stanglovelearn / วิชาการต่างๆ ในการเรียนรู้ ^^ / ภาษาไทย:กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

ภาษาไทย:กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

ทู้ที่ 6 ก็เสร็จแล้วเจ้าค่ะ  ^ ^

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานและว่าด้วยงานนักขัตฤกษ์เป็น ๒ เรื่องด้วยกัน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ประทานคำอธิบายไว้ว่า กาพย์เห่ ๒ เรื่องนี้ เข้าใจว่าทรงพระราชนิพนธ์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ เพื่อชมสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีผู้ทรงมีความสามารถเป็นเลิศในการแต่งเครื่องเสวย ฉะนั้นกาพย์เห่บทนี้จึงมิได้ชมขบวนเรือหรือชมธรรมชาติในการเดินทาง แต่เป็นการเห่ชมเครื่องคาวหวาน และชมการปรนนิบัติของนางในโอกาสต่าง ๆ ที่มีงานนักขัตฤกษ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงใช้กาพย์เห่บทนี้ในการเห่เรือเสด็จประพาสส่วนพระองค์ มิได้ทรงใช้ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่เป็นทางราชการ ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ใช้กาพย์เห่นี้และบทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรในการเห่เรือของทางราชการ

ลักษณะการแต่ง ทรงพระราชนิพนธ์เป็นกาพย์เห่ ประกอบด้วยโคลงสี่สุภาพและกาพย์ยานี ๑๑

เนื้อเรื่อง เป็นการบรรยายอาหารคาวหวานและผลไม้ พรรณาอาหารและผลไม้แต่ละชนิด ตอนท้ายเป็นบทเห่ในงานนักขัตฤกษ์แต่ละเดือน และมีบทเห่เจ้าเซ็น คือ งานปีใหม่ของศาสนาอิสลามนิกายฮูเซ็น

สำนวนโวหาร ใช้คำง่าย ๆ ได้ความเด่นและไพเราะ โดยเฉพาะการพรรณนาความเปรียบเทียบ เช่น

      ทุเรียนเจียนตองปู         เนื้อดีดูเหลืองเรืองพราย
เหมือนศรีฉวีกาย                สายสวาทพี่ที่คู่คิด

คุณค่าของหนังสือ ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหาร และประเพณีต่าง ๆ ของไทยในสมัยนั้น นับว่าเป็นวรรณคดีที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงพระปรีชาสามารถในเชิงกวีของรัชกาลที่ ๒ ได้อย่างดี ในเชิงวรรณศิลป์พรรณนาได้ละเอียด เปรียบเทียบได้ลึกซึ้งกินใจและไพเราะทุกถ้อยคำ วางคำได้จังหวะเหมาะสม ทำให้เกิดมโนภาพ
• เห่ชมเครื่องคาว

๏ แกงไก่มัสมั่นเนื้อ                 นพคุณ พี่เอย
หอมยี่หร่ารสฉุน                      เฉียบร้อน
ชายใดบริโภคภุญช์                 พิศวาส หวังนา
แรงอยากยอหัตถ์ข้อน             อกให้หวนแสวง ๚   

๏ มัสมั่นแกงแก้วตา              หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
ชายใดได้กลืนแกง                แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา
๏ ยำใหญ่ใส่สารพัด               วางจานจัดหลายเหลือตรา
รสดีด้วยน้ำปลา                     ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ
๏ ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม        เจือน้ำส้มโรยพริกไทย
โอชาจะหาไหน                     ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง
๏ หมูแนมแหลมเลิศรส         พร้อมพริกสดใบทองหลาง
พิศห่อเห็นรางชาง                ห่างห่อหวนป่วนใจโหย
๏ ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น             วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย
รสทิพย์หยิบมาโปรย             ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ
๏ เทโพพื้นเนื้อท้อง              เป็นมันย่องล่องลอยมัน
น่าซดรสครามครัน               ของสวรรค์เสวยรมย์
๏ ความรักยักเปลี่ยนท่า        ทำน้ำยาอย่างแกงขม
กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม      ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น
๏ ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ         รสพิเศษใส่ลูกเอ็น
ใครหุงปรุงไม่เป็น                เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ
๏ เหลือรู้หมูป่าต้ม               แกงคั่วส้มใส่ระกำ
รอยแจ้งแห่งความขำ           ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม
๏ ช้าช้าพล่าเนื้อสด              ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม
คิดความยามถนอม              สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์
๏ ล่าเตียงคิดเตียงน้อง         นอนเตียงทองทำเมืองบน
ลดหลั่นชั้นชอบกล                ยลอยากนิทรคิดแนบนอน
๏ เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า       รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน
เจ็บไกลในอาวรณ์                ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง
๏ รังนกนึ่งน่าซด                  โอชารสกว่าทั้งปวง
นกพรากจากรังรวง               เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน
๏ ไตปลาเสแสร้งว่า              ดุจวาจากระบิดกระบวน
ใบโศกบอกโศกครวญ           ให้พี่เคร่าเจ้าดวงใจ
๏ ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง       เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน
ผักหวานซ่านทรวงใน             ใคร่ครวญรักผักหวานนาง ๚

• เห่ชมผลไม้

๏ ผลชิดแช่อิ่มโอ้                    เอมใจ
หอมชื่นกลืนหวานใน               อกชู้
รื่นรื่นรสรมย์ใด                       ฤๅดุจ นี้แม
หวานเลิศเหลือรู้รู้                    แต่เนื้อนงพาล ๚

๏ ผลชิดแช่อิ่มอบ                   หอมตรลบล้ำเหลือหวาน
รสไหนไม่เปรียบปาน              หวานเหลือแล้วแก้วกลอยใจ
๏ ตาลเฉาะเหมาะใจจริง         รสเย็นยิ่งยิ่งเย็นใจ
คิดความยามพิสมัย                หมายเหมือนจริงยิ่งอยากเห็น
๏ ผลจากเจ้าลอยแก้ว             บอกความแล้วจากจำเป็น
จากช้ำน้ำตากระเด็น              เป็นทุกข์ท่าหน้านวลแตง
๏ หมากปรางนางปอกแล้ว      ใส่โถแก้วแพร้วพรายแสง
ยามชื่นรื่นโรยแรง                  ปรางอิ่มอาบซาบนาสา
๏ หวนห่วงม่วงหมอนทอง        อีกอกร่องรสโอชา
คิดความยามนิทรา                 อุราแนบแอบอกอร
๏ ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น                    เรียกส้มฉุนใช้นามกร
หวนถวิลลิ้นลมงอน                 ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน
๏ พลับจีนจักด้วยมีด               ทำประณีตน้ำตาลกวน
คิดโอษฐ์อ่อนยิ้มยวน               ยลยิ่งพลับยับยับพรรณ
๏ น้อยหน่านำเมล็ดออก          ปล้อนเปลือกปอกเป็นอัศจรรย
มือใครไหนจักทัน                   เทียบเทียมที่ฝีมือนาง
๏ ผลเกดพิเศษสด                  โอชารสล้ำเลิศปาง
คำนึงถึงเอวบาง                      สางเกศเส้นขนเม่นสอย
๏ ทับทิมพริ้มตาตรู                 ใส่จานดูดุจเม็ดพลอย
สุกแสงแดงจักย้อย                   อย่างแหวนก้อยแก้วตาชาย
๏ ทุเรียนเจียนตองปู                เนื้อดีดูเหลือเรืองพราย
เหมือนศรีฉวีกาย                    สายสวาทพี่ที่คู่คิด
๏ ลางสาดแสวงเนื้อหอม          ผลงอมงอมรสหวานสนิท
กลืนพลางทางเพ่งพิศ              คิดยามสารทยาตรามา
๏ ผลเงาะไม่งามแงะ               มล่อนเมล็ดและเหลือปัญญา
หวนเห็นเช่นรจนา                   จ๋าเจ้าเงาะเพราะเห็นงาม
๏ สละสำแลงผล                      คิดลำต้นแน่นหนาหนาม
ท่าทิ่มปิ้มปืนกาม                   นามสละมละเมตตา ๚

• เห่ชมเครื่องหวาน

๏ สังขยาหน้าไข่คุ้น                 เคยมี
แกมกับข้าวเหนียวสี                โศกย้อม
เป็นนัยนำวาที                         สมรแม่ มาแม
แถลงว่าโศกเสมอพ้อม            เพียบแอ้อกอร ๚

๏ สังขยาหน้าตั้งไข่                  ข้าวเหนียวใส่สีโศกแสดง
เป็นนัยไม่เคลือบแคลง             แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ
๏ ซ่าหริ่มลิ้มหวานล้ำ                แทรกใส่น้ำกะทิเจือ
วิตกอกแห้งเครือ                      ได้เสพหริ่มพิมเสนโรย
๏ ลำเจียกชื่อขนม                    นึกโฉมฉมหอมชวยโชย
ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย                   โหยไห้หาบุหงางาม
๏ มัศกอดกอดอย่างไร               น่าสงสัยใคร่ขอถาม
กอดเคล้นจะเห็นความ               ขนมนามนี้ยังแคลง
๏ ลุดตี่นี้น่าชม                          แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง
โอชาหน้าไก่แกง                       แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย
๏ ขนมจีบเจ้าจีบห่อ                   งามสมส่อประพิมพ์ประพาย
นึกน้องนุ่งจีบกราย                     ชายพกจีบกลีบแนบเนียน
๏ รสรักยักลำนำ                         ประดิษฐ์ทำขนมเทียน
คำนึงนิ้วนางเจียน                      เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม
๏ ทองหยิบทิพย์เทียมทัด           สามหยิบชัดน่าเชยชม
หลงหยิบว่ายาดม                       ก้มหน้าเมินเขินขวยใจ
๏ ขนมผิงผิงผ่าวร้อน                  เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน
ร้อนนักรักแรมไกล                     เมื่อไรเห็นจะเย็นทรวง
๏ รังไรโรงด้วยแป้ง                    เหมือนนกแกล้วทำรังรวง
โอ้อกนกทั้งปวง                         ยังยินดีด้วยมีรัง
๏ ทองหยอดทอดสนิท                ทองม้วนมิดคิดความหลัง
สองปีสองปิดบัง                         แต่ลำพังสองต่อสอง
๏ งามจริงจ่ามงกุฏ                    ใส่ชื่อดุจมงกุฏทอง
เรียมร่ำคำนึงปอง                       สะอิ้งน้องนั้นเคยยล
๏ บัวลอยเล่ห์บัวงาม                  คิดบัวกามแก้วกับตน
ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล                    สถนนุชดุจประทุม
๏ ช่อม่วงเหมาะมีรส                  หอมปรากฏกลโกสุม
คิดสีสไลคลุม                            หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน
๏ ฝอยทองเป็นยองใย                เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน
คิดความยามเยาวมาลย์             เย็บชุนใช้ไหมทองจีน ๚
   

จากหนังสือ : ประชุมกาพย์เห่เรือ กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร
     


Hello_Time1stSun Jul 24 2011 15:09:15 GMT+0700 (ICT)