phantavee / นานาสาระเกี่ยวกับการเกษตร / ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลา

ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลา

การเลือกสถานที่

คุณสมบัติของน้ำที่นำมาใช้เลี้ยงปลา

1.อุณหภูมิ หากอุณหภูมิสูงปริมาณออกซิเจนจะละลายได้น้อย และน้ำที่อุณหภูมิต่ำปริมาณออกซิเจนจะละลายได้สูงปกติปลาชอบอาศัยอุณหภูมิระหว่าง25-32 องศาเซลเซียส

2.ความขุ่น ความขุ่นของน้ำตามธรรมชาติเกิดจากสารอินทรียสาร เช่น ตะกอน โคลนตมซึ่งเป็นอุปสรรรคต่อการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำความขุ่นของน้ำจะประกอบด้วย แพลงตอนสีเขียว หากมีมากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อปลาได้

3.ความเป็นกรดด่าง น้ำที่มีค่าpH อยู่ระหว่าง 6.5-8.5 ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเหมาะแก่การเลี้ยงปลามากที่สุด หากน้ำเป็นกรดมากปลาจะไม่อยากกินอาหาร ความต้านทานโรคต่ำ หากน้ำเป้นด่างมากปลาจะตาย

4.คาร์บอนไดออกไซด์ โดยทั่วไปคาร์บอนไดออกไซด์จะมาจากการหายใจของพืชและสัตว์ และการสลายอินทรียสาร ปลาจะหลีกเลี่ยงไม่อยู่ในน้ำที่มีระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูงเกินกว่าระดับ 5 ppm

5.ก๊าซแอมโมเนีย เป็นก๊าซที่มีพิษต่อปลามากเกิดจากเศษอาหารที่หลงเหลืออยู่และมูลต่างๆที่ปลาขับถ่ายออกมา ทำให้ปลาเบื่ออาหาร เคลื่อนไหวช้าลง

6.ก๊าซไข่เน่า เกิดจากการหมักหมมและการย่อยสลายอินทรียสารในก้นบ่อ จะเกิดปัญหานี้ถ้าให้อาหารปริมาณมาก แม้เพียง0.1-0.2 ppmก็อาจทำให้ปลาตายได้


ประเภทของบ่อเลี้ยงปลา

1.บ่ออนุบาล เป็นบ่อสำหรับเลี้ยงปลาอ่อนหลังจากออกจากไข่ใหม่ๆ หรือในระยะที่ยังไม่สามารถป้องกันภัยจากศัตรูได้ บ่อเลี้ยงลูกปลาไม่ควรมีขนาดใหญ่มากนักสามารถใช้บ่อดิน บ่อซีเมนต์ตั้งแต่ขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตรถึง 800 ตารางเมตร

2.บ่อเลี้ยงพ่อแม่ปลา ใช้เป็นบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ควรจะมีขนาดเนื้อที่ประมาณ400-1600ตารางเมตร ความลึกประมาณ 1.5เมตร

3.บ่อเลี้ยง นิยมบ่อดิน ขนาดบ่อควรขึ้นอยู่กับชนิดของปลาและขนาดปลาที่เลี้ยง


วิธีการสร้างบ่อ

สร้างได้ 2 แบบคือ

1.บ่อแบบขุดดินออกพื้นก้นบ่ออยู่ต่ำกว่าระดับดินเดิม ไม่ต้องทำคันบ่อให้แข็งแรง เหมาะกับพื้นที่ลุ่ม เช่น ในนาข้าว เพียงแต่ขุดดินลงไปแล้วเสริมคันบ่อ

2.บ่อแบบยกคันสร้างในที่ราบไม่ต้องขุดดินบริเวณกลางบ่อ นำดินที่ขุดมาทำเป็นคันดินโดยรอบอย่างแข็งแรง แบบนี้เหมาะสำหรับการเลี้ยงปลาอย่างยิ่งเพราะสามารถเก็บกักน้ำได้และระบายน้ำได้ดี

พื้นก้นบ่อ จะต้องเรียบไม่มีหลุมแอ่ง ควรจะมีการลาดเทไปทางระบายน้ำออกเพื่อสะดวกแก่การระบาบน้ำ

คันบ่อ เป้นส่วนสำคัญในการเก็บกักน้ำ ต้องมีความแข็งแรง และต้องไม่รั่วซึม ดินที่ขุดขึ้นจากบ่อเพื่อเสริมให้เป้นคันบ่อ ควรสุงพอป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝนหรือฤดูที่น้ำมากต้องขุดระยะไม่น้อยกว่า 1.5-2 เมตร จากเชิงลาดของบ่อด้านในเพื่อป้องกันการทรุดตัวของบ่อ คันบ่อควรมีเชิงลาด1:2 ด้านนอก1:1 ด้านที่ต้องปะทะกับลมควรทำเชิงลาดให้มากเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน

ทางระบายน้ำเข้าออก อาจจะใช้การสูบ หรือทำทางระบายน้ำออก หากทำเป็นท่อระบาย ควรมีขนาดและอยู่ในจุดที่เหมาะสม โดยท่อน้ำเข้าจะต้องอยู่สูงจากระดับน้ำในบ่อด้านส่วนกว้างและตื้นของบ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาว่ายทวนน้ำ หรือหนีออกจากบ่อ ขณะเดียวกันเมื่อน้ำไหลเข้าบ่อ มวลของน้ำจะไหลจากที่ตื้นไปสู่ที่ลึกทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในทางหมุนเวียน

สำหรับท่อน้ำออก ควรตั้งอยู่ในตำแหน่งฝั่งตรงข้ามของทางน้ำเข้าในส่วนที่ลึกที่สุด เพื่อระบายน้ำส่วนที่ต่ำสุดออกไปก่อน ในกรณีที่ต้องการทำทางน้ำล้น ก็สามารถทำได้โดยเอียงท่อเป็นมุมที่เปิดจากระดับต่ำสุดในบ่อ ถึงระดับน้ำที่ต้องการ


ข้อแนะนำ ทางน้ำเข้าและน้ำออกนี้จำเป็นจะต้องมีตะแกรงป้องกันปลาในบ่อว่ายออกมา และศัตรูนอกอ่างปลาว่ายเข้ามาด้วย



การเตรียมบ่อ

ควรให้พื้นที่บ่อมีโอกาสได้รับแสงแดดและออกซิเจน ซึ่งเป็นการกำจัดปริมาณเชื้อโรคต่างๆในบ่อปลาให้น้อยลงและปล่อยให้อินทรียสารที่หมักหมม อยู่ในบ่อมีการย่อยสลายตัว

บ่อดินขุดใหม่

ต้องมีการวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน(ค่าpH)

บ่อดินเก่า

ควรมีการระบายน้ำออกก่อน โดยเฉพาะบริเวณก้นบ่อ ปรับปรุงบ่อส่วนที่ชำรุด



สาระน่ารู้การปรับสภาพดินเปรี้ยวสามารถทำได้โดย ใส่ปูนขาวลงในดิน การใส่ปูนขาวยังต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของดินอีกด้วย เช่น ดินเหนียวต้องใช้ปูนขาวมากกว่าดินเหนียวปนทราย ดินทรายใช้ปูนขาวน้อยกว่าดินเหนียวปนทราย


เครื่องมือเครื่องใช้ประจำบ่อปลา

1.เครื่องสูบน้ำมีหลายชนิดทั้งเครื่องสูบเครื่องยนต์ดีเซล และชนิดใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นแก่การถ่ายน้ำเสีย นำน้ำเข้าน้ำออก

2.อุปกรณ์ลำเลียงปลาถุงพลาสติก กล่องกระดาษถังออกซิเจน

3.เครื่องมือจับปลาได้แก่ อวน แห กระชอน เปลย้ายปลา เครื่องชั่ง ถังลำเลียงปลา
 
หลักการเลี้ยงปลา

1.การเลี้ยงปลาแบบชนิดเดียว หรือแบบเดียว หมายถึง การเลี้ยงปลาชนิดเดียวภายในบ่อเลี้ยง โดยมุ่งหวังผลผลิตสูง ซึ่งควรเลือกปลาที่มีราคาดี หรือมีตลาดรองรับ เช่น การเลี้ยงปลาดุกอุย ปลาดุกด้าน

การเลี้ยงปลาแบบนี้สะดวกต่อการดูแลรักษาคัดปลาจับส่งตลาด เพราะเป็นปลาชนิดเดียวกัน

2.การเลี้ยงปลาหลายชนิดหรือแบบรวม คือ การเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมในบ่อเดียวกัน หรือชนิดเดียวแต่มีขนาดต่างกัน และไม่มีอันตรายต่อกัน

ข้อดีของการเลี้ยงปลาแบบรวม สามารถใช้ประโยชน์ได้จากอาหารที่มีในบ่อปลาอย่างเต็มที่ สามารถทยอยจับปลาใหญ่ออกจำหน่ายได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำให้ขายได้ราคาดี เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง

3.การเลี้ยงปลาแบบผสมผสาน ได้แก่ การเลี้ยงปลาผสมกับการปลูกพืช เช่น ปลูกข้าวพร้อมกับการเลี้ยงปลา เลี้ยงปลาในร่องสวนปลูกผลไม้ การเลี้ยงปลาผสมผสานกับการเลี้ยงเป็ดหรือสุกร การเลี้ยงปลาชนิดนี้เป็นการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เช่น เศษอาหารที่ตกหล่นจากการเลี้ยงสัตว์ สามารถนำกลับมาใช้เป็นอาหารปลา

น้ำในบ่อปลาก็ถ่ายลงนาที่ปลุกข้าวแทนที่จะเทลงสู่แหล่งน้ำต่างๆ ซึ่งเป็นการใส่ปุ๋ยโดยไม่ต้องลงทุน



การคัดเลือกปลาที่จะเลี้ยง ควรมีลักษณะดังต่อไปนี้ คือ

1.เลี้ยงง่ายสามารถกินอาหารธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

2.โตเร็ว มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนจากอาหารที่กินมาเป้นเนื้อสูง

3.มีลูกดกและขยายพันธุ์ได้ หาพันธุ์มาเลี้ยงได้ง่าย การวางไข่หลายครั้ง เพาะพันธุ์ได้ง่าย

4.อดทน มีความทนทานสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี

5.สามารถเลี้ยงร่วมกับปลาอื่นได้ ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน ควรเป็นปลาที่กินพืชหรือกินแพลงตอน

6.เนื้อมีรสดี ปลามีเนื้อรสชาติดี ปรุงอาหารได้ง่าย

7.มีตลาดจำหน่าย เพราะปลาบางชนิดมีตลาดแคบไม่เป็นที่นิยม

8.ได้ราคาดี ควรจะคุ้มค่าทุนที่เลี้ยงมา



ชนิดของปลา ซึ่งถ้าจำแนกตามตามนิสัยของการกินอาหารปลาสามารถจำแนกได้ ดังนี้

1.ปลาประเภทกินพืช ได้แก่ ปลาจีน ปลาหมอตาล ปลาตะเพียนขาว ปลาแรด ปลาไน ปลานิล ปลาจำพวกนี้ชอบกินอาหารที่เป็นพืช เช่น รำ ปลายข้าว แหนเป้ด เศษผัก หญ้าขน

ปลาประเภทนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ พวกที่กินพืชขนาดใหญ่ ได้แก่ ปลาแรด ปลาสลิด ปลาเฉา ปลาตะเพียน และพวกปลากินพืชขนาดเล็ก ได้แก่ ปลาเล่ง ปลาซ่ง ปลาหมอตาล ปลานวลจันทร์น้ำจืด ปลายี่สกเทศ

2.ปลาประเภทกินเนื้อ ได้แก่ ปลาดุก ปลาบู่ ปลาช่อน สามารถแบ่งได้เป็น 3 พวก คือ พวกที่กินสัตว์ที่ตายแล้ว แต่ยังไม่เน่าเปื่อย เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกอุย ปลาสวาย พวกที่กินแมลงเป็นอาหาร ได้แก่ ปลาเสือพ่นน้ำ ปลาไน ปลาหมอไทย ปลาเสือตอ

พวกที่กินเนื้อหรือลูกปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้แก่ ปลาช่อน ปลาสะกุป ปลาไหลนา ปลาชะโด

3.ปลาประเภทกินตะไคร่น้ำ ปลาชนิดนี้จะกินตะไคร่น้ำ สาหร่าย และพืชสีเขียวเล็กๆ ได้แก่ ปลาลิ่น ปลาซ่ง ปลาสลิด ปลายี่สก

4.ปลาประเภทกินเนื้อและพืช ได้แก่ ปลาสวาย ปลายี่สก ปลาเทโพ

 ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/st2545/4-5/no20/aboutleangpla.html
http://www.rakbankerd.com/agriculture/open.php?id=1754&s=tblanimal
 

phantaveeThu Sep 22 2011 16:43:49 GMT+0700 (ICT)