสัตว์ประหลาด ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ จนกระทั้งลงทุนลงแรงไปคอยเฝ้ามันเป็นเวลาถึง 7 ปี ได้เรื่องราวตลอดจนภาพถ่ายของสัตว์ลึกลับตัวนี้ออกเผยแพร่ตีพิมพ์ จนดังไปทั่งโลก

 

เรือดำน้ำที่ใช้ในการสำรวจหาเนสสี

ทะเลสาบล๊อคเนส (Loch Ness) ตั้งอยู่ทางเหนือของสก๊อตแลนด์ ประมาณที่เส้นรุ้ง 56 องศาเหนือ ลักษณะรูปร่างของมันนั้น ออกจะผิดแผกไปจากทะเลสาบอื่นๆ คือมันเหยียดยาวออกไปเหมือนกิ่งไม้ ความยาวของทะเลสาบนี้ประมาณ 38 กิโลเมตร แต่กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตร คิดเป็นเนื้อที่พื้นน้ำราว 60 ตารางกิโลเมตร ความลึกเฉลี่ย 132 เมตร บริเวณที่ลึกสุดประมาณ 300 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำในทะเลสาบประมาณ 5.6 องศา C แต่น้ำในทะเลสาบไม่เคยเย็นจนเป็นน้ำแข็ง แหล่งน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลสาบประกอบด้วย แม่น้ำ 8 สาย ธานน้ำใหญ่ 60 สาย และธานน้ำเล็กๆอีกนับร้อยสาย ข้ำสำคัญที่ทำให้ล๊อคเนสดูออกจะลึกลับซับซ้อนก็คือน้ำในทะเลสาบนี้ไม่ยักใส แจ๋วน่าอาบน่าเล่นเหมือนที่อื่น แต่กลับทึบแสง แสงอินฟาเรดทะเลได้ไม่เกิน 1.5 เมตร

ความทึบของน้ำนี้ไม่ใช่ความขุ่นมัว มันไม่ใช่ทึบเพราะตะกอนสิ่งสกปรกซึ่งตกตะกอนได้ แต่ทึบเนื่องจากจุลินทรีย์สีบางชนิดซึ่งแขวนลอยอยู่บนผิวน้ำ อีกอย่างหนึ่ง ตลอดความยาวของทะเลสาบเต็มไปด้วยชะง่อนผา บางครั้งก่อให้เกิดเสียงสะท้อนฟังแล้ววิเวกวังเวง

 
 
 

ภาพที่ถ่ายจากเรือดำน้ำ เพราะความขุ่นของน้ำทำให้เห็นภาพเพียงลางๆเท่านั้น

การที่มีคนเห็นสัตว์ประหลาดแห่งล๊อคเนสโผล่ขึ้นมาจากทะเลสาบ ไม่ใช่เห็นแค่คนสองคน เท่าที่รวบรวมจากสถิตินั้น มีคนเห็นมากกว่า 3000 คน แต่ที่พอจะเชื่อถือและบันทึกเป็นหลักฐานได้นั้นมีอยู่ 251 ราย และที่เห็นมันขึ้นมาบนบก และถูกบันทึกไว้ทีอยู่ 18 ราย พวกที่เห็นมันบนบกส่วนใหญ่จะบอกว่าขาของมันจะมีลักษณะเป็นใบพายขนาดใหญ่ 

 
 
 
ทั้ง3 ภาพข้างบนนี้ คือภาพถ่ายเนสสีล่าสุด กำลังเป็นที่ฮือฮาทีเดียว ชัดมากๆค่ะ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นของจริง หรือถูกทำขึ้นค่ะ

 

การเห็นสัตว์ประหลาดในทะเลสาบล๊อคเนส ไม่ใช่เพิ่งจะมาเห็นกันเร็วๆนี้ รายแรกถูกบันทึกว่าเห็นตั้งแต่ พ.ศ.1108 โดย นักบุญโคลัมบา บันทึกไว้ว่าสาวกที่ติดตามนั้น ถูกสัตว์ประหลาดในทะเลสาบล๊อคเนส คาบลงน้ำจมหายไปขณะลงไปเล่นน้ำ
 

เนสสี (Nessie)  ชื่อนี้ถูกตั้งโดย ดร.โรเบิร์ต ไรนส์ ซึ่งเป็นนิคเนมที่เรียกกันอย่างแพร่หลายเลยทีเดียว

 

แต่จากการรวบรวมข้อมูลรูปร่างลักษณะของเนสสีปรากฎว่ามันมีความใกล้เคียงกับสัตว์โบราณชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า เพลสิโอซอร์ (Plesiosaur) ซึ่งมีรูปโฉมตามรูปที่แสดง เพลสิโอซอร์นี้ สืบเชื้อสายมาจากไดโนเสาร์พวกที่ลงไปอาศัยอยู่ในน้ำ แล้วมีคำถามตามมาว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์จะมาอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ได้อย่างไร?

 

สันนิษฐานกันว่าเมื่อราว 250 ล้านปี ได้เกิดการเคลื่อนไหวของผิวโลกตามรอยร้าวที่พาดผ่านตอนเหนือ ของสก๊อตแลนด์ในปัจจุบัน ก่อให้เกิดหุบเขาและเหวลึกขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกว่า เกรทเกลน (Great Glen) ในปัจจุบันน้ำจากภูเขาได้ไหลทะลักลงไปสู่หุบเหว นานเข้าก่อให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่ขั้น ซึ่งได้แก่ ทะเลสาบ,อคเนส อิช และโลซี่ ทะเลสาบนี้มีทางติดต่อกับทะเลเหนือด้วย บริเวณทะเลเหนือนั้นมีรายงานว่า ได้พบสัตว์ดึกดำบรรพ์อยู่หลายครั้ง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ในยุคนั้นเจ้าสัตว์ล้านปีได้ผ่านจากทะเลเหนือ เข้ามาสู่ทะเลสาบล๊อคเนส และเมื่อราว 8000 ปี ทะเลสาบนี้ได้ถูกตัดขาดจากทะเลเหนือ จึงทำให้สัตว์ดึกดำบรรพ์พวกนี้ถูกกักขังอยู่ในทะเลสาบล๊อคเนส ประกอบกับสภาพของทะเลสาบพอที่จะทำให้มันดำรงชีวิตอยู่ได้ หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน วันดีคืนดีก็โผล่ขึ้นมาให้เราได้ยลโฉมกันสักที

 

 

ถ่ายเมื่อเดือน มีนาคม 2516

 

 
ถ่ายเมื่อ 8 มกราคม 2517

 

ถ่ายเมื่อ 9 กรกฎาคม 2517
 
ถ่ายเมื่อ 1 ตุลาคม 2518

 

ถ่ายเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2519
 

[/hide]

P-winniesSat May 15 2010 18:08:39 GMT+0700 (ICT)