strikergameth / บทสรุป,ทริปการเล่น">บทสรุป,ทริปการเล่น / บทสรุปเกมส์ Dead Space 2 Chapter 6 (part 2)

บทสรุปเกมส์ Dead Space 2 Chapter 6 (part 2)

-เมื่อลิฟต์เปิดออก เราจะมาอยู่ในห้องที่มืดมาก ที่มีเพียงแสงไฟจากสปอร์ตไลทเท่านั้น ให้หันมามองขวามือ จะพบว่ามีตู้ใส่ Power Node อยู่เหนือไฟสปอร์ตไลท ให้เก็บมาจากนั้น ยิงแผงวงจร เพื่อเปิดประตู Concourse Supply Storage ที่ล็อคอยู่ แล้วเดินทางต่อ


-เมื่อเดินออกมาตามทางเรื่อยๆ ไอแซคจะพบคลังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ ที่นี่จะพบพวก Stalker อีกครั้ง ให้พยายามเดินล่อให้มันออกมาหาเราเอง แล้วกำจัดพวกมันให้หมด (หลังจากลงบันไดมาจนถึงห้องเก็บสินค้า ทางขวามือเกือบริมสุดของห้อง จะมีที่เติม Stasis ด้วย ดังนั้น ใช้ Stasis ให้เป็นประโยชน์นะครับ) จากนั้นเดินมาแฮคประตู Maintenance Access to Concourse แล้วเข้าประตูนั้นไป

-เมื่อเดินตามทางมาเรื่อยๆ สตอสจะติดต่อมาอีกครั้ง เค้าจะบอกถึงขั้นตอนการทำลาย Marker ขั้นตอนแรก คลานเข้าไปยังเครื่องจักรสีดำ / ขั้นตอนที่สอง สลักเกลียวทั้งหมด ยึดติดแน่นหนา ไอแซคยังไม่เข้าใจที่สตอสพูด แต่สตอสยังไม่ทันได้อธิบาย เค้าก็รีบตัดสัญญาณทิ้งไปเสียก่อน

-เมื่อเดินมาตามทางเรื่อยๆ ไอแซคจะมีอยู่ที่ชั้น 2 ของระเบียงทางเดินเดียวกันกับใน Chapter 3 แต่ตอนนี้เค้าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อวิ่งตามเสียงนั้นไป จะพบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยิงต่อสู้กับ Necromorphs อยู่หลังลูกกรงเหล็ก เมื่อไอแซคเข้าไปใกล้ เธอจะเผลอหยิงใส่ไอแซค โชคดีที่กระสุนเฉียดผ่านตัวเค้าไป เธอบอกให้ไอแซคหยุดอยู่ตรงนั้น เพราะคนที่เธอพบก่อนหน้าไอแซคนั้นพยายามจะฆ่าเธอ เธอจึงไม่ไว้ใจใคร ไอแซคจึงบอกให้ผู้หญิงคนนั้นใจเย็นๆก่อน แล้วเค้าก็แนะนำตัวเอง ผู้หญิงคนนั้นเธอบอกว่าชื่อ Ellie ไอแซคพยายามพูดให้เอลลี่ร่วมมือกับเค้าเพื่อออกไปจากที่นี่ แต่ตอนนี้เธอไม่ไว้ใจใคร จึงขอเดินทางคนเดียว

-เมื่อคุยกันเสร็จ กรงเหล็กจะเปิดออก แต่ก่อนจะขึ้นลิฟต์ตามไป ให้เราเดินต่อไปอีกสักเล็กน้อยจะพบ Schematic : Pulse Rounds จากนั้นเดินกลับมาขึ้นลิฟต์ตาม Ellie ไป 


-เมื่อลิฟต์เปิดออก เราจะมาอยู่ที่ศูนย์ขายของเล่นเด็กอีกครั้ง แต่บริเวณนี้จะมี Cyst เต็มไปหมด ให้ระวังตัวด้วย เมื่อเดินมาได้เล็กน้อย พวกศัตรูจะโผล่มาอีก ให้กำจัดให้หมด จากนั้นเดินมาที่หน้าร้าน ที่มีคำว่า Kid จะพบ Power Node อยู่ตรงประตูหน้าร้าน (ซ้ายมือของช่องทางเดินอัตโนมัติ น่าจะมีเงินวางอยู่นะครับ ) จากนั้นเดินทางต่อมายัง Titan Station Elementary


-ไอแซคจะเข้ามาอยู่ในโรงเรียนเด็กประถม เมื่อเดินต่อมาทางขวามือเรื่อยๆ ไอแซคจะพบผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ใช้คำแทนตัวเองว่าแม่ กำลังส่งเสียงเรียกสิ่งที่รูปร่างคล้ายเด็กทารกอยู่ เมื่อมันเข้ามาใกล้เธอ เธอกอดมันด้วยความรักและความอบอุ่น เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยสีแดง

-เมื่อจบเหตุการณ์ ให้เดินมาตามทางจนถึงห้อง 305  เมื่อเข้ามาแล้วไอแซคจะพบกับศัตรูตัวใหม่ Crawler ซึ่งมันคือเด็กอ่อน ที่ติดเชื้อ ซึ่งตัวมันจะระเบิดเมื่อเข้ามาใกล้เรา แต่โชคดีที่มันไม่อึดเลย ดังนั้นให้ยิงจัดการพวกมันให้เร็วที่สุดด้วยปืนที่เราสามารถกระสุนหาง่ายที่สุด และอยู่ห่างจากผนังหรือพื้นที่มีรูไว้หากใครแม่นพอ ก็ให้ยิงตัดหัว Crawler เสีย เราจะสามารถนำส่วนลำตัวที่เหลือมาทำเป็นระเบิดได้


-เมื่อเดินต่อมาเรื่อยๆ ผ่านห้องพักครู(หรือห้องพยาบาลหว่า) จะเจอ Text Log บนโต๊ะตัวใหญ่ จากนั้นเดินต่อมาอีก ไอแซคจะเข้ามาอยู่ที่โรงยิม ซึ่งมีโต๊ะวางขวางทางเดินอยู่ พร้อมกับ Pack ที่เข้ามาโจมตีเราให้กำจัดให้หมด จากนั้นเราเดินชิดซ้ายมือ เพื่อใช้ทางเดินลอดใต้อัฒจันทร์ เราจะพบศัตรูดักรออยู่ มันคือ Puker แต่คราวนี้มันจะเป็นสีดำทั้งตัว ซึ่งศัตรูสีดำนี้คือพวก Enhanced Necromorphs  มันจะเป็นศัตรูที่ถูกอัพเกรดให้อึดขึ้น และ โจมตีแรงขึ้นมากกว่าตัวปกติ ดังนั้น เมื่อเจอศัตรูสีดำที่ไหน ห้ามประมาทเด็ดขาด ให้ทุ่มสุดตัว เพื่อเอาชนะให้ได้

-เมื่อปราบศัตรูหมดแล้ว ให้เดินขึ้นมาบนเวที แล้วเดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ จนมาพบกับแผงวงจรควบคุมเวที ให้ทำการแฮคเพื่อปิดระบบการแสดงแสงสีของโรงยิมเสีย เพื่อเปิดทางไปต่อ แต่ว่า เมื่อแฮคระบบเสร็จแล้ว ให้เตรียมตัวไว้ให้ได้ พวก Necromorphs  จำนวนมากจะบุกเข้ามาโจมตีเราอีกครั้ง คราวนี้อาจจะมี Enhanced Necromorphs  ด้วย (คอยระวังอย่าให้ Infector เข้าจู่โจมศพนะครับ ไม่งั้นอาจจะเจอศัตรูตัวสีดำ) กำจัดศัตรูให้หมด หรือจนกว่าประตู 305 จะปรากฎขึ้นมาครับ

** บริเวณบนเวทีนี้จะมีถังทรงกระบอกสีฟ้าอยู่ด้วย ซึ่งจะมันจะคล้ายกับถังระเบิด แต่ว่าจะเป็นคลื่น stasis ที่มีระยะเวลานานแทน  ให้ใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ


-เมื่อออกมาจากโรงยิม มาตามทางเรื่อยๆ ให้สังเกตขวามือ จะมีห้องหนึ่งที่มีกระจกอยู่ ในห้องนี้จะมี Text Log อยู่บนโต๊ะ และด้านในขวามือ จะมี Schematic : Flame thrower จากนั้นออกประตูบานใหญ่ไป


-ไอแซคจะเข้ามาอยู่ที่สวนเด็กเล่น ภาพหลอนจะปรากฏอีกครั้ง ภาพหลอนนั้นพยายามพูดคุยกับไอแซคอีกครั้ง แต่เค้าจะไม่รับฟังมัน เพราะเค้าไม่เหมือนสตอสที่ถูกภาพหลอนแห่งอดีตตามรังควาน ไอแซคบอกภาพหลอนนั้นว่า สตอสรู้วิธีทำลายภาพหลอนนี้ รู้วิธีทำลาย Marker และพวกเราจะทำลายแก เจ้าภาพหลอน ภาพหลอนนั้นพูดดูถูกไอแซค ความคิดที่ว่าทำลาย Market แล้วทุกอย่างจะจบลงอย่างนั้นรึ แกไม่เคยรับฟังเสียงจากหัวใจของตนเองเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วภาพหลอนนั้นก็หายไป จากนั้นให้ไปขึ้นลิฟต์ 305 ไป

** สังเกตุที่เครื่องเล่นรูปจรวด จะพบ Power Node วางอยู่ข้างในนั้น


-ขณะที่ขึ้นลิฟต์ เอลลี่ติดต่อหาไอแซค เธอพบชายคนหนึ่งที่บอกว่าเค้ารู้จักกับไอแซค ชายคนหนึ่งนั้นคือ สตอส นั้นเอง ไอแซคจึงขอให้ เอลลี่ ช่วยดูแลสตอสด้วย เอลลี่จึงบอกให้ไอแซคไปพบกันที่ท่าขนส่ง

-เมื่อออกจากลิฟต์มาแล้ว เก็บไอเทมให้หมด พร้อมกับเซฟเกม แล้วมาที่ Transport Hub ไอแซคจะพบเอลลี่และสตอสอีกครั้ง เอลลี่จะบอกว่าเธอพึ่งหนีพวก Necromorphs มาจากที่ CEC เมื่อเช้านี้ ไอแซคตใจเล็กน้อยที่รู้ว่า เอลลี่เป็นพวกของ CEC โดยเธอบอกว่าประจำตำแหน่งขับยานรบรุ่นใหญ่ ไอแซคจึงบอกว่าเค้าเป็นวิศวกรของ CEC เช่นกัน แต่แล้วไฟก็จะดับลง ไทดแมน จะติดต่อมาหาไอแซค เค้าบอกว่าเค้ารู้อยู่แล้วว่าไอแซคต้องมาที่นี่ ไทดแมน จึงตัดระบบพลังงานที่นี่ทิ้ง ไอแซคจึงต่อว่าไทดแมน เพราะการทำเช่นนี้ จะส่งผลต่อผู้รอดชีวิตคนอื่นๆเช่นกัน แต่ไทดแมนไม่สนใจเรื่องนี้ เพราะ ตอนนี้ที่นั้นเสียหายเกินกว่าที่จะช่วยเหลือได้ และเค้าต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ไอแซครอดชีวิตเช่นกัน เพราะฉะนั้น ลาก่อนไอแซค แล้วการติดต่อก็ขาดไป พร้อมกับพวก Necromorphs ที่เข้ามาจู่โจมพวกเอลลี่ แต่ไอแซซคจะโดนหนักสุด เพราะ มีศัตรูตัวใหม่ Brute ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูในระดับมินิบอสเลย
   
คำแนะนำ
-   การโจมตีของ Brute จะอยู่แค่ระยะใกล้ตัวเท่านั้น เพราะ ฉะนั้นถ้าเราเดินออกห่างมัน ก็จะไม่โดนโจมตี แต่ให้ระวังตัวไว้ เพราะมันเดินเร็วมาก และหากเราอยู่ห่างมันมากเกินไป มันจะใช่ท่าวิ่งพุ่งเข้าชน ซึ่งมีพลังโจมตีรุนแรงมาก
-    Brute จะมีจุดอ่อนอยู่ด้านหลัง ซึ่งจะเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่มากๆ รองลงมาคือ ข้อต่อของขาทั้ง 2 ข้าง และ บริเวณหัวไหล่ ซึ่งการเข้าข้างหลังมันค่อนข้างยาก ให้ใช้ Stasis ช่วย

-   หากเรายิงขา Brute ขาดจนมันเดินไม่ได้ มันจะปล่อยลูกระเบิดออกมาจากหน้าท้องของมัน ซึ่งเราสามารถใช้ Kinesis หยิบลูกระเบิดที่มันปล่อยมาได้ ขว้างกลับคืนไปที่มัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่มันยิงลูกระเบิดเสร็จ มันมักจะเซล้มตัวลงไปข้างหน้า ทำให้เรามองเห็นแผ่นหลังมันได้ โดยที่ไม่ต้องวิ่งอ้อมไปด้านหลังครับ

-   แถวๆนี้ก็มีถังระเบิดสีฟ้าเช่นกัน ใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ ถ้าชนะมันได้ก็จะได้ Ruby Semiconductor


-เอลลี่ติดต่อหาไอแซค สงสัยว่าทำไม ไทดแมน ถึงขั้นต้องตัดระบบไฟฟ้าทั้งหมด นายไปทำอะไรให้เค้าหัวเสียได้ขนาดนี้/ ไอแซคเลยถามเอลลี่ว่ารู้จัก The marker ไหม? เอลลี่บอกว่าเธอรู้จัก/ ไอแซคจึงเล่าว่า ไทดแมน ได้ใช้ความรู้วิธีการสร้างที่เก็บอยู่ในสมองของไอแซคและสตอสสร้าง marker ขึ้นมา ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมาจาก marker ไอแซคต้องการทำลาย Marker ทิ้ง และ สตอสนั้นรู้วิธีการทำลาย marker ไอแซคจึงขอให้เอลลี่ช่วยเหลือพวกเค้าด้วย ซึ่งตอนนี้สิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้ระบบไฟฟ้ากลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อให้รถไฟฟ้ากับระบบอากาศทำงาน ไอแซคจึงถามเอลลี่ว่าที่ Sprawl แห่งนี้ มีระบบไฟฟ้าสำรองไหม? / เอลลี่จึงบอกว่ามีระบบพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ข้างนอกนั้น แต่ถูกเก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้งานมาเป็นปีแล้ว ไอแซคจึงตัดสินใจที่จะไปที่นั้น ขอให้เอลลี่ช่วยดูแลสตอสด้วย เมื่อพูดจบแล้วให้เข้าประตู Solar Energy Collector Works

** ก่อนเข้าประตู Solar Energy Collector Works หากว่าคุณจบเกมแล้วอย่างน้อย 1  รอบ ในระดับความยากใดก็ได้ เมื่อเข้ามาที่ Transport Hub ให้เราสังเกตุรอบๆบริเวณนี้ จะพบหุ่นโชว์ที่ใส่ชุด Vintage Suite ยืนอยู่ในตู้กระจก ให้เราสำรวจบริเวณใกล้ๆกับหุ่นโชว์ เราจะได้รับ Schematic : Vintage Elite Suite ซึ่งเป็นชุดที่มีความสามารถและพลังป้องกันดีกว่า Vintage Suite ตัวเดิม 


-เมื่อเข้าประตูมาแล้วจะพบไอเทมจำนวนมาก บางอันจะอยู่หลังประตูเหล็กด้วย ให้เก็บให้หมด จากนั้นเดินมาตามทางเรื่อย จะพบแสงเลเซอร์สีฟ้าของกับระเบิด ให้เราหาอะไรก็ได้มาโยนผ่านแสงเลเซอร์เพื่อทำให้กับระเบิด ระเบิดหายไป ซึ่งเราจะพบศัตรูใหม่แต่หน้าเดิม Guardian ซึ่งมันจะเป็นเอเลี่ยนที่อยู่ติดกับผนังตลอด แต่อย่าประมาทเด็ดขาด เพราะมันจะปล่อยลูกเอเลี่ยน Pods ซึ่งสามารถยิงโจมตีระยะไกลเราได้ และ ถ้าเราเข้าใกล้ Guardian มากเกินไป เราจะโดนมันฆ่าตายทัน วิธีกำจัดคือให้เรายิงตัดหนวดเส้นใหญ่ๆสีแดงๆ ให้หมดก่อนที่มันจะงอกใหม่ หรือ หาถังระเบิดสีแดงๆ ยิงใส่ เพียงนัดเดียวอาจทำให้ Guardian ตายได้เลย เมื่อชนะมันได้จะได้ Gold Semiconductor จากนั้นเดินมาขึ้นลิฟต์ To Solar Array Elevator ก็จะจบ Chapter 6 ครับ


ครดิต 
http://www.thaisrw.com

PeeanpongFri May 06 2011 16:52:44 GMT+0700 (ICT)