police2539 / ติวสอบ กฎหมาย และอื่นๆที่ใช้สอบ / แนวข้อสอบวิชาหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

แนวข้อสอบวิชาหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

แนวข้อสอบวิชาหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 74 ข้อ 

1. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตราเป็น 
ก. พระราชบัญญัติ 
ข. พระราชกำหนด 
ค. พระราชกฤษฎีกา*** 
ง. กฎกระทรวง 

2. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ปี พ.ศ. 
ก. พ.ศ.2526 
ข. พ.ศ.2536 
ค. พ.ศ.2546*** 
ง. พ.ศ.2516 

3. การปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด สมควรที่ส่วนราชการใดจะปฏิบัติเมื่อใด และจะต้องมีเงื่อนไขอย่างใด ต้องเป็นไปตาม 
ก. นายกรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร. 
ข. คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร.*** 
ค. รัฐสภากำหนดตามข้อเสนอแนะของ ก.พ.ร. 
ง. ถูกทุกข้อ 

4. ข้อใดไม่ใช่ส่วนราชการตามความหมายของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หมายถึงข้อใด 
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
ข. กองทัพบก 
ค. กระทรวงมหาดไทย 
ง. กรุงเทพมหานคร*** 

5. ผู้รักษาการตามกฎหมายนี้ คือ 
ก. นายกรัฐมนตรี*** 
ข. ประธาน คมช. 
ค. รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีที่นายกฯมอบหมาย 
ง. เลขาธิการ ก.พ.ร. 

6. ข้อใดถือว่าเป็นเป้าหมายของการบริหารราชการตามกฎหมายนี้ 
ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน 
ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ 
ค. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

7. ข้อใดถือว่าเป็นเป้าหมายของการบริหารราชการตามกฎหมายนี้ 
ก. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น 
ข. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ 
ค. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

8. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ คือ 
ก. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน*** 
ข. การบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของสังคม 
ค. การบริหารราชการเพื่อประชาชน 
ง. ถูกทุกข้อ 

9. ในการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ส่วนราชการจะต้องดำเนินการโดยถือว่า 
ก. ประชาชนสำคัญที่สุด 
ข. ระบบการบริหารสำคัญที่สุด 
ค. นโยบายรัฐบาลสำคัญที่สุด 
ง. ประชาชนเป็นศูนย์กลางที่จะได้รับการบริการจากรัฐ*** 

10. การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ให้ส่วนราชการปฏิบัติ 
ก. ก่อนจะดำเนินการตามภารกิจใด ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า 
ข. การกำหนดแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการต้องมีรายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลาและ 
งบประมาณที่จะต้องใช้ในการดำเนินการของแต่ละขั้นตอนเป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ของ 
ภารกิจ และตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจ 
ค. ส่วนราชการต้องจัดให้มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติ ตามแผนปฏิบัติราชการตาม 
หลักเกณฑ์และวิธีการที่ส่วนราชการกำหนดขึ้น ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานที่ ก.พ.ร. กำหนด 
ง. ถูกทุกข้อ *** 

11. หน่วยงานใด มีอำนาจเสนอมาตรการกำกับการปฏิบัติราชการ ต่อคณะรับฒนตรี 
ก. สำนักนายกรัฐมนตรี 
ข. ก.พ.ร.*** 
ค. กระทรวง ทบวง กรม 
ง. ถูกทุกข้อ 

12. การเสนอมาตรการกำกับการปฏิบัติราชการ ต่อคณะรับฒนตรี ต้องทำเป็น 
ก. ลายลักษณ์อักษร 
ข. วาจา 
ค. โดยวิธีอื่นใด 
ง. ถูกทุกข้อ *** 

13. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ให้หน่วยงานใด ร่วมกันจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เสนอต่อคณะรัฐมนตรี 
ก. สภาพัฒน์ฯ 
ข. สำนักงบประมาณ 
ค. สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 
ง. ถูกทุกข้อ*** 


14. การเสนอแผนการบริหารตามข้อที่แล้ว ต้องเสนอภายในกี่วัน 
ก. 30 วัน 
ข. 60 วัน 
ค. 90 วัน*** 
ง. แล้วแต่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด 

15. แผนการบริหารตามข้อที่แล้ว เป็นแผน 
ก. 2 ปี 
ข. 4 ปี*** 
ค. 8 ปี 
ง. แล้วแต่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด 

16. หน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำนิติบัญญัติ 
ก. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 
ข. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 
ค. ก.พ.ร. 
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.*** 

17. ส่วนราชการใดที่จะต้องจัดทำแผนรองรับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน 
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
ข. กองทัพบก 
ค. กระทรวงมหาดไทย 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

18. แผนการบริหารตามส่วนราชการ เป็นแผน 
ก. 2 ปี 
ข. 4 ปี*** 
ค. 8 ปี 
ง. แล้วแต่นโยบายที่ส่วนราชการกำหนด 

19. แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการต้องเสนอ 
ก. หัวหน้าส่วนราชการนั้นให้ความเห็นชอบ 
ข. รัฐมนตรีต้นสังกัดให้ความเห็นชอบ*** 
ค. คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ 
ง. ก.พ.ร.ให้ความเห็นชอบ 

20. กรณีส่วนราชการมิได้เสนอแผนปฏิบัติราชการในภารกิจใด หรือภารกิจใดไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี 
ก. หัวหน้าส่วนราชการต้องลาออก 
ข. ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณสำหรับภารกิจนั้น*** 
ค. ถูกตัดงบประมาณร้อยละ 20  
. ไม่มีข้อใดถูก 

21. เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้ส่วนราชการจัดทำ 
ก. รายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการประจำปี*** 
ข. ข้อมูลการปฏิบัติราชการ 
ค. รายงานผลการปฏิบัติงาน 
ง. ถูกทุกข้อ 

22. การจัดทำรายงานตามข้อที่แล้ว เสนอต่อ 
ก. หัวหน้าส่วนราชการนั้น 
ข. รัฐมนตรีต้นสังกัด 
ค. คณะรัฐมนตรี*** 
ง. ก.พ.ร. 

23. เมื่อมีการกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการใดแล้ว การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งตามที่กำหนดในแผนปฏิบัติราชการไปดำเนินการอย่างอื่น ซึ่งมีผลทำให้ภารกิจเดิมไม่บรรลุเป้าหมายหรือนำไปใช้ในภารกิจใหม่ที่มิได้กำหนดในแผนปฏิบัติราชการ จะกระทำได้ต่อเมื่อ 
ก. ได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการนั้น 
ข. ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีต้นสังกัด 
ค. ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี*** 
ง. ได้รับอนุมัติจาก ก.พ.ร. 

24. เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง หัวหน้าส่วนราชการมีหน้าที่สรุปผลการปฏิบัติราชการและให้ข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามที่ 
ก. นายกรัฐมนตรีคนใหม่สั่งการ*** 
ข. ตามที่ เลขาธิการ ก.พ.ร.แจ้งมา 
ค. ตามที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งมา 
ง. สรุปทันที โดยไม่รอสั่งการ 

25. ส่วนราชการจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะแต่ละประเภท ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ 
ก. ก.พ.ร. กำหนด 
ข. สำนักงบประมาณกำหนด 
ค. ส.ตง.กำหนด 
ง. กรมบัญชีกลางกำหนด*** 

26. ส่วนราชการคำนวณรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการนั้น ตามระยะเวลาที่กำหนด และรายงานให้ 
ก. ก.พ.ร. 
ข. สำนักงบประมาณ 
ค. กรมบัญชีกลาง 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

27. ในกรณีที่รายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะใดของส่วนราชการใดสูงกว่า รายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะประเภทและคุณภาพเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันของส่วนราชการอื่น ให้ส่วนราชการนั้นจัดทำแผนการลดรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะดังกล่าวเสนอต่อ 
ก. ก.พ.ร. 
ข. สำนักงบประมาณ 
ค. กรมบัญชีกลาง 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

28. ส่วนราชการตามข้อที่แล้ว เมื่อได้รับการเสนอจากส่วนราชการแล้วถ้าไม่ทักท้วงภายใน.......วัน ก็ให้ส่วนราชการดังกล่าวถือปฏิบัติ ตามแผนการลดรายจ่ายนั้นต่อไปได้ 
ก. 10 วัน 
ข. 15 วัน*** 
ค. 30 วัน 
ง. 60 วัน 

29. เพื่อประโยชน์ในการจัดตั้งงบประมาณของส่วนราชการในปีต่อไป ให้หน่วยงานใดจัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการดำเนินการอยู่ เพื่อรายงานคณะรัฐมนตรีสำหรับเป็นแนวทางในการพิจารณาว่าภารกิจใดสมควรจะได้ดำเนินการต่อไปหรือยุบเลิก 
ก. สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 
ข. สำนักงบประมาณ 
ค. กรมบัญชีกลาง 
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข. *** 

30. ความคุ้มค่าตามข้อที่แล้ว หมายถึง 
ก. ประโยชน์หรือผลเสียทางสังคม 
ข. ประโยชน์หรือผลเสียอื่นๆ 
ค. ประโยชน์หรือผลเสียซึ่งไม่อาจคำนวณเป็นตัวเงินได้ 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

31. ในการปฏิบัติภารกิจใด หากส่วนราชการจำเป็นต้องได้รับอนุญาต อนุมัติ หรือความเห็นชอบจากส่วนราชการอื่นตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนด ให้ส่วนราชการที่มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบดังกล่าว แจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการที่ยื่นคำขอทราบภายใน 
ก. 10 วัน 
ข. 15 วัน*** 
ค. 30 วัน 
ง. 60 วัน 

32. ส่วนราชการใดที่มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบมิได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามข้อที่แล้ว หากเกิดความเสียหายใดขึ้น ให้ถือว่าข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องและหัวหน้าส่วนราชการนั้น 
ก. ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง*** 
ข. เจตนากระทำผิด 
ค. ประมาทเลินเล่อ 
ง. ไม่มีข้อใดถูก 

33. การสั่งราชการโดยปกติให้กระทำเป็น 
ก. วาจา 
ข. ลายลักษณ์อักษร*** 
ค. ทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษร 
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก.และ ข้อ ข. 

34. ในกรณีมีความจำเป็น ผู้บังคับบัญชาอาจสั่งราชการโดย 
ก. วาจา *** 
ข. ลายลักษณ์อักษร 
ค. ทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษร 
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก.และ ข้อ ข. 

35. กรณีผู้บังคับบัญชาสั่งราชการด้วยวาจา ให้ผู้รับคำสั่ง 
ก. ไม่ต้องปฏิบัติตาม หากไม่ทำเป็นหนังสือ 
ข. ปฏิบัติตาม แต่ไม่ต้องรายงานผลการปฏิบัติ 
ค. บันทึกคำสั่งด้วยวาจาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร *** 
ง. ไม่มีข้อใดถูก 

36. ข้อใด ถือว่าเป็นการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน 
ก. มอบหมายให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการแทน 
ข. การกระจายอำนาจการตัดสินใจเกี่ยวกับการสั่ง การอนุญาต 
ค. การกระจายอำนาจการตัดสินใจเกี่ยวกับการการอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินการอื่น 
ง. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ข้อ ค.*** 

37. เพื่อประโยชน์ในการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน หน่วยงานใดที่สามารถเสนอหลักเกณฑ์ และวิธีการหรือแนวทางในการกระจายอำนาจการตัดสินใจ ความรับผิดชอบระหว่างผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ และการลดขั้นตอนในการปฏิบัติราชการให้ส่วนราชการถือปฏิบัติก็ได้ 
ก. ก.พ.ร. *** 
ข. สำนักงบประมาณ 
ค. กรมบัญชีกลาง 
ง. ถูกทุกข้อ 

38. ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนหรือการติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน ให้ส่วนราชการแต่ละแห่งจัดทำ.......เปิดเผยไว้ ณ ที่ทำการของส่วนราชการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจดู 
ก. แผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลา 
ข. แผนภูมิการดำเนินการ 
ค. แผนภูมิรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ง 
. ถูกทุกข้อ*** 

39. ในกระทรวงมหาดไทย ผู้ใดมีหน้าที่รับผิดชอบจัดตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใด ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถาม ขอทราบข้อมูล ขออนุญาต หรือขออนุมัติในเรื่องใด ๆ ที่เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ 
ก. เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 
ข. อธิบดีกรมการปกครอง 
ค. สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 
ง. ปลัดประทรวงมหาดไทย*** 

40. การจัดตั้งศูนย์บริการร่วมในระดับจังหวัด เป็นหน้าที่ของผู้ใด 
ก. อักษรเลขจังหวัด 
ข. ปลัดจังหวัด 
ค. สำนักงานจังหวัด 
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด*** 

41. ในกรณีที่ส่วนราชการเห็นควรยกเลิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงภารกิจตามที่ ก.พ.ร. กำหนด ให้ส่วนราชการดำเนินการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ โครงสร้าง และอัตรากำลัง ของส่วนราชการเสนอต่อหน่วยงานใดให้ความเห็นชอบ 
ก. คณะรัฐมนตรี*** 
ข. ก.พ.ร. 
ค. ก.พ. 
ง. หัวหน้าส่วนราชการนั้นๆ 

42. ในการที่ส่วนราชการจะดำเนินการยกเลิก ปรับปรุง หรือจัดให้มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศขึ้นใหม่ ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสภาวการณ์ หรือสอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วและลดภาระของประชาชนเป็นสำคัญ ให้ส่วนราชการนำความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของผู้ใดมาประกอบการพิจารณา 
ก. ข้าราชการในสังกัด 
ข. หัวหน้าส่วนระดับ ผอ.กองขึ้นไป 
ค. หัวหน้าส่วนระดับอธิบดีขึ้นไป 
ง. ประชาชน*** 

43. ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแนะต่อส่วนราชการให้ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการนั้น แต่ส่วนราชการที่ได้รับการเสนอแนะไม่เห็นชอบด้วย กับคำเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เสนอเรื่องต่อหน่วยงานเป็นผู้เพื่อพิจารณาวินิจฉัย 
ก. คณะรัฐมนตรี*** 
ข. เลขาธิการ กพ. 
ค. เลขาธิการ ก.พ.ร. 
ง. ถูกทุกข้อ 

44. เมื่อส่วนราชการใดได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชน หรือจากส่วนราชการด้วยกันเกี่ยวกับงานที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นที่จะต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายใน 
ก. 10 วัน 
ข. 15 วัน*** 
ค. 30 วัน 
ง. 60 วัน 

45. การปฏิบัติราชการในเรื่องใด ๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเรื่อง 
ก. เปิดเผย *** 
ข. เรื่องลับ 
ค. ปกติ 
ง. ถูกทุกข้อ 

46. การปฏิบัติราชการในเรื่องใด ให้ถือว่าเป็นเรื่องลับ 
ก. ความมั่นคงของประเทศ 
ข. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 
ค. การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

47. ส่วนราชการอาจจัดให้มีการประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับหรือหน่วยงานในส่วนราชการก็ได้ ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวต้องกระทำเป็น 
ก. เปิดเผย เพื่อความโปร่งใด 
ข. ความลับและเพื่อให้ความยุติธรรม 
ค. ความลับและเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ*** 
ง. ถูกทุกข้อ 

48. ในกรณีที่ส่วนราชการใดดำเนินการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด รวมทั้งเป็นที่พึงพอใจแก่ประชาชน ให้ ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรี 
ก. ให้ขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ 
ข. ให้งบประมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 
ค. จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบ*** 
ง. ถูกทุกข้อ 

49. เมื่อส่วนราชการใดได้ดำเนินงานไปตามเป้าหมาย สามารถเพิ่มผลงาน และผลสัมฤทธิ์โดยไม่เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐ หรือสามารถดำเนินการตามแผนการลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยได้ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. กำหนด ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรี 
ก. ให้ขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ 
ข. ให้งบประมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 
ค. จัดสรรเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น*** 
ง. ถูกทุกข้อ 

50. นอกจากส่วนราชการต้องจัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกานี้แล้ว กฎหมายยังกำหนดให้หน่วยใดจัดทำหลักเกณฑ์อีก 
ก. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
ข. องค์การมหาชน 
ค. รัฐวิสาหกิจ 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

51. ข้อใด คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของการบริหารราชการแผ่นดินตามแนวทางการบริหารกิจการ 
บ้านเมืองที่ดี 
ก. เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน*** 
ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ 
ค. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น 
ง. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการ 

52. ข้อใดกล่าวถูกต้อง 
ก. ส่วนราชการจะต้องดำเนินการตามภารกิจ โดยยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง 
ข. ข้าราชการต้องรับฟังความคิดเห็นและบริการให้ประชาชนพึงพอใจ 
ค. การดำเนินการที่กระทบต่อประชาชนส่วนราชการต้องจัดทำประชาพิจารณ์ 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

53. ส่วนราชการมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้การบริหารราชการ 
แบบบูรณาการของจังหวัดดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นภารกิจของส่วนราชการตามข้อใด 
ก. การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน 
ข. การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ*** 
ค. การบริหารราชการเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ 
ง. การบริหารราชการเพื่อลดขั้นตอนในการบริหารดก 

54. กรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2550 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งออกเป็นกี่มิติ 
ก. 2 มิติ 
ข. 3 มิติ 
ค. 4 มิติ*** ง 
. 5 มิติ 

55. มิติด้านการประเมินผลตามแผนปฏิบัติราชการ เป็นมิติที่ 
ก. มิติที่ 1*** 
ข. มิติที่
ค. มิติที่
ง. มิติที่

56. มิติที่ 5 คือ 
ก. มิติด้านการประเมินผลตามแผนปฏิบัติราชการ 
ข. มิติด้านคุณภาพการให้บริการ 
ค. มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ 
ง. ไม่มีข้อใดถูก*** 

57. ปีงบประมาณ พ.ศ.2550 สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้มีการถ่ายทอดตัวชี้วัดและเป้าหมาย ลงถึงระดับ 
ก. กก. ที่มี ผกก. เป็นหัวหน้าหน่วย*** 
ข. กก. ที่มี รอง ผกก. เป็นหัวหน้าหน่วย 
ค. กองกำกับการ 
ง. สว.หัวหน้าหน่วย 

58. ยุทธศาสตร์การควบคุมอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตปกติสุขของประชาชน กำหนดอยู่ในตัวชี้วัดของมิติใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
ก. มิติด้านการประเมินผลตามแผนปฏิบัติราชการ*** 
ข. มิติด้านคุณภาพการให้บริการ 
ค. มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ 
ง. มิติด้านการพัฒนาองค์กร 

59. ยุทธศาสตร์ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ กำหนดอยู่ในตัวชี้วัดของมิติใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
ก. มิติด้านการประเมินผลตามแผนปฏิบัติราชการ 
ข. มิติด้านคุณภาพการให้บริการ*** 
ค. มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ 
ง. มิติด้านการพัฒนาองค์กร 

60. ยุทธศาสตร์การลดระยะเวลาการให้บริการกำหนดอยู่ในตัวชี้วัดของมิติใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
ก. มิติด้านการประเมินผลตามแผนปฏิบัติราชการ 
ข. มิติด้านคุณภาพการให้บริการ 
ค. มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ*** 
ง. มิติด้านการพัฒนาองค์กร 

61. ยุทธศาสตร์การบริหารความเสี่ยง กำหนดอยู่ในตัวชี้วัดของมิติใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
ก. มิติด้านการประเมินผลตามแผนปฏิบัติราชการ 
ข. มิติด้านคุณภาพการให้บริการ 
ค. มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ 
ง. มิติด้านการพัฒนาองค์กร*** 

62. ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของสถานีตำรวจ (หน่วยงานระดับ Front Office) ที่มีการปฏิบัติงานและมีคุณภาพการให้บริการในระดับมาตรฐานในปี 2550 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งเป้าไว้จำนวนกี่สถานี 
ก. 120 สถานี 
ข. 150 สถานี 
ค. 177 สถานี 
ง. 203 สถานี*** 

63. หน่วยรับผิดชอบตัวชี้วัดตามข้อ 62 ในระดับ ตร. เป็นหน่วยใด 
ก. กองบัญชาการ 
ข. กองบังคับการ 
ค. กองวิจัย*** 
ง. กองกำกับการ 

64. การรายงานผลตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรายงานผลตามห้วงเวลา 
ก. ห้วงระยะเวลา 6 เดือนของปีงบประมาณ 
ข. ห้วงระยะเวลา 9 เดือนของปีงบประมาณ 
ค. ห้วงระยะเวลา 12 เดือน ของปีงบประมาณ 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

65. วิสัยทัศน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2550 คือ 
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ 
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ เชื่อมั่น ศรัทธา 
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ เชื่อมั่น ศรัทธา และชื่นชมยินดีต่อภารกิจ 
ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ เชื่อมั่น ศรัทธา และบริการประชาชน*** 

66. พันธกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้กี่พันธกิจ 
ก. 3 พันธกิจ 
ข. 4 พันธกิจ 
ค. 5 พันธกิจ*** 
ง. 6 พันธกิจ 

67. พันธกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ 
ก. ถวายความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ และให้บริการที่ดีโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและชุมชนเป็นฐาน 
ข. ป้องกันและควบคุมอาชญากรรมโดยส่งเสริมให้ประชาชน และท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และอำนวยความยุติธรรมโดยยึดหลักนิติบัญญัติ 
ค. รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติด้วยการบริหารจัดการที่ดี 
ง. ถูกทุกข้อ*** 

68. ยุทธศาสตร์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกี่ยุทธศาสตร์สำคัญ 
ก. 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ 
ข. 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ*** 
ค. 7 ยุทธศาสตร์สำคัญ 
ง. 8 ยุทธศาสตร์สำคัญ 

69. การกระจายบริการลงสู่ชุมชนและรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนอย่างทั่วถึง การบริการอย่างมืออาชีพและมีภาวะผู้นำ การบริการด้วยความเป็นกลาง เสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ การบริการภายใต้กรอบกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล การบริการด้วยความสุภาพ เป็นมิตร หรือมี จิตวิญญาณของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์และทรัพย์สินสาธารณะ ถือเป็นยุทธศาสตร์ 
ก. ยุทธศาสตร์การให้บริการที่ดีแก่ ประชาชนและชุมชน*** 
ข. ยุทธศาสตร์ การควบคุมอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชน 
ค. ยุทธศาสตร์การอำนวยความยุติธรรม 
ง. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ 

70. การป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยให้ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่นมีส่วนร่วม การสืบสวนปราบปรามอาชญากรรม ถือเป็นยุทธศาสตร์ 
ก. ยุทธศาสตร์การให้บริการที่ดีแก่ ประชาชนและชุมชน 
ข. ยุทธศาสตร์ การควบคุมอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชน*** 
ค. ยุทธศาสตร์การอำนวยความยุติธรรม 
ง. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ 

71. การพัฒนาโครงสร้าง ระบบงาน และบุคลากร ด้านการสอบสวน การพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์ การบูรณาการกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นยุทธศาสตร์ 
ก. ยุทธศาสตร์การให้บริการที่ดีแก่ ประชาชนและชุมชน 
ข. ยุทธศาสตร์ การควบคุมอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชน 
ค. ยุทธศาสตร์การอำนวยความยุติธรรม*** 
ง. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ 

72. การถวายความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ การอารักขา และรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่สำคัญ การข่าวเพื่อความมั่นคงของชาติ ความมั่นคงของชาติในหน้าที่ตำรวจ ถือเป็นยุทธศาสตร์ 
ก. ยุทธศาสตร์การให้บริการที่ดีแก่ ประชาชนและชุมชน 
ข. ยุทธศาสตร์ การควบคุมอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชน 
ค. ยุทธศาสตร์การอำนวยความยุติธรรม 
ง. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ*** 

73. การควบคุมการจราจร ให้สะดวกปลอดภัย การบริการประชาชนและสังคมภายในอำนาจหน้าที่ตำรวจ ถือเป็นยุทธศาสตร์ 
ก. การควบคุมการจราจรและการบริการสังคม*** 
ข. ยุทธศาสตร์ การควบคุมอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชน 
ค. ยุทธศาสตร์การอำนวยความยุติธรรม 
ง. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ 

74. การพัฒนาผู้บริหารในระดับต่างๆ ให้มีทักษะการบริหารจัดการที่ดีและบูรณาการทั้งภายในหน่วยและ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง การปรับโครงสร้างและระบบการบริหารงานในทุกระดับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ในปัจจุบัน ถือเป็นยุทธศาสตร์ 
ก. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการที่ดี*** 
ข. ยุทธศาสตร์ การควบคุมอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชน 
ค. ยุทธศาสตร์การอำนวยความยุติธรรม 
ง. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ 
_________________ 
ขอบคุณ ติวเตอร์ไทย police

prasakolMon Jan 30 2012 21:54:34 GMT+0700 (ICT)